“มิสลิลลี่” นำโดยผู้ก่อตั้ง “เรวัต จินดาพล” จับมือกับ ม.ขอนแก่น เตรียมตั้งบริษัทร่วมทุน ลุยธุรกิจ start up ฉีกรูปแบบการจัดการในมหาวิทยาลัยของรัฐ พร้อมวางแนวคิด “Made Locally, Sell Globally” เพื่อให้ธุรกิจไปสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว
นายเรวัต จินดาพล ผู้ก่อตั้ง (Founder) มิสลิลลี่ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจดอกไม้ออนไลน์เจ้าแรกของไทยเปิดเผยว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาตั้งแต่ปลายปี 2564 เพื่อค้นหารูปแบบธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นการทำงานวิจัยร่วมกันและใช้ทรัพยากรที่มีศักยภาพจากทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัย เครื่องมือและองค์ความรู้ เพื่อทำให้งานสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่างานวิจัยที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนฝ่ายเดียว
ขณะเดียวกันกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและหน้าที่ความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้ร่วมวิจัย ซึ่งมีภาระมากจึงทำให้มีเวลาน้อยในการปฏิบัติงานร่วมวิจัย ทำให้ธุรกิจ start up ในมหาวิทยาลัยไม่สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนข้างนอกได้ ดังนั้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้ปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้ start up มีความคล่องตัวในการนำงานวิจัยสู่ start up ได้อย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะมีธุรกิจ start up ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกสู่ตลาดที่ประสบความสำเร็จด้วยการบริหารอย่างมืออาชีพ
นายเรวัต กล่าวต่อไปว่าธุรกิจ start up ที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้คือกลุ่ม Green Healthcare และ Technology ทางด้าน digital platform และ material science ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยกลุ่ม Green Healthcare เป็นการนำสารสกัดจากธรรมชาติเข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพที่มาจากการสังเคราะห์ทางเคมีของต่างประเทศ
ส่วนทางด้าน digital platform คือการพัฒนา platform ขนาดใหญ่ทางด้าน service industry และ agri-marketplace ที่ครอบคลุมตั้งแต่ upstream ecosystem จนถึง downstream ecosystem ซึ่งรูปแบบ platform สามารถนำไปขยายธุรกิจในต่างประเทศและแข่งขันได้
อนึ่ง บริษัท มิสลิลลี่ ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 ถือเป็นธุรกิจ e-Commerce ด้านดอกไม้แห่งแรกในไทย โดย มิสลิลลี่ ได้มีการพัฒนา software ที่จัดการทั้ง front และ back office มี data base ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลลูกค้าโดยแทบไม่ใช้กระดาษในการดำเนินงาน ซึ่งถือเป็นการจัดการฐานข้อมูลที่ทันสมัยในยุคนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เชาว์รัตน์ ลี้รัตนะตระกูล ชี้ “Financial Architecture” ยกระดับความพร้อมของเมกะโปรเจกต์ต่อเงินทุนระดับสถาบัน
- การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 เตรียมเปิดฉาก 8-9 กรกฎาคมนี้
- ซัมซุงปล่อยทีเซอร์ บอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าไซส์ใหม่กำลังจะมาเตรียมพบกับความจอยแบบใหม่ไปพร้อมกัน!
- “ของบางอย่างในบ้าน ไม่ได้เสีย… เราแค่ชินนานเกินไป”CHANG HomePro – ช่างโฮมโปร อ่านอินไซต์คนไทย ชวนสำรวจของเก่า “เก็บนานจนชิน”พร้อมเปิดเทศกาลซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า–เครื่องมือช่าง 3–5 ก.ค. นี้