สำหรับใครที่ยังคงคิดถึงเมือง Stars Hollow และบทสนทนาที่รวดเร็วคมคายของสองแม่ลูก Lorelai และ Rory Gilmore จากซีรีส์สุดคลาสสิกอย่าง Gilmore Girls คุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นค่ะ ความผูกพันอันแน่นแฟ้นของตัวละครที่รายล้อมในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างซีรีส์หลายท่าน และในวันนี้ ในฐานะบรรณาธิการ เราได้รวบรวม 10 ซีรีส์คล้าย Gilmore Girls ที่จะมาเติมเต็มความอบอุ่นและเสน่ห์แบบเดียวกันให้คุณได้เพลิดเพลินไม่แพ้กัน
รวม 10 ซีรีส์คล้าย Gilmore Girls ที่คุณไม่ควรพลาด
แม้จะไม่มีซีรีส์เรื่องใดที่สามารถแทนที่ความรู้สึกดั้งเดิมของ Gilmore Girls ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ซีรีส์เหล่านี้ได้นำเอาองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบทพูดที่เฉียบคม ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ซับซ้อน หรือแม้แต่บรรยากาศเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ มาสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจ:
- Jane the Virgin (2014 – 2019): ซีรีส์รอมคอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทเลโนเวลาเรื่องนี้มาพร้อมพล็อตสุดพิลึก เมื่อเจน กรอเลียนา วิลลานูเอวา พนักงานเสิร์ฟผู้ศรัทธาในคำปฏิญาณที่จะบริสุทธิ์จนกว่าจะแต่งงาน กลับตั้งครรภ์จากการผสมเทียมผิดพลาด เรื่องราวสนุกสนานกับการผสมผสานความบิดผันแบบละครเม็กซิกันเข้ากับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของหญิงสามรุ่นในเรื่อง เจนนี่ สไนเดอร์ เออร์แมน ผู้สร้างร่วมเคยเป็นโปรดิวเซอร์ของ Gilmore Girls ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะสัมผัสได้ถึงอิทธิพลหลายอย่าง รวมถึงการทำให้เมืองไมอามีรู้สึกเหมือนเมืองเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวา.
- Derry Girls (2018 – 2022): ซิตคอมสุดฮาที่เกิดขึ้นในไอร์แลนด์เหนือยุค 90s ช่วงความขัดแย้งรุนแรง “The Troubles” ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างเรื่องตลกกับการตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุการณ์จริงที่ผู้เขียน (Lisa McGee) ได้สัมผัสมาเอง ทำให้ซีรีส์นี้มีเอกลักษณ์และสร้างเสียงหัวเราะได้ไม่หยุดหย่อน แม้จะแตกต่างจาก Stars Hollow อย่างสิ้นเชิง แต่เราสัมผัสได้ถึงชุมชนที่แน่นแฟ้นของกลุ่มหญิงสาว (และชายหนุ่มหนึ่งคน) ผู้เปี่ยมไหวพริบและพูดจาฉับไว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับ Gilmore Girls.
- The Marvelous Mrs. Maisel (2017 – 2023): หลังจาก Gilmore Girls เอมี่ เชอร์แมน-พัลลาดิโน่ ผู้สร้าง ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกอีกครั้งกับเรื่องราวของมิดจ์ ไมเซล แม่บ้านในนิวยอร์กยุค 50s ที่ค้นพบพรสวรรค์ในการแสดงตลกแบบสแตนด์อัพคอเมดี้ ซีรีส์นี้อบอุ่น ตลกขบขัน พร้อมการแสดงและบทสนทนาที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ฉากหลังจะเป็นนิวยอร์กยุค 50s แต่ก็ยังคงมีบทพูดที่คมคายและไหวพริบคล้ายกับ Gilmore Girls และตัวละครนำอย่างมิดจ์ก็เป็นผู้หญิงที่ซับซ้อน ตลก และไม่กลัวที่จะฝันใหญ่.
- Ginny & Georgia (2021 – ): ซีรีส์เรื่องนี้มีช่วงเวลาหนึ่งในตอนแรกที่จอร์เจีย แม่เลี้ยงเดี่ยว อธิบายตัวเองและลูกสาวจินนี่ว่า “…เหมือน Gilmore Girls แต่หน้าอกใหญ่กว่า!” ซึ่งเป็นคำอ้างอิงที่ชัดเจน จอร์เจียเป็นคุณแม่ตั้งแต่วัย 15 และต้องหนีจากการคุกคามหลายครั้ง รวมถึงการกระทำที่จำเป็น (อาจรวมถึงการฆาตกรรม) เพื่อปกป้องลูกๆ ของเธอ ในขณะที่จินนี่เติบโตขึ้น เธอต้องเผชิญหน้ากับการกระทำของแม่และพยายามทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแต่ก็ซับซ้อนและบางครั้งก็ขัดแย้งกัน.
- Crazy Ex-Girlfriend (2015 – 2019): ซิตคอมที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปอย่างไม่น่าเชื่อเรื่องนี้ ได้นำเสนอการแสดงเพลงประกอบที่ทะเยอทะยานและตลกขบขันตลอดสี่ซีซัน เรเบคกา บันช์ ทนายความผู้มีการศึกษาจาก Yale และ Harvard ทิ้งทุกอย่างเพื่อไล่ตามรักแรกในวัยรุ่นไปยังเมืองเล็กๆ ในแคลิฟอร์เนีย ซีรีส์นี้โดดเด่นในการเจาะลึกประเด็นปัญหาสุขภาพจิตและการรักษาด้วยอารมณ์ขันและเมตตาอย่างแท้จริง ตัวละครนำอย่างเรเบคกาก็เป็นผู้หญิงที่สมจริงและซับซ้อน คล้ายกับ Lorelai ที่ตัดสินใจผิดพลาดมากมายแต่ก็ยังคงมุ่งมั่นค้นหาชีวิตที่เป็นตัวเอง.
- Étoile (2025): เอมี่ เชอร์แมน-พัลลาดิโน่ และ เดวิด พัลลาดิโน่ กลับสู่โลกของบัลเลต์อีกครั้งกับซีรีส์ใหม่ปี 2025 นี้ เรื่องราวของสองคณะบัลเลต์ชื่อดังระดับโลก (ในนิวยอร์กและปารีส) ที่ตัดสินใจสลับนักเต้นมากพรสวรรค์ของตนเอง เพื่อแก้ไขวิกฤตทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีมหาเศรษฐีผู้แปลกประหลาดเข้ามาร่วมลงทุน ความตลกส่วนใหญ่มาจากความไม่เข้ากันของนักเต้นที่ถูกสลับกัน และยังคงแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อบัลเลต์อย่างชัดเจน.
- Hart of Dixie (2011 – 2015): หากคุณกำลังมองหาบรรยากาศเมืองเล็กๆ ที่น่ารักและมีตัวละครแปลกๆ คล้าย Gilmore Girls ซีรีส์นี้ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ดร. โซอี้ ฮาร์ท จากนิวยอร์ก ย้ายไปเมืองบลูเบลล์ อลาบามา เพื่อรับช่วงต่อคลินิกของพ่อ ด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับคนไข้ทำให้เธอหางานยาก เธอต้องสร้างชีวิตใหม่ท่ามกลางครอบครัวสามรุ่นและชาวเมืองผู้แปลกประหลาดที่ชอบจัดเทศกาลและรวมตัวกันที่ศาลาพักผ่อน ที่น่าสนใจคือ ศาลาพักผ่อนในเรื่องนี้คือศาลาเดียวกันกับใน Stars Hollow เนื่องจากถ่ายทำในสตูดิโอ Warner Bros. เดียวกัน.
- Parenthood (2010 – 2015): หลังจาก Gilmore Girls ลอเรน เกรแฮม (Lorelai) ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซาร่า ในซีรีส์ครอบครัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวละครหลากหลายรุ่น เช่นเดียวกับ Gilmore Girls ซีรีส์คอมเมดี้ดราม่าเรื่องนี้ชื่นชมในตัวละครที่มีเอกลักษณ์และความผูกพันอันอบอุ่นของครอบครัวบราเวอร์แมน.
- The Summer I Turned Pretty (2022 – 2025): แม้จะเน้นความสัมพันธ์แบบแม่ลูกน้อยกว่าซีรีส์ส่วนใหญ่ในลิสต์นี้ แต่ The Summer I Turned Pretty ก็ยังคงให้ความรู้สึกคล้าย Gilmore Girls ด้วยจักรวาลของตัวละครที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ ซีรีส์นี้สร้างจากนิยายขายดีสำหรับวัยรุ่น โดยมุ่งเน้นที่การก้าวผ่านวัยของ เบลลี่ คองคลิน วัย 16 ปี ที่ต้องเผชิญกับความรักสามเส้าระหว่างพี่น้องสองคนในครอบครัวเพื่อนสนิทที่เธอใช้เวลาช่วงฤดูร้อนด้วยกันทุกปี เบลลี่ให้ความรู้สึกเหมือน Rory ในเวอร์ชันที่อัปเดต และชายหาด Cousins ก็มีกลิ่นอายความอบอุ่นแบบ Stars Hollow.
- The Café (2011 – 2013): เรื่องราวของหญิงสามรุ่นในชุมชนเงียบสงบที่เต็มไปด้วยตัวละครแปลกๆ กับบทสนทนาที่รวดเร็วคมคาย ซาร่า ชาวลอนดอนกลับบ้านเกิดที่เมืองริมทะเล Weston-super-Mare หลังผิดหวังจากงานและความรัก เธอช่วยแม่ (แครอล) ทำคาเฟ่ ในขณะที่แม่ก็หวังให้เธอแต่งงาน และยาย (แมรี่) ก็เต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่คนไม่ค่อยอยากฟัง ซีรีส์อังกฤษเรื่องนี้มีความแห้งแล้งในแบบฉบับบริติชและอบอุ่นอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกคล้ายกับ Gilmore Girls ในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงในครอบครัวและบรรยากาศชุมชน.
ความผูกพันที่มากกว่าแค่บนจอ: มุมมองจากบรรณาธิการ
จากลิสต์ซีรีส์ทั้งหมดนี้ เราจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบที่ทำให้ Gilmore Girls ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่แค่เรื่องราวที่น่าติดตาม แต่ยังรวมถึงการสร้างตัวละครที่มีมิติ ความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่ลูก เพื่อน หรือคนในชุมชนเล็กๆ ที่ต่างก็มีบทบาทในการหล่อหลอมตัวตนของกันและกัน เรามองว่าซีรีส์แนวนี้มอบพื้นที่ให้ผู้ชมได้สำรวจความซับซ้อนของมนุษย์ ทั้งในด้านความรัก มิตรภาพ และการเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิตประจำวัน
สำหรับแฟนๆ ที่คิดถึงกลิ่นอายของ Stars Hollow และความฉับไวของ Lorelai ซีรีส์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกทดแทน แต่เป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาคุณไปพบกับตัวละครและเรื่องราวที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน บางเรื่องอาจมีอารมณ์ขันคมคายคล้ายกัน บางเรื่องอาจมีบทบาทของแม่ลูกที่ซับซ้อนไม่ต่างกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรายังคงหลงรักซีรีส์แนวนี้อย่างต่อเนื่องค่ะ.
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- OpenAI เปิด ChatGPT Health ให้ใช้ฟรีทั่วโลก พร้อมคำเตือนเรื่องความเป็นส่วนตัวและความน่าเชื่อถือที่ลดลง
- คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่ผู้ร้าย: ทำไมการงดคาร์บอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
- Amazfit: สมาร์ทวอทช์ทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามวิ่งสำหรับนักกีฬาจริงจัง
- Garmin เข้าซื้อ TrainingPeaks และ TrainHeroic เสริมแกร่งระบบนิเวศการฝึกซ้อมกีฬา