|
- มูลค่าการลงทุนรวมใน Eastern Mediterranean Petrochemical Cluster (DAPEK) ปัจจุบันทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีโครงการหลักคือ โรงงานผลิตโพลีโพรพิลีนและท่าเรือสินค้าเทกองเหลว มูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การลงทุนใหม่ในส่วนของท่าเรือ พลังงาน และโลจิสติกส์ ส่งผลให้ DAPEK ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมแบบบูรณาการที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
- ความร่วมมือกับ Surbana Jurong Group ช่วยยกระดับ DAPEK ให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนจากทั่วโลก โดยนำต้นแบบการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก เช่น ในเมืองรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ และเกาะจูรงของสิงคโปร์ มาประยุกต์ใช
อิสตันบูล, 23 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — โครงการ Eastern Mediterranean Petrochemical Cluster (DAPEK) ที่พัฒนาโดยบริษัท Rönesans Holding ในเมืองเจย์ฮาน (Ceyhan) จังหวัดอาดานา ประเทศตุรกี ได้ก้าวเข้าสู่การเติบโตระยะใหม่ โดยมีโครงการสำคัญเพิ่มเข้ามา ได้แก่ โรงงานผลิตโพลีโพรพิลีน (Polypropylene Production Facility) ท่าเรือสินค้าเทกองเหลว (Liquid Bulk Terminal) รวมถึงการลงทุนในท่าเรือ ส่งผลให้ DAPEK ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มูลค่าการลงทุนรวมภายในโครงการสูงกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
DAPEK ได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงการด้านอุตสาหกรรม พลังงาน และโลจิสติกส์ที่ครบวงจรมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก โครงการครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,300 เฮกตาร์ รองรับการผลิตปิโตรเคมี การดำเนินงานท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และบริการโลจิสติกส์ในที่เดียว นับเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมของตุรกี โดยหัวใจสำคัญของโครงการคือ โรงงานผลิตโพลีโพรพิลีนและท่าเรือสินค้าเทกองเหลว มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดย Rönesans Holding และพันธมิตรระดับนานาชาติ เมื่อรวมกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่กำลังดำเนินอยู่ การลงทุนภายในโครงการมีมูลค่ารวมมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Erman Ilıcak ประธานกิตติคุณของ Rönesans Holding กล่าวว่า DAPEK เป็นมากกว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรม โดยอธิบายว่า
“ด้วยแผนการลงทุนของเรา ซึ่งขณะนี้มีมูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เรากำลังสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ไม่ใช่แค่การก่อสร้างโรงงาน เป้าหมายของเราคือการจัดตั้งศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของตุรกี โดยรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต โลจิสติกส์ พลังงาน และท่าเรือไว้ในสถานที่เดียว เพื่อเตรียมทุกสิ่งที่นักลงทุนต้องการไว้ในพื้นที่เดียวกัน เรามองว่า DAPEK จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรมของตุรกีในอีก 50 ปีข้างหน้า”
DAPEK ซึ่งดำเนินงานภายใต้การประสานงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐตุรกี มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมของตุรกีที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก ด้วยโครงสร้างการดำเนินงานแบบบูรณาการ
“โรงงานผลิตโพลีโพรพิลีนจะเป็นหนึ่งในการลงทุนหลักของระบบนิเวศนี้ ร่วมกับท่าเรือสินค้าเทกองเหลว ท่าเรือคอนเทนเนอร์ ท่าเรือสินค้าเทกองแห้ง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบเชื่อมต่อทางรถไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นระบบนิเวศที่ครอบคลุมมากกว่าตัวโรงงานผลิตเพียงอย่างเดียว”
เมืองเจย์ฮานมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นความมั่นคงทางพลังงานในระยะนี้ Ilıcak เน้นย้ำว่า เส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าทางเลือกกำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป บริษัทต่าง ๆ จึงต้องปรับกลยุทธ์ด้านการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนใหม่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เมืองเจย์ฮานมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ DAPEK ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจย์ฮาน ณ จุดเชื่อมต่อระหว่างตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ก็มีความได้เปรียบจากการรวบรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือ พลังงาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมไว้ในระบบนิเวศเดียว ซึ่งเป็นข้อเสนอที่หาได้ยากและดึงดูดใจนักลงทุนอย่างยิ่ง”
ความร่วมมือกับ Surbana Jurong ส่งผลให้ DAPEK เป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก
“ปัจจุบัน บริษัทต่าง ๆ ไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลที่ตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการเข้าถึงตลาดอีกด้วย”
“เราได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จ เช่น ในเมืองรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ และเกาะจูรงของสิงคโปร์ จึงได้ร่วมมือกับ Surbana Jurong Group หนึ่งในผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก โดยตั้งแต่ปี 2569 เราได้ร่วมกันดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาฐานนักลงทุน การทำการตลาดระดับนานาชาติ การส่งเสริมความยั่งยืน และการเติบโตในระยะยาว ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวช่วยเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับ DAPEK ในหมู่นักลงทุนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ”
DAPEK พร้อมต้อนรับนักลงทุนรายใหม่
ในขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และบรรลุเป้าหมายสำคัญในการก่อสร้างไปแล้วหลายส่วน ความพยายามในการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้าสู่ DAPEK ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
DAPEK มุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นกลางและขั้นสูงตลอดหลายปีข้างหน้า โดยปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับบริษัทจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ด้านพลังงาน วัสดุคอมโพสิต เชื้อเพลิงชีวภาพ และอุตสาหกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มอื่น ๆ
พื้นที่พัฒนาโครงการขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์หลายรูปแบบที่เชื่อมโยงการขนส่งทางถนน ทางราง และทางทะเลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้ DAPEK ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน กรอบการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภายในโครงการยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินในระยะยาว ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบให้แก่นักลงทุนทั้งในด้านการบริหารต้นทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
วิสัยทัศน์สำคัญของโครงการคือ การยกระดับ DAPEK ให้เป็นมากกว่าการรวมตัวของโครงการลงทุนที่ดำเนินงานแยกกัน โดยผลักดันให้เป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่การผลิต พลังงาน และโลจิสติกส์ต่างเกื้อหนุนและเสริมสร้างศักยภาพซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้ การบรรจบกันของโครงข่ายคมนาคมทางถนน ทางราง และทางทะเลในจุดเดียว ประกอบกับพื้นที่พัฒนาขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานระดับแนวหน้า ส่งผลให้ DAPEK กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนเป้าหมายของตุรกีในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าชั้นนำของภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
ผลักดันเป้าหมายของตุรกีในการลดการนำเข้าปิโตรเคมี
ในขณะที่ตุรกียังคงพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในระดับสูง โครงการนี้จึงมีศักยภาพในการเสริมสร้างกำลังการผลิตภายในประเทศ และมีส่วนช่วยปรับปรุงดุลการค้าของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
Ilıcak กล่าวทิ้งท้ายว่า
“เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงงานผลิตโพลีโพรพิลีนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ DAPEK จะมีกำลังการผลิต 472,500 ตันต่อปี และสามารถตอบสนองความต้องการโพลีโพรพิลีนของตุรกีได้ประมาณ 17% ของความต้องการทั้งหมดต่อปี ทั้งยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศได้ราว 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมทั้งลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของประเทศ”
การลงทุนอย่างต่อเนื่องใน DAPEK ไม่เพียงช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เท่านั้น หากยังมีส่วนสำคัญในการจ้างงานในท้องถิ่นอีกด้วย ปัจจุบันมีการจ้างงานภายในโครงการประมาณ 4,000 ตำแหน่ง โดย 70% เป็นแรงงานจากพื้นที่โดยรอบ และคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 4,500 ตำแหน่งภายในสิ้นปีนี้
ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
Bensu Celik, [email protected]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Fapon Showcases AI-Engineered Enzymes and Alzheimer’s Solutions at ADLM 2026, Reinforcing North American Commitment
- ผู้ชนะรางวัล Stevie® Awards for Technology Excellence ครั้งที่ 3 ประจำปีประกาศแล้ว
- Weichai Group: 40 ปีในเวียดนาม ร่วมสร้างอนาคตใหม่แห่งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความอัจฉริยะ
- Weichai Group: 40 years in Vietnam, working together to create a new green and intelligent future