สิงคโปร์, 10 มิถุนายน 2568 /PRNewswire/ — ในงาน ATxSummit ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของมหกรรม Asia Tech x Singapore (ATxSG) 2025 ที่จัดโดยสำนักงานพัฒนาสารสนเทศและการสื่อสารของรัฐบาลสิงคโปร์ (IMDA) มีการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคเกี่ยวกับ AI, โมเดล LLM, การนำ AI มาใช้ในองค์กร รวมถึงการยกระดับทักษะบุคลากร
การสร้างระบบนิเวศ AI ที่น่าเชื่อถือคือสิ่งที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญยิ่ง เพราะเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการนำ AI ไปใช้และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม โดยสิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐาน AI ระดับโลกมาโดยตลอด
พัฒนาวิทยาศาสตร์ AI ทั้งในและต่างประเทศ
“ฉันทมติสิงคโปร์ว่าด้วยลำดับความสำคัญในการวิจัยความปลอดภัยของ AI ทั่วโลก” หรือ ฉันทมติสิงคโปร์ ได้มีผู้นำเสนอในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยและนโยบายด้านความปลอดภัย AI เข้าด้วยกัน โดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการระบุลำดับความสำคัญเพื่อสร้าง AI ที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และมั่นคง พร้อมนำผลการวิจัยไปช่วยกำหนดนโยบาย เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาและใช้งาน AI จะเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ
IMDA ยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อพัฒนากรอบการทำงานที่นำไปใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น กรอบการทดสอบ AI Verify ของ IMDA ที่ได้รับการปรับปรุงให้ครอบคลุมความเสี่ยงของ GenAI และสอดรับกับมาตรฐาน US NIST ซึ่งช่วยให้การกำกับดูแล AI ในตลาดทั้งสองแห่งมีความคล่องตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ สิงคโปร์และสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำในการผลักดันการรับรอง Global Cross-Border Privacy Rules (CBPR) สำหรับภาคธุรกิจ เพื่อช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนข้ามพรมแดนได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ เข้าถึงตลาดได้ 9 ประเทศ ที่มีขนาดตลาดรวมกันกว่า 40 ล้านล้าน
มอบแนวทางและเครื่องมือทดสอบที่นำไปใช้ได้จริงด้วย AI Verify Foundation
ทั่วโลกมีความต้องการทดสอบและสร้างต้นแบบ AI ในสถานการณ์จริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนำร่อง Global AI Assurance Pilot ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบและบริษัทต่าง ๆ จากทั่วโลก มาทำงานร่วมกันในกรณีศึกษาต่าง ๆ โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบ AI 16 ราย จับคู่กับผู้ใช้งาน GenAI 17 ราย จาก 10 อุตสาหกรรม ซึ่งข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าที่ได้จากโครงการนี้ จะเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในการกำหนดมาตรฐาน AI ระดับโลก
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา IMDA ได้พัฒนา Testing Starter Kit ชุดแรกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Gen AI โดยจะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการทดสอบที่ใช้ได้จริงสำหรับธุรกิจที่กำลังพัฒนาหรือใช้แอปพลิเคชัน GenAI โดยการเปิดชุดเครื่องมือทดสอบที่ใช้งานได้จริง เช่น Testing Starter Kit ในรูปแบบโอเพนซอร์สนั้น จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ทดสอบประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของโมเดล AI ในบริบททางธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดประกายนวัตกรรมใหม่ ๆ สู่การนำไปใช้จริง
ในโครงการโมเดลภาษาขนาดใหญ่หลายรูปแบบแห่งชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก IMDA นั้น ได้มีการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สำหรับภาษาในภูมิภาคนี้ ซึ่งรวมถึง SEA-LION LLM ที่เน้นการประมวลผลข้อความ และ MERaLiON LLM ที่รองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ
MERaLiON (Multimodal Empathetic Reasoning and Learning in One Network หรือ เครือข่ายการเรียนรู้และให้เหตุผลหลายรูปแบบพร้อมความเข้าใจเชิงอารมณ์) ซึ่งพัฒนาโดย A*STAR Institute for Infocomm Research (I²R) และประกาศเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็น Multimodal LLM ที่มีความเข้าใจเชิงอารมณ์ตัวแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ออกแบบมาเพื่อทำความเข้าใจภาษา วัฒนธรรม และรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายของภูมิภาคนี้ โดย MERaLiON เวอร์ชันแรกมียอดดาวน์โหลดกว่า 90,000 ครั้งทั่วโลก นับตั้งแต่ที่เปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งดึงดูดผู้ใช้งานจากทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยระดับองค์กร ผู้ให้บริการสื่อ สตาร์ตอัป และนักวิชาการ
สำหรับ MERaLiON เวอร์ชัน 2 มาพร้อมการอัปเกรดสำคัญ ทั้งครอบคลุมภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น รองรับการสลับโค้ด มีความฉลาดทางอารมณ์ และเข้าใจส่วนประกอบของการสื่อสารที่ไม่ใช่คำพูดโดยตรง (paralinguistic) การปรับปรุงเหล่านี้จะปูทางไปสู่การสร้างแอปพลิเคชัน AI ที่ใช้งานง่ายและเข้าใจวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตอบโจทย์ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพื่อให้บริการและมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้ดีขึ้น โครงการเหล่านี้จะช่วยให้สิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีเสียงและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นในยุคดิจิทัล
A*STAR I2R และ IMDA ได้ผนึกกำลังเปิดตัว MERaLiON Consortium เพื่อใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในระบบนิเวศ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ผู้ใช้งาน นักวิจัยและพัฒนา รวมถึงคนในวงการเทคโนโลยี เพื่อเร่งการเรียนรู้และการนำไปใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI ที่ใช้งานได้จริง (เช่น ระบบสนับสนุนลูกค้าหลายภาษา ไปจนถึงการตรวจจับข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและอารมณ์ รวมถึงระบบการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ)
สำหรับภาคส่วนสำคัญอย่างการดูแลสุขภาพนั้น กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการดูแลสุขภาพรายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์อย่าง SingHealth ได้ประกาศว่า Enigma ซึ่งเป็น AI ด้านการดูแลสุขภาพแบบอัตโนมัติของสิงคโปร์ ที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ AI พัฒนาร่วมกันนั้น ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ Roche และ ST Engineering เพื่อขยายขอบเขตและเพิ่มการใช้งาน Enigma ให้มากขึ้น
เทคโนโลยีแนวหน้ากำลังมาแรง สิงคโปร์จับมือธุรกิจและคนทำงานเพื่อยกระดับศักยภาพ
IMDA กำลังทำงานกับภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยปรับให้เหมาะสมกับระดับความพร้อมทางดิจิทัลขององค์กรแต่ละแห่ง การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลจะช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเปิดประตูสู่สายผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่ ๆ ได้
เมื่อปีที่แล้ว สิงคโปร์ได้เปิดตัวแผนแม่บทสำคัญอย่าง Digital Enterprise Blueprint (DEB) ที่ช่วยให้ SME ก้าวล้ำนำหน้า โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI, คลาวด์ และความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ มาปรับใช้กับการดำเนินงาน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ 3 โครงการภายใต้ DEB กับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba Cloud, Prudential Singapore และ ST Engineering Info เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางดิจิทัล ทั้งด้าน AI, เทคโนโลยีคลาวด์ และความยืดหยุ่นทางไซเบอร์
นอกจากนี้ IMDA ยังคงเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง AWS และ Microsoft ผ่านโครงการ GenAI x Digital Leaders Programme เพื่อเร่งการเข้าถึงความเชี่ยวชาญและทรัพยากรด้านเทคโนโลยี การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการ ผลกระทบทางธุรกิจ และการสนับสนุนในการนำไปใช้สำหรับ SME ที่มีศักยภาพทางดิจิทัล
สิงคโปร์เดินหน้าฝึกอบรมและยกระดับทักษะคนทำงานสายเทค เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรที่มีมากขึ้น
IMDA จัดหาตำแหน่งงานและโอกาสในการฝึกอบรมได้ถึง 400 ตำแหน่ง ภายใต้โครงการ TechSkills Accelerator ซึ่งเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน AI กับบริษัทชั้นนำอย่าง AWS, Microsoft, Oracle และ SingTel
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา IMDA ได้ประกาศยกระดับความพยายามและจับมือกับ AI Singapore และบริษัทชั้นนำหลายแห่ง เพื่อมอบโอกาสในการทำงานและฝึกอบรมในสายผู้ปฏิบัติงาน AI ให้คนในพื้นที่เพิ่มอีก 400 ตำแหน่ง โดยโอกาสในการฝึกอบรมรวม 800 ตำแหน่งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเร่งสร้างบุคลากรสายผู้ปฏิบัติงาน AI และช่วยให้คนในพื้นที่สามารถทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นในบริษัทเทคโนโลยีแนวหน้าได้
ติดต่อ: [email protected]
View original content to download multimedia: Read More