ฝัวชาน, จีน, 29 ส.ค. 2568 /PRNewswire/ — Midea Group ประสบความสำเร็จทางการเงินครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยรายได้ทะลุ 100,000 ล้านหยวนสองไตรมาสติดต่อกัน และพุ่งแตะระดับที่น่าทึ่งที่ 252,000 ล้านหยวนในช่วงครึ่งปีแรก (H1) ของปี 2568 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) และมีกำไรพุ่งสูงถึง 26,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25%
รายได้ในจีนแผ่นดินใหญ่เติบโต 14.2% แสดงให้เห็นการเจาะตลาดจีนอย่างแข็งแกร่งของ Midea Group ส่วนรายได้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 17.7% ส่วนการดำเนินงานด้าน OBM (การผลิตสินค้าแบรนด์ดั้งเดิม) มีรายได้เติบโตอย่างมาก โดยรายได้จากการขายอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 Midea Group ได้เข้าซื้อกิจการ Teka Group เสร็จสิ้น (ไม่รวมบริษัทย่อยของ Teka ในรัสเซีย)
กลุ่มผู้บริโภค (ToC) รายงานรายได้ 167,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.3% ขณะที่รายได้โซลูชันเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (ToB) เพิ่มขึ้น 20%
กลุ่มเทคโนโลยีพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีรายได้แตะ 22,000 ล้านหยวน รายได้จากเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะอยู่ที่ 19,500 ล้านหยวน และรายได้จากวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอยู่ที่ 15,100 ล้านหยวน
Midea ลงทุน 8.8 พันล้านหยวนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยเพิ่มขึ้น 14% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การซื้อสิทธิบัตรใหม่กว่า 5,500 ฉบับในปี 2568 ทำให้ Midea ติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ถือสิทธิบัตรชั้นนำของโลก เครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 38 แห่ง และฐานการผลิต 63 แห่งทั่วโลก ล้วนตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
Midea Group ยังคงรักษาสถานะที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องใน Fortune China ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และได้รับการจัดอันดับ MSCI ESG ประจำปี 2568 ในระดับ “A” ความโดดเด่นด้านนวัตกรรมของบริษัทสะท้อนให้เห็นจากโรงงานผลิตที่ทันสมัย ซึ่งประกอบด้วยโรงงานสีเขียว 37 แห่ง ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว 13 แห่ง โรงงานที่รองรับ 5G 9 แห่ง และ “โรงงานประภาคารโลก” (‘World Lighthouse Factories”) 6 แห่ง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โรงงานเครื่องซักผ้า Midea ที่จิงโจว (หูเป่ย์) ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองสถิติโลก (WRCA) ที่ลอนดอน ในฐานะ “โรงงานอัจฉริยะแห่งแรกของโลกที่มีความเป็นเลิศด้านการครอบคลุมหลายสถานการณ์”
ด้วยการยอมรับระดับสากล Midea Group ยังคงรักษาสถานะที่มั่นคงใน Fortune Global 500 ได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้อันดับที่ 246 ในปี 2568 และเป็นบริษัทอันดับที่ 184 ในรายชื่อ Forbes Global 2000 ประจำปี 2568 ตอกย้ำสถานะแบรนด์ระดับโลกที่แข็งแกร่งและอิทธิพลทางการตลาด
แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ Midea Group ก็สามารถแสดงให้เห็นความยืดหยุ่นผ่านการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการขยายธุรกิจไปทั่วโลก บริษัทจึงพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
ผลประกอบการทางการเงินในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 เน้นย้ำการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ Midea Group ในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนกลยุทธ์อันสมดุลซึ่งผสานรวมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน และการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทั่วโลก
View original content to download multimedia: Read More