การผนวกเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่แผนการด้านความยั่งยืนจากบนลงล่างและล่างขึ้นบน หมายถึงการใช้นโยบายที่มีการขยายขอบเขตและการลงทุนที่ปรับให้เหมาะกับพลังขับเคลื่อนขนาดย่อมและขนาดกลาง โดยนโยบายใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ทำให้ไม่อาจละเลยบทบาทสำคัญที่เกษตรการรายย่อยมีต่อการผลิตอาหารการผลักพวกเขาออกจากกระบวนการกำหนดนโยบายของ EU เท่ากับเป็นการสร้างความยากจน ความตึงเครียดทางสังคมโดยไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกใด ๆ ในแง่ของความยั่งยืน การเจรจาคือกุญแจสำคัญ ความยั่งยืนล้วนเป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจและการร่วมมือกันระหว่างประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภค
ข้อความนี้ถ่ายทอดโดยเหล่าเกษตรกรรายย่อยที่ดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตทั่วโลก โดยพวกเขาได้รวมตัวกันที่การประชุม”เกษตรกรรายย่อย: ผู้ขับเคลื่อนความรุ่งโรจน์และความยั่งยืน” (Small-Holders: Drivers of Prosperity and Sustainability)ซึ่งCompetereเป็นผู้ให้การสนับสนุน
Gert van der Bijlที่ปรึกษาด้านนโยบายสหภาพยุโรประดับอาวุโสของบริษัทSolidaridadเปิดเผยว่า”เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดการผลิตแบบยั่งยืนโดยปราศจากเกษตรกรรายย่อยและการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของพวกเขา เหมือนกับที่ไม่อาจยุติการตัดไม้ทำลายป่าได้โดยไม่มอบเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายย่อย”
สำหรับNelsy Vega และ Teresa Pena เกษตรการรายย่อยจากโคลอมเบียแล้ว การผลิตน้ำมันปาล์มเปรียบได้ดั่งชีวิต ความหวัง และการพัฒนาโอกาส สำหรับทั้งคู่และลูก ๆ ทั้งสองเรียกร้องมิให้ EU บั่นทอนการผลิตอย่างยั่งยืน ขณะที่Djono Burhan จากสมาคมเกษตรกรน้ำมันปาล์มรายย่อยอินโดนีเซียระบุว่า”เกษตรกรรายย่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจจากการเพาะปลูกน้ำมันปาล์ม ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาชุมชนทั้งชุมชน แม้ห่วงโซ่อุปทานระยะไกลบั่นทอนรายได้ของเหล่าเกษตรกร”
การเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตแบบยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพนำมาซึ่งความท้าทาย โดยการฝึกฝนถือเป็นปัจจัยสำคัญMaria Goldameir Mektaniaเกษตรกรรายย่อยอีกรายหนึ่งได้เน้นย้ำว่า”เกษตรกรต้องได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้วิธีการผลิตแบบยั่งยืนและเหมาะสมกับระบบนิเวศ และหากนโยบายและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุด เกษตรกรรายย่อยจะกลายเป็นผู้ที่ได้รับผลเสียมากที่สุด”
Adzmi Hassanจากสมาคมเกษตรกรรายย่อยแห่งชาติมาเลเซีย (NASH)ระบุว่า ความท้าทายสำคัญในการใช้มาตรฐานแบบยั่งยืนนั้นมาจากแรงจูงใจด้านรายได้ ขณะที่Juan Alberto Lemus SilvaจากสมาคมAgroindustria Palmera San Rom?nของกัวเตมาลาซึ่งให้ความสำคัญต่อนโยบายของ EU ระบุว่า นโยบายเหล่านี้”อาจเข้ามาขัดขวางมากกว่าสร้างแรงจูงใจด้านการผลิตในกัวเตมาลา ด้วยการเพิ่มราคาและสร้างความซับซ้อนให้กับข้อกำหนดการส่งออกและกฎระเบียบต่าง ๆ”
Pietro PaganiniประธานบริษัทCompetereได้สรุปการหารือครั้งนี้ว่า”เสียงจากผู้ที่ทำงานในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์มแบบยั่งยืน ทำให้เรามองเห็นมากกว่าแค่การส่งเสริมการลดการผลิตและการดำเนินการแบบผิวเผินต่อเรื่องดังกล่าว เรากำลังพูดถึงห่วงโซ่การผลิตระดับโลกที่มีพันธกิจในการส่งเสริมโครงการอันยั่งยืนมาอย่างยาวนานพร้อม ๆ ไปกับการสร้างความโปร่งใสและมุ่งเน้นด้านนวัตกรรม”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คุ้มเว่อร์ ซื้อ e-Voucher 500.- รับส่วนลดรวม 2,000.- สำหรับ The New Galaxyเฉพาะที่ Samsung.com และ Samsung Shop App ตั้งแต่วันนี้จนถึง 22 ก.ค. นี้ เท่านั้น!
- A New Shape Unfolds ลงทะเบียนรับเครื่องก่อนใคร ฟรี Adapter มูลค่าสูงสุด 1,090 บาท และลดสูงสุด 10,000 บาท
- realme เดินหน้าสนับสนุนเกมเมอร์และวงการอีสปอร์ต ยกทัพ realme 16 Series 5G ร่วมสร้างสีสันในงานแฟนมีต “Bacon The Memory”
- จับกระแส Pink Economy โอกาสเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรู เปิดพลัง Data Intelligence หนุนไทยสู่ LGBTQIA+ Destination ระดับโลก