Skip to content
Home » PR Newswire » CATL และ Ellen MacArthur Foundation ร่วมกำหนดทิศทางแบตเตอรี่ EV แบบหมุนเวียน ด้วยสมุดปกขาวฉบับสำคัญครั้งประวัติศาสตร์

CATL และ Ellen MacArthur Foundation ร่วมกำหนดทิศทางแบตเตอรี่ EV แบบหมุนเวียน ด้วยสมุดปกขาวฉบับสำคัญครั้งประวัติศาสตร์

ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์, 25 มกราคม 2569 /PRNewswire/ — Leading The Charge – Turning risk into reward with a circular economy for EV batteries and critical minerals ซึ่งเป็นสมุดปกขาวที่เผยแพร่โดยมูลนิธิ Ellen MacArthur Foundation ในระหว่างการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก ปี 2569 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ถือเป็นแผนที่นำทางห่วงโซ่มูลค่าแบบหมุนเวียนฉบับแรก ที่ผ่านการบูรณาการอย่างเป็นระบบและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง อีกทั้งยังยึดโยงกับการดำเนินงานอุตสาหกรรมในโลกความเป็นจริง นอกจากนี้ ยังนับเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่าง CATL และมูลนิธิฯ อีกด้วย

รายงานฉบับนี้พัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นและข้อมูลจากองค์กรชั้นนำกว่า 30 แห่งทั่วทั้งระบบนิเวศแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งรวมถึง CATL, DHL, Volvo และ JLR ตลอดจนสถาบันวิจัยและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) โดยวางทิศทางที่ชัดเจนและอิงข้อมูลและมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม ว่าด้วยรูปแบบที่แบตเตอรี่ EV ต้องได้รับการออกแบบ ใช้งาน กู้คืน และนำกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดและลดความเสี่ยงเชิงระบบตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ผู้ก่อตั้งของภารกิจ Critical Minerals Mission ของมูลนิธิฯ ทาง CATL ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับมูลนิธิและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อถ่ายทอดหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กลายเป็นการดำเนินการเชิงปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง อีกทั้งยังตั้งอยู่บนประสบการณ์การดำเนินงานจริง แผนที่นำทางฉบับนี้ยังสนับสนุนคำมั่นสัญญา Global Energy Circularity Commitment ของ CATL ซึ่งรวมถึงเป้าหมายระยะยาวเพื่อทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไม่พึ่งพาอยู่กับการสกัดวัตถุดิบใหม่จากธรรมชาติ

แผนนี้เน้นย้ำถึงโอกาสต่าง ๆ ที่ระบบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบหมุนเวียนสามารถปลดล็อกได้ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ตัวผลิตภัณฑ์ และการสร้างคุณค่าในภาพรวม ด้วยการทำให้แบตเตอรี่และแร่ธาตุสำคัญภายในแบตเตอรี่ยังคงถูกนำมาใช้งานต่อเนื่องหลายวงจรอายุการใช้งาน โดยจะช่วยลดความต้องการใช้วัตถุดิบที่ต้องขุดใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยการยกระดับประสิทธิภาพการใช้วัสดุ ลดของเสียและต้นทุนในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างแหล่งรายได้รูปแบบใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกัน ระบบดังกล่าวยังเสริมความแข็งแกร่งต่อการเปลี่ยนแปลงให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าแนวทางเชิงระบบแบบหมุนเวียนสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ให้กลายเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่สร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง

แนวทางเด่น 5 ประการในการปลดล็อกระบบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบหมุนเวียน สมุดปกขาวฉบับนี้ระบุถึงแนวทางดำเนินการ 5 ประการที่เชื่อมโยงและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้วัสดุแบตเตอรี่ยังคงถูกนำไปใช้ในลักษณะที่สร้างมูลค่าสูง อีกทั้งยังเสริมสร้างความสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง อันประกอบด้วย:

  1. ออกแบบแบตเตอรี่เพื่อการหมุนเวียน ไม่ใช่เพื่อการกำจัดทิ้ง
  2. ทบทวนแนวคิดการให้บริการแบตเตอรี่ภายใต้ระบบพลังงาน–การคมนาคมที่ได้รับการปรับให้เหมาะสม
  3. ขยายต่อยอดโมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียนที่มองแบตเตอรี่เป็นสินทรัพย์ระยะยาว
  4. สร้างและร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบหมุนเวียนในระดับภูมิภาค
  5. ขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการแบบหมุนเวียนผ่านข้อมูล มาตรฐาน และนโยบาย

การดำเนินการของ CATL ที่เกิดขึ้นแล้วในทางปฏิบัติ CATL ได้นำแนวทางเชิงระบบเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงแล้วในทุกมิติของการดำเนินงาน โดยการแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวรถยนต์ และบริหารจัดการแบตเตอรี่ในฐานะสินทรัพย์ส่วนกลาง ทำให้สามารถเพิ่มอัตราการใช้งาน เอื้อให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ และทำให้สามารถคาดการณ์การส่งคืนแบตเตอรี่เมื่อสิ้นสุดการใช้งานได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบัน CATL ดำเนินการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากกว่า 1,000 แห่ง และสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์มากกว่า 300 แห่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบนิเวศพันธมิตรกว่า 100 รายที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การบูรณาการระบบในลักษณะนี้ช่วยให้สามารถกู้คืนวัสดุคุณภาพสูงได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยการดำเนินงานรีไซเคิลของ CATL สามารถกู้คืนโลหะนิกเกิล โคบอลต์ แมงกานีสได้ถึง 99.6% และลิเทียม 96.5% พร้อมขยายขีดความสามารถกำลังแปรรูปสู่ระดับ 270,000 ตันต่อปี นอกจากนั้น CATL ยังได้นำเคมีแบตเตอรี่ทางเลือกมาใช้งานควบคู่ไปด้วยกัน เช่น แบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งใช้วัตถุดิบที่มีอยู่อย่างแพร่หลายและสามารถลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงได้สูงสุดถึง 60% ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของประสิทธิภาพด้านการหมุนเวียนในระบบการคมนาคม การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการกักเก็บพลังงานอย่างครบวงจร

ยกระดับและขยายผลร่วมกัน ในการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Leadership Briefing ของมูลนิธิฯ Jiang Li รองประธานและเลขานุการคณะกรรมการบริหารของ CATL ได้กล่าวเน้นว่า “รายงานฉบับนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจแบตเตอรี่แบบหมุนเวียนในระดับโลก ระบบแบตเตอรี่หมุนเวียนจำเป็นต้องถูกนำไปขยายผลในทุกภูมิภาค ทุกอุตสาหกรรม และทุกการใช้งาน ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงาน พร้อมทั้งต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดที่หลากหลายอีกด้วย”

“เมื่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับแบตเตอรี่และแร่ธาตุสำคัญจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำให้มีราคาที่สามารถเข้าถึงได้ เสริมความสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง และการเติบโตในระยะยาว ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม” Wen-Yu Weng ผู้นำฝ่ายบริหารด้านแร่ธาตุสำคัญของมูลนิธิ Ellen MacArthur Foundation กล่าว “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ และแนวทางแบบหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามูลค่าของแบตเตอรี่เหล่านี้ และรับรองได้ว่าแร่ธาตุสำคัญจะไม่กลายเป็นขยะเหลือทิ้ง เราขอต้อนรับการเข้ามามีส่วนร่วมของ CATL และหวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยขยายระบบแบตเตอรี่แบบหมุนเวียนอย่างแท้จริง และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในวงกว้าง”

สำหรับ CATL วาระดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญโดยตรงต่อเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของบริษัท โดยต่อยอดจากความสำเร็จในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ทุกแห่ง และเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2578

การเปิดตัวรายงานฉบับนี้นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของความร่วมมือระหว่าง CATL และมูลนิธิฯ ในระดับกว้าง เพื่อเร่งขับเคลื่อนให้แร่ธาตุสำคัญถูกนำกลับมาใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการทดสอบแนวทางเหล่านี้ภายใต้สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง เพื่อทำความเข้าใจว่ากระบวนการออกแบบ การใช้งาน การยืดอายุการใช้งาน การเก็บรวบรวม และวงจรการรีไซเคิลจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรเมื่อดำเนินการในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

View original content to download multimedia: Read More