ขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศกว่า 500 Tbps เพิ่มขึ้น 25 เท่าจากระดับปัจจุบัน
อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 6 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — ชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน (His Highness Sheikh Mansour bin Zayed Al Nahyan) รองประธานาธิบดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานศาลประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการเชิงกลยุทธ์ของ etisalat เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และต่างประเทศในวันนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับความพร้อมของประเทศในการรองรับความต้องการเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บนเวทีดิจิทัลระดับโลก
ชีค มันซูร์ บิน ซายิด ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธาน Emirates Investment Authority (EIA) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่ม etisalat ทรงรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนงานและโครงการในอนาคตของกลุ่มบริษัทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัล
โครงการดังกล่าวประกอบด้วยแผนขยายเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศให้สูงกว่า 500 เทราบิตต่อวินาที (Tbps) ภายในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 25 เท่าจากขีดความสามารถในปัจจุบัน พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อ และมอบการรับส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงและความหน่วงต่ำ
ท่านชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในฐานะเสาหลักพื้นฐานเพื่อการรองรับเทคโนโลยีเกิดใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือและการประสานงานในระดับประเทศ ตลอดจนบทบาทของหน่วยงานภายในประเทศในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้าน AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้ก้าวหน้า
ท่านชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน รองประธานาธิบดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานศาลประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ล้ำสมัย ซึ่งนำโดยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่อนาคตและเชื่อมั่นว่าการเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า เริ่มต้นจากการมีปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เร่งการสร้างนวัตกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
ท่านชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน กล่าวเสริมว่า “AI คือเสาหลักสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป และการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของเราจะช่วยสร้างระบบนิเวศที่จำเป็นต่อการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI พร้อมทั้งแน่ใจได้ว่าทุกองค์กรในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน มีศักยภาพในการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมด้วย AI ได้ในระดับที่ทศวรรษข้างหน้าจะต้องการ โดยมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานดังกล่าว”
ท่านชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน ทรงสรุปว่าความมุ่งมั่นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ประเทศยังมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ พร้อมทรงชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีผลกระทบในวงกว้างจะช่วยยกระดับความพร้อมของประเทศสำหรับอนาคต และตอกย้ำสถานะของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะศูนย์กลางระดับโลกด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI
นอกจากนี้ ท่านชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน ยังทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ etisalat พร้อมเปิดตัววิสัยทัศน์ใหม่ของกลุ่มบริษัทในการก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วย AI และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้ “etisalat” ซึ่งเป็นชื่อที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมาตลอด 50 ปี
โครงการนี้ถือเป็นโครงการสำคัญโครงการแรกที่กลุ่มบริษัทประกาศเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ใหม่ ซึ่งประกอบด้วยกลไกหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ 4 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจโทรคมนาคม (telco), AI และโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจ, โครงสร้างพื้นฐาน และฟินเทค
ฯพณฯ Jassem Mohamed Bu Ataba Alzaabi ประธานกลุ่ม etisalat กล่าวว่า “โครงการนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของเราว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ควรเพียงนำ AI มาใช้งาน แต่ควรมีบทบาทในการกำกับดูแลและพัฒนา AI ด้วย ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับที่สามารถเตรียมประเทศให้พร้อมรับอนาคตได้”
ฯพณฯ กล่าวเสริมว่า “การเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศจาก 20 เทราบิตต่อวินาทีเป็นมากกว่า 500 เทราบิตต่อวินาที ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นด้านการประมวลผลและการรับส่งข้อมูลทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของ AI อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการของศูนย์ประมวลผล AI ขนาดใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก ตลอดจนการดำเนินงานและลูกค้าของกลุ่มบริษัทในตลาดต่าง ๆ โครงการนี้จะดำเนินการผ่านเส้นทางการเชื่อมต่อที่หลากหลายและได้รับการออกแบบให้มีความหน่วงต่ำ เพื่อมุ่งดูแลให้การเชื่อมต่อของประเทศกับเศรษฐกิจดิจิทัลโลกยังคงเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยตรง และมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งรับรองได้ถึงอธิปไตยทางดิจิทัลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”
ฯพณฯ กล่าวสรุปว่า “นี่คือพันธสัญญาเดียวกับที่เป็นแนวทางให้แก่การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทแห่งนี้มาตลอด 50 ปี เราเฉลิมฉลองวาระครบรอบดังกล่าวในสัปดาห์นี้ด้วยการกำหนดทิศทางในสิ่งที่ยุคใหม่กำลังเรียกร้องจากเรา และโครงการนี้ก็คือคำตอบของเรา ในทุกยุคของเทคโนโลยี etisalat ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศพึ่งพา โดยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและความสามารถฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงได้ในระดับสูงในตลาดทุกแห่งที่เราดำเนินงาน AI คือเทคโนโลยีที่กำหนดยุคสมัยนี้ และหลักการดังกล่าวยังคงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง”
กลุ่ม etisalat ดำเนินธุรกิจใน 38 ประเทศ และให้บริการแก่ผู้ใช้บริการมากกว่า 250 ล้านราย ทำให้โครงการนี้มีขอบเขตครอบคลุมไปไกลกว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศเข้ากับระบบนิเวศดิจิทัลโลกโดยตรง
โครงการดังกล่าวยังสนับสนุนความมุ่งมั่นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ และเปิดทางให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถนำ AI ไปใช้งานในวงกว้างได้ด้วยความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- FXT Named a Finance Magnates Awards 2026 Official Nominee including Broker of the Year, Most Innovative Broker, Most Trusted Broker and Best Overall Broker.
- Verifact Markets Unveils First Trading Platform to Find Truth in Disputed Facts
- YYForce Opens Singapore Robotics Center to Advance Humanoid Training and Service Robot Deployment
- AMTD IDEA Group Announces ADS Ratio Change