Skip to content
Home » PR Newswire » Huawei เปิดตัวสี่โซลูชันการเชื่อมต่อและการตรวจจับด้วยเทคโนโลยีนำแสงในซีรีส์ F5G-A เพื่อเร่งส่งเสริมระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรม

Huawei เปิดตัวสี่โซลูชันการเชื่อมต่อและการตรวจจับด้วยเทคโนโลยีนำแสงในซีรีส์ F5G-A เพื่อเร่งส่งเสริมระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรม

บาร์เซโลนา สเปน, 5 มี.ค. 2568 /PRNewswire/

ระหว่างงาน MWC ประจำปี 2568 ในบาร์เซโลนา Huawei เปิดตัวสี่โซลูชันการเชื่อมต่อและการตรวจจับด้วยเทคโนโลยีนำแสงในซีรีส์ F5G-A พร้อมทั้งนำเสนอแนวโน้มการพัฒนาแบบ “3 In 3 Out” ล่าสุดในอุตสาหกรรมระบบนำแสง ในการนี้ Huawei ตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลกเพื่อพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีนำแสงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งส่งเสริมระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรม

Perry Yang, President of Huawei Enterprise Optical Domain
Perry Yang, President of Huawei Enterprise Optical Domain

คุณ Perry Yang ประธานของ Huawei Enterprise Optical Domain เน้นย้ำเทรนด์ “3 In 3 Out” (3 มาและ 3 ไป) ในการกล่าวบรรยาย ประกอบด้วย Fiber-in Copper-out หมายถึงเครือข่ายไฟเบอร์มาแทนเครือข่ายที่ใช้ทองแดง สำหรับเครือข่ายในบ้านและเครือข่ายแคมปัสสำหรับองค์กร, fgOTN-in SDH-out หมายถึงเครือข่ายส่งข้อมูลด้วยแสงระดับละเอียด (fgOTN) มาแทนเครือข่ายความเร็วสูง (SDH) สำหรับเครือข่ายการผลิตเชิงอุตสาหกรรม และ Optical-sensing-in Hard-work-out หมายถึงการตรวจจับด้วยเทคโนโลยีนำแสงมาแทนการทำงานหนักแบบเก่า สำหรับการใช้งานการตรวจจับระยะไกลในการใช้งานอย่างการตรวจสอบระบบท่อนำส่งน้ำมันและก๊าซ และการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ขณะนี้ที่โซลูชัน FTTO (เครือข่ายไฟเบอร์ถึงสำนักงาน) ของ Huawei ให้บริการพื้นที่องค์กรมากกว่า 10,000 แห่ง เทคโนโลยี fgOTN ของเราได้รับการนำไปใช้ในทั่วโลก และมีการติดตั้งใช้งานการตรวจจับด้วยเทคโนโลยีนำแสงในกว่า 90 โครงการในอุตสาหกรรมอย่างน้ำมันและก๊าซ ท่าอากาศยาน และระบบราง เร่งส่งเสริมระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี F5G-A

เพื่อให้สอดรับกับความต้องการ “3 In 3 Out” Huawei ได้เปิดตัวสี่โซลูชันที่มี F5G-A เป็นพื้นฐาน

สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) Huawei ได้ออกโซลูชันเครือข่ายไฟเบอร์ถึงบ้านเรือน (FTTH) ที่รองรับการก่อสร้างเครือข่ายที่มีราคาไม่แพงและรวดเร็ว รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เครือข่ายไฟเบอร์ถึงห้องพัก (FTTR) หลายตัว เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมีการครอบคลุมที่รวดเร็ว มีแบนด์วิธการส่งถ่ายเพิ่มขึ้น และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้

สำหรับการใช้งานในแคมปัสสำหรับองค์กร โซลูชัน FTTO 2.0 ของ Huawei มีการอัปเกรดที่สำคัญสี่ประการ ได้แก่ ในแง่ของแบนด์วิธ สภาวการณ์การใช้งาน การปฏิบัติการ และการวางแผน แบนด์วิธเครือข่ายในแคมปัสปรับเพิ่มจาก 10 กิกะบิตต่อวินาทีเป็น 50 กิกะบิตต่อวินาที ทำให้มอบความเร็ว 50 กิกะบิตต่อวินาทีในการเชื่อมต่อสู่ห้องเรียนและ 10 กิกะบิตต่อวินาทีในการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวเทอร์มินัลระบบนำแสงที่สอดคล้องกับมาตรฐานการติดดั้ง M45 ในยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ถึงเตียงในโรงพยาบาลโดยตรงโดยไม่ต้องใช้กล่องข้อมูล และสามารถติดตั้งบนแผงหัวเตียงได้โดยไม่กระทบกับการตกแต่ง นอกจากนั้น มีการเปิดตัวอุปกรณ์เชื่อมต่อการเข้าถึง (AP) แบบนำแสงสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง เพื่อขยายความครอบคลุมสู่พื้นที่กลางแจ้ง เหมาะสำหรับสนามเด็กเล่นในโรงเรียนและสระว่ายน้ำกลางแจ้งในโรงแรม ในแง่ของการปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์จัดการเครือข่าย (NMS) ของเราที่แต่เดิมในอดีตสามารถจัดการได้เพียงแคมปัสแห่งเดียว ขณะนี้สามารถจัดการได้หลายแห่ง ทำให้ดำเนินการปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&M) ได้อย่างง่ายดายในการใช้งานแบบผู้ใช้หลายราย ยิ่งไปกว่านั้น การวางแผนยังสามารถยกระดับจากแบบไม่อัตโนมัติให้เป็นการตั้งค่าอัตโนมัติโดยใช้ AI ซึ่งลดเวลาการออกแบบเครือข่ายจากสองวันเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง

สำหรับการใช้งานด้านการประมวลผล AI นั้น Huawei ได้เปิดตัวโซลูชันการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลแบบไม่มีการสูญเสียด้วยระบบนำแสงล้วน (All-Optical Lossless Data Center Interconnect (DCI) Solution) ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม OTN OSN 9800 K12 ที่มีศูนย์ข้อมูลเป็นพื้นฐานเพื่อให้ไม่มีการสูญเสียแพ็คเก็ตเลยในการเข้าถึงความจำโดยตรงจากระยะไกล (RDMA) ระหว่างศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง

Huawei ได้นำเสนอโซลูชันการตรวจสอบบริเวณโดยรอบซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กที่คุ้มค่าต้นทุนและติดตั้งใช้งานได้ง่ายสำหรับแคมปัสขนาดเล็ก อย่างเช่น สถานีย่อย สถานีน้ำมันและก๊าซ และศูนย์ข้อมูล โซลูชันนี้ใช้การตรวจจับที่รวมหลายเทคโนโลยี เช่น การตรวจจับผ่านไฟเบอร์และวิดีโอ ไปจนถึงอัลกอริทึม AI

ในอนาคต Huawei จะมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีระบบนำแสงต่อไป ตลอดจนทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลกเพื่อเร่งส่งเสริม “3 In 3 Out” ในการเชื่อมต่อและการตรวจจับ ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรม

View original content to download multimedia: Read More