ริยาด ซาอุดีอาระเบีย, 10 กรกฎาคม 2568 /PRNewswire/ — ฯพณฯ Majed bin Abdullah Al-Hogail รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทศบาลและการเคหะ และประธานสำนักงานอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (REGA) ได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อองค์ผู้พิทักษ์มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่ง (Custodian of the Two Holy Mosques) สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอูด (King Salman bin Abdulaziz Al Saud) และมกุฎราชกุมาร ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกฎระเบียบฉบับปรับปรุงว่าด้วยการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยชาวต่างชาติ ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568
ฯพณฯ Al-Hogail ระบุว่า การอนุมัติกฎระเบียบฉบับปรับปรุงนี้โดยคณะรัฐมนตรี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้กระบวนการปฏิรูปกฎหมายด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์และส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ กฎระเบียบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มอุปทานของอสังหาริมทรัพย์ในราชอาณาจักร โดยดึงดูดนักลงทุนและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากทั่วโลกเข้าสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะส่งเสริมเป้าหมายการเพิ่มสมดุลในระบบนิเวศด้านอสังหาริมทรัพย์
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กฎระเบียบฉบับปรับปรุงนี้ได้พิจารณาครอบคลุมทุกแง่มุมทางเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างรอบคอบ และอนุญาตให้มีการถือครองอสังหาริมทรัพย์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดในเมืองมักกะฮ์ (Makkah) และมะดีนะฮ์ (Madinah)
เขาระบุว่า กฎระเบียบฉบับใหม่เปิดโอกาสให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงผู้พำนักอาศัยตามกฎหมายภายในราชอาณาจักร ตลอดจนบุคคลที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศ สามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์ในซาอุดีอาระเบียได้ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้โดยเฉพาะ
ตามกฎระเบียบฉบับปรับปรุงนี้ สำนักงานอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (REGA) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานผู้เสนอแผนที่ระบุพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ชาวต่างชาติสามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์หรือได้รับสิทธิในรูปแบบอื่นได้ โดย REGA จะจัดทำและเผยแพร่ข้อบังคับปฏิบัติผ่านแพลตฟอร์มรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Istitlaa) ภายในระยะเวลา 180 วันนับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎระเบียบนี้มีกำหนดมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2569 โดยข้อบังคับปฏิบัติจะระบุขั้นตอนการได้มาซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์โดยชาวต่างชาติ ข้อกำหนดในการบังคับใช้กับชาวต่างชาติ รวมถึงรายละเอียดด้านการดำเนินงานทั้งหมด โดยคำนึงถึงมิติทางเศรษฐกิจและสังคม
ทั้งนี้ กฎระเบียบฉบับปรับปรุงยังสอดคล้องกับกฎหมายการพำนักระดับพรีเมียม (Premium Residency Law) ข้อกำหนดว่าด้วยการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยพลเมืองประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) เพื่อวัตถุประสงค์ด้านที่อยู่อาศัยและการลงทุน ตลอดจนกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งให้สิทธิประโยชน์แก่ชาวต่างชาติในการถือครองอสังหาริมทรัพย์และได้รับสิทธิอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
View original content to download multimedia: Read More