
ในวันที่ “ความเท่าเทียมทางการศึกษา” กลายเป็นโจทย์สำคัญของสังคมไทย เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ไม่หยุดนิ่งในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบกลยุทธ์ ESG โดยเฉพาะมิติด้านสังคม (Social)ล่าสุด เพาเวอร์บาย ร่วมกับ มูลนิธิออทิสติกไทย, ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ Hisense, Toshiba, Electrolux และ TCL จัดโครงการ “การพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล” ส่งมอบอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ให้กับศูนย์การเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติกจำนวน 131 แห่ง ครอบคลุม 54 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อวางรากฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะบุคคลของเด็กพิเศษและครอบครัวในระยะยาว
พิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นางวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาพิเศษ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด,นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และนายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น สะท้อนพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การจัดโครงการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการนำกลยุทธ์ด้าน ESG มาสู่การปฏิบัติจริง โดยเพาเวอร์บายมองว่าเทคโนโลยีไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่การตอบโจทย์ทางธุรกิจ แต่ต้องเป็นพลังในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ การนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา คือการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย”
ด้าน นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย เสริมว่า การส่งมอบสื่อดิจิทัลและการอบรมให้กับศูนย์การเรียนรู้ 131 แห่งทั่วประเทศ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม Work Boxes System ในเว็บไซต์ https://autisticthai.net/ ซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะของบุคคลออทิสติกอย่างรอบด้าน ทั้งการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการพึ่งพาตนเอง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีคุณค่า
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของเพาเวอร์บาย ที่มุ่งบูรณาการการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทตั้งเป้าใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตรในการขยายโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสังคมในลักษณะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อสังคมไทยในระยะยาว
—————————–
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform) ในประเทศไทย ประเทศอิตาลี และประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,797 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ บิ๊กซี / โก (GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 62 จังหวัด ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 26 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ