Skip to content
Home » PR Newswire » แคมเปญฟู้ดเซอร์วิสใหม่ของ Kerry ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผยให้เห็นว่า รสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมเมนูทั่วเอเชีย

แคมเปญฟู้ดเซอร์วิสใหม่ของ Kerry ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผยให้เห็นว่า รสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมเมนูทั่วเอเชีย

สิงคโปร์, 9 มกราคม 2569 /PRNewswire/ — ในปัจจุบัน การจับคู่รสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารริมทางและการทำอาหารในครัวเรือน กำลังส่งอิทธิพลต่อเมนูในร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurants: QSRs) และหมวดเครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารสชาติที่จัดจ้านแต่สมดุล และได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในแคมเปญล่าสุดของโซลูชันฟู้ดเซอร์วิสของ Kerry ที่ใช้รสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศ

For food service operators, citrus and spice profiles offer exceptional range. Citrus lifts fried or grilled proteins, while spice adds emotional warmth and depth, making the pairing ideal for limited time offers and cross-category menu innovation
For food service operators, citrus and spice profiles offer exceptional range. Citrus lifts fried or grilled proteins, while spice adds emotional warmth and depth, making the pairing ideal for limited time offers and cross-category menu innovation

ข้อมูลจาก Mintel GNPD (ปี 2566-2568) แสดงให้เห็นว่า การผสมผสานรสชาติเผ็ดร้อนและรสของซิตรัสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) สูงถึง 42% ซึ่งเติบโตรวดเร็วกว่ากระแสรสชาติอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในระดับโลก รสชาติที่เผ็ดร้อนมีอัตราการเติบโต 22% ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยรสพริก–มะนาวมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ซอส และอาหารพร้อมรับประทาน (ready-to-eat) แรงส่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในมูลค่าทางการตลาดเช่นกัน โดยตลาดผลิตภัณฑ์ซัลซาพริกปีศาจ (ghost pepper salsa) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่า 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.1% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2576 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่จับคู่พริกฮาลาปีโญ (jalapeño) ดองกับมะนาว รวมถึงโปรไฟล์รสชาติที่ผสานความเผ็ดกับความเปรี้ยวของซิตรัสที่ใกล้เคียงกัน คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีเดียวกัน

“ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคตีความและนิยามความตื่นเต้นในเมนูอาหารอย่างไร” Angeline Ho ผู้นำด้านการตลาด กลุ่ม Food Service Chains ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Kerry Group กล่าว “ทั่วทั้งเอเชีย ผู้บริโภคกำลังหันไปหารสชาติที่เร้าใจแต่ไม่ซับซ้อน มีความท้าทายแปลกใหม่ แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคย โดยรสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศประสบความสำเร็จเพราะให้รสชาติที่ตัดกันอย่างลงตัว เป็นรสชาติสดชื่นที่ช่วยตัดความมันและเข้มข้นของอาหาร และความเผ็ดร้อนที่ปลุกความมีชีวิตชีวาแต่ไม่มากเกินไปจนกลบรสอื่น จากมุมมองของกลุ่มฟู้ดเซอร์วิส นี่คือการจับคู่ที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งสามารถนำใช้ได้กับหลากหลายประเภทอาหาร รูปแบบ และระดับราคา”

เสน่ห์ของซิตรัสและเครื่องเทศฝังลึกอยู่ในประเพณีอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมนูต้มยำและส้มตำของไทยเป็นตัวอย่างชัดเจนของรสชาติที่สมดุลระหว่างมะนาว พริก และสมุนไพรต่าง ๆ ส่วนอาหารเวียดนามใช้เลมอน มะขาม และพริกเป็นหลักในเมนูอาหารที่มีรสเบาและสดชื่น ขณะที่อินโดนีเซียสร้างมิติรสชาติด้วยการใช้มะนาว ขิง กานพลู และพริกอย่างมีชั้นเชิง เพื่อสร้างเอกลักษณ์กลิ่นที่หอมเข้มข้น ส่วนฟิลิปปินส์ใช้ส้มคาลามันซีหรือส้มจี๊ดและพริก เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับอาหารคาว สิงคโปร์และมาเลเซียยังคงนำซัมบัลหรือน้ำพริกอินโดนีเซียและรสเปรี้ยวจากซิตรัสมาตีความใหม่เข้ากับวัตถุดิบร่วมสมัยอย่างน้ำตาลปี๊บกูลาเมอลากา (gula melaka) และเกลือแบล็กไลม์ (black lime salt) ผสานเสน่ห์ของขนบดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว

Yenni Law เชฟและเจ้าของร้านอาหารชาวมาเลเซียระดับรางวัล ผู้ร่วมก่อตั้ง @meatfeds และยังเป็นผู้ได้รับรางวัล Le Cordon Bleu Ribbon ASEAN Award ประจำปี 2568 ได้เน้นย้ำถึงความหมายทางวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังเทรนด์นี้ว่า “ในเอเชีย เรามีเครื่องเทศและสมุนไพรที่คล้ายคลึงกัน และอาหารก็เป็นภาษาที่เชื่อมโยงพวกเราทุกคนเข้าด้วยกัน เมื่อรสของซิตรัสและเครื่องเทศมารวมกัน ก็จะช่วยเติมเต็มและสร้างความกลมกล่อมให้กับอาหารได้อย่างสมบูรณ์”

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส โปรไฟล์รสชาติของซิตรัสและเครื่องเทศให้ขอบเขตการนำไปใช้งานที่หลากหลายเป็นพิเศษ ซิตรัสช่วยชูรสให้กับโปรตีนที่ผ่านการทอดหรือย่าง ขณะที่เครื่องเทศช่วยเติมความอบอุ่นที่สร้างประสบการณ์ทางอารมณ์และความลึกของรสชาติ ส่งผลให้การจับคู่รสชาตินี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเมนูแบบจำกัดระยะเวลา (limited time offers) และการสร้างสรรค์เมนูรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงข้ามหมวดหมู่ โดยในปัจจุบัน การผสมผสานรสชาติยอดนิยมอย่างมะนาวกับพริก ส้มกับพริก และส้มคาลามันซีกับพริก กำลังถูกนำไปใช้อย่างไร้ขีดจำกัดทั้งในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

เมื่อความคาดหวังด้านรสชาติของผู้บริโภคสูงขึ้น ความสำคัญของแหล่งที่มาและความยั่งยืนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยผู้บริโภคทั่วโลก 70% ต่างเลือกแบรนด์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง การจัดหาซิตรัสและเครื่องเทศจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบ พร้อมมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเมนูอาหาร

ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงส่งอิทธิพลต่อเทรนด์ด้านฟู้ดเซอร์วิสทั่วโลก ซิตรัสและเครื่องเทศจึงมีความโดดเด่นในฐานะการแสดงออกถึงความสมดุล วัฒนธรรม และนวัตกรรม พร้อมวางตำแหน่งการจับคู่รสชาตินี้ให้เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเมนูในภูมิภาค

View original content to download multimedia: Read More