Skip to content
Home » PR Newswire » การสร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับ AI: โครงการใหม่เพื่อผลักดันการนำ AI ไปใช้งานในระดับขนาดใหญ่ และเสริมความยืดหยุ่นทางดิจิทัล

การสร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับ AI: โครงการใหม่เพื่อผลักดันการนำ AI ไปใช้งานในระดับขนาดใหญ่ และเสริมความยืดหยุ่นทางดิจิทัล

การเปิดตัวรางวัล SME AI Impact Awards ครั้งแรก และความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วย AI เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสิงคโปร์

สิงคโปร์, 22 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เร่งนำ AI มาใช้งาน ความท้าทายในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากขั้นตอนการทดลองใช้งานไปสู่การนำไปใช้งานจริงอย่างปลอดภัยในระดับขนาดใหญ่ หลายธุรกิจยังคงเผชิญอุปสรรคด้านเทคนิค ความซับซ้อนในการดำเนินงาน และภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่พวกเขาเดินหน้าจากโครงการนำร่องไปสู่การนำไปใช้งานจริง ทั้งนี้ มีองค์กรมากกว่า 8 ใน 10 เคยประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นที่เพิ่มขึ้นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Senior Minister of State, Ministry of Digital Development and Information Mr. Tan Kiat How delivering an address at ATxEnterprise 2026
Senior Minister of State, Ministry of Digital Development and Information Mr. Tan Kiat How delivering an address at ATxEnterprise 2026

ภายในงาน ATxEnterprise 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Asia Tech x Singapore ที่จัดร่วมกันโดย Infocomm Media Development Authority (IMDA) และ Informa นาย Tan Kiat How รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐ กระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ ได้ประกาศโครงการใหม่เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ AI มาใช้อย่างมั่นใจ เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสิงคโปร์ให้พร้อมสำหรับอนาคต การประกาศดังกล่าวครอบคลุมถึงความร่วมมือใหม่ภายใต้โครงการ Digital Enterprise Blueprint (DEB) รวมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยต่อภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัม (quantum-safe infrastructure)

รางวัลใหม่เพื่อยกย่องผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยี AI ของสิงคโปร์

การนำ AI มาใช้ในองค์กรของสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา รายงาน Singapore Digital Economy (SGDE) ประจำปี 2568 ของ IMDA ระบุว่า การใช้งาน AI ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า จาก 4.2% เป็น 14.5% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ขณะที่อัตราการใช้งานในองค์กรที่ไม่ใช่ SME เพิ่มขึ้นจาก 44% เป็น 62.5% ในปี 2567

เพื่อยกย่องธุรกิจ SME ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จากการใช้ AI ทาง IMDA และสภาธุรกิจสิงคโปร์จะเปิดตัวรางวัล SME AI Impact Awards ประจำปี 2569 เป็นครั้งแรก ภายใต้โครงการ National AI Impact Programme (NAIIP) และเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (NAIS)

รางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่ผู้มีผลงานยอดเยี่ยมสูงสุด 30 รายในสองหมวดหมู่ ได้แก่ องค์กรที่พัฒนาเครื่องมือ AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำโซลูชัน AI แบบพร้อมใช้มาใช้งาน โดยผู้ชนะจะได้รับตราสัญลักษณ์ SME AI Impact Award Trustmark เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ รวมทั้งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ในตลาด

การเปิดรับสมัครจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 14 สิงหาคม 2569 และจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในงาน SMEs Go Digital Day วันที่ 13 ตุลาคม 2569

ความร่วมมือใหม่เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้าน AI และความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ขององค์กร

เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งในด้าน AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ IMDA จึงเดินหน้าขยายโครงการ Digital Enterprise Blueprint (DEB) ผ่านความร่วมมือใหม่สองโครงการกับ Grab และ RSM Stone Forest IT (RSM) โดยความร่วมมือทั้งสองโครงการจะมอบคำแนะนำจากประสบการณ์ปฏิบัติจริง เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง และความเชี่ยวชาญต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจ พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านไซเบอร์

Grab จะเปิดตัวโครงการ Grab AI Programme for SMEs ร่วมกับ IMDA เพื่อเข้าถึงกลุ่มธุรกิจ SME ในภาคอาหารและเครื่องดื่ม อีคอมเมิร์ซ และค้าปลีก จำนวน 10,000 ราย ผ่านโครงการส่งเสริมความรู้ด้าน AI การฝึกอบรม และการสนับสนุนการนำ AI ไปใช้งานจริง ซึ่งรวมถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ การสัมมนาผ่านเว็บ ชั้นเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญ และหลักสูตร AI ระยะเวลา 2 วัน ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งสิงคโปร์ (Singapore University of Technology and Design) เพื่อช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถสร้างแผนกลยุทธ์ AI ที่นำไปใช้ได้จริง โดยใช้โซลูชัน AI ที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจาก IMDA

ขณะเดียวกัน RSM จะเปิดตัวโครงการ RSM Cyber2SME™ Programme ซึ่งจะมอบบริการจำลองการโจมตีแบบฟิชชิงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้แก่ธุรกิจ SME จำนวน 2,000 ราย รวมถึงจัดเวิร์กช็อปสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงทางไซเบอร์ นอกจากนี้ SME สูงสุดถึง 1,000 ราย จะได้รับประโยชน์จากการสัมมนาออนไลน์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และกิจกรรมจำลองสถานการณ์ ที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ภัยคุกคามจาก AI และข้อมูล ตลอดจนกลยุทธ์การตอบสนองต่อเหตุการณ์

ความร่วมมือเหล่านี้ต่อยอดจากโครงการ DEB ซึ่งได้สนับสนุนกิจการ SME ไปแล้วมากกว่า 26,000 ราย นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2567 โดยเมื่อมี Grab และ RSM เข้าร่วม IMDA ตั้งเป้าที่จะเข้าถึง SME ได้เพิ่มขึ้นอีก 12,000 ราย เพื่อขยับเข้าใกล้เป้าหมายการสนับสนุนภาค SME จำนวน 50,000 ราย ภายในปี 2572

คู่มือใหม่เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ง่ายขึ้นสำหรับผู้นำด้านดิจิทัล

IMDA, SkillsFuture Singapore (SSG) และ Workforce Singapore (WSG)[1] ได้ร่วมกันพัฒนาคู่มือ AI for Enterprise Impact Playbook ฉบับใหม่ เพื่อช่วยให้องค์กรที่มีความก้าวหน้าทางดิจิทัลสามารถวางแนวทางการนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คู่มือดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง โดยจะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความพร้อมในการนำ AI มาใช้ สามารถค้นพบการสนับสนุนที่เหมาะสม และกำหนดการดำเนินงานขั้นต่อไปที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ยังได้รวบรวมโครงการและทรัพยากรต่าง ๆ จาก IMDA, Enterprise Singapore (EnterpriseSG), SSG และ WSG เข้าไว้ด้วยกันภายใต้กรอบการทำงานหนึ่งเดียว

ก้าวนำหน้าเพื่อรับมือความเสี่ยงจากช่องโหว่ด้าน AI

Sonar ได้เปิดตัวเครื่องมือแก้ไขปัญหาโค้ดด้วย AI (AI remediation agent) รุ่นใหม่ระดับโลกภายในงาน ATxSummit Singapore ซึ่งพัฒนาร่วมกับวิศวกรจาก IMDA และสิงคโปร์ เครื่องมือนี้ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับ แก้ไข และตรวจสอบปัญหาในโค้ดที่ถูกสร้างขึ้นได้โดยอัตโนมัติผ่านการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI ช่วยให้องค์กรสามารถนำเครื่องมือเขียนโค้ดที่ใช้ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การสร้างสิงคโปร์ที่ปลอดภัยต่อภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัม

ในฐานะศูนย์กลางดิจิทัล สิงคโปร์จำเป็นต้องทำให้ภาคโทรคมนาคมมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัม

IMDA ได้ลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ร่วมกับ Singtel, Ericsson และ NCS Singapore เพื่อทดสอบและประเมินเทคโนโลยีที่ปลอดภัยต่อภัยคุกคามจากควอนตัม สำหรับการย้ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบของ Singtel ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัมของสิงคโปร์ สนับสนุนการนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคโทรคมนาคมในวงกว้าง และวางตำแหน่งให้สิงคโปร์เป็นต้นแบบอ้างอิงด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมอย่างปลอดภัย

ความร่วมมือเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางดิจิทัลของสิงคโปร์ โดยช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ เสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านไซเบอร์ และวางรากฐานให้แก่อนาคตดิจิทัลที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ATxSG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ asiatechxsg.com

[1] Workforce Singapore (WSG) และ SkillsFuture Singapore (SSG) จะถูกรวมเป็นหน่วยงานใหม่ชื่อ Skills and Workforce Development Agency (SWDA)

ติดต่อสื่อมวลชน: [email protected]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →