Skip to content
Home » PR Newswire » ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

MAY PR 2026 03 02 023310 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

MAY PR 2026 03 02 023310 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 2 มีนาคม 2569 — เสียวหมี่ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก กลับมาอีกครั้งในงาน MWC 2026 เพื่อตอกย้ำศักยภาพของระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human x Car x Home” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเน้นย้ำถึงการบูรณาการ AI เข้ากับสถานการณ์จริงในวงกว้าง ด้วยระบบนิเวศนี้ เสียวหมี่ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากนวัตกรรมเชิงแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง นำ AI ก้าวข้ามขอบเขตของอินเทอร์เฟซดิจิทัลและเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน

มร. แองกัส (Angus Ng ) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของเสียวหมี่อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “สำหรับเสียวหมี่ เราออกแบบ AI มาเพื่อรับใช้ผู้คนในชีวิตจริง ด้วยระบบนิเวศอัจฉริยะ Human x Car × Home ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เรากำลังขยายขอบเขตความชาญฉลาดออกไปนอกหน้าจอและเข้าสู่ชีวิตประจำวัน นี่ถือเป็นก้าวแรกของเสียวหมี่ ในการนำ AI เข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเทคโนโลยีจะใช้งานง่ายขึ้น เชื่อมต่อกันมากขึ้น และผสานรวมเข้ากับวิถีชีวิต การเคลื่อนไหว และการปฏิสัมพันธ์ของผู้คนได้อย่างราบรื่น”

ภายในงาน MWC 2026 เสียวหมี่ได้นำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ถ่ายทอดระบบนิเวศดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง โดยมี Xiaomi 17 Series และ Leica Leitzphone powered by Xiaomi เป็นไฮไลท์หลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างลึกซึ้งระหว่าง Leica ทั้งด้านการถ่ายภาพและงานออกแบบ ระบบนิเวศนี้ยังได้รับการขยายเพิ่มเติมผ่านอุปกรณ์ AIoT รุ่นล่าสุดของเสียวหมี่ที่รวม Xiaomi Electric Scooter 6 Series และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน Mijia ที่ครบทุกหมวดหมู่ ทั้งนี้ในด้านการคมนาคม เสียวหมี่ก็ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในระบบขนส่งอัจฉริยะ ผ่าน Xiaomi SU7 Ultra ควบคู่ไปกับ Xiaomi Vision GT ที่สะท้อนวิสัยทัศน์แนวคิดยานยนต์แห่งอนาคต

MAY PR 2026 03 02 024652 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

ก้าวแรกของ AI: จากหน้าจอสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ภายในงาน MWC เสียวหมี่ได้เผยความก้าวหน้าล่าสุดด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนา AI จากผู้ช่วยดิจิทัลสู่ความอัจฉริยะที่ใช้งานได้จริง แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงฟีเจอร์แยกส่วนหรือการโต้ตอบบนหน้าจอเท่านั้น เสียวหมี่กำลังเร่งผสาน AI เข้ากับสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง ภายใต้ระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human x Car x Home” เพื่อนำความอัจฉริยะให้เข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

หมุดหมายสำคัญของเส้นทางนี้คือ Xiaomi Miloco (Xiaomi Local Copilot) ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านระบบอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ และเป็นการใช้งานจริงครั้งแรกของโมเดลพื้นฐานที่เสียวหมี่พัฒนาขึ้นเองอย่าง Xiaomi MiMo ในฐานะที่เป็นการสำรวจครั้งแรกในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับระบบอัจฉริยะแบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลขนาดใหญ่ Xiaomi Miloco แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากฟังก์ชันอัจฉริยะระดับอุปกรณ์ไปสู่ระบบอัจฉริยะระดับระบบทั่วทั้งบ้าน

Xiaomi Miloco ผสานความสามารถด้านการให้เหตุผลของโมเดลขนาดใหญ่ขั้นสูงเข้ากับการรับรู้แบบ multimodal และการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้อุปกรณ์สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อบริบทในความเป็นจริงได้อย่างชาญฉลาด ผ่านการมองเห็นและระบบอัจฉริยะแบบ multimodal สถาปัตยกรรมการทำงานร่วมกันระหว่างเอดจ์คลาวด์ของ Miloco รองรับการประมวลผลข้อมูลบนอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น ช่วยเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนไว้ภายในเครื่อง เพื่อรับประกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

ด้วยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ภายในบ้าน Xiaomi Miloco สามารถปรับแสงสว่างโดยอัตโนมัติตามกิจกรรม เช่น การดูทีวี การอ่านหนังสือ หรือการใช้งานสมาร์ทโฟน รวมถึงตรวจจับความสะอาดภายในบ้านเชิงรุกและสั่งการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเริ่มทำความสะอาดได้ทันที และระบบยังสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารแบบไดนามิก โดยอาศัยการรับรู้สถานะการนอนหลับและระดับความสบาย ผู้ใช้ยังสามารถโต้ตอบกับระบบผ่านการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สามารถสั่งงานสมาร์ทโฮมที่ซับซ้อนและสร้างระบบอัตโนมัติผ่านการให้เหตุผลของ AI แทนการตั้งค่ากฎแบบแมนนวล

MAY PR 2026 03 02 184248 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

นอกเหนือจากการตอบสนองในระดับอุปกรณ์เดี่ยว Xiaomi Miloco ยังยกระดับความสามารถไปสู่ระบบอัจฉริยะที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างช่ำชอง โดยสามารถตีความบริบททางอารมณ์เพื่อเลือกเปิดเพลงที่เหมาะสมผ่านลำโพงอัจฉริยะ ประสานสีสันของแสงไฟทั่วทั้งบ้านให้สอดคล้องกับอารมณ์หรือฉากต่างๆ และแม้กระทั่งปรับแสงบรรยากาศให้เข้ากับองค์ประกอบทางสายตาในสภาพแวดล้อม เช่น สีของดอกไม้ภายในห้อง ความสามารถเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงรากฐาน จากระบบอัตโนมัติที่อาศัยกฎตายตัว ไปสู่ระบบ AI เชิงสนทนาและเชิงรุก เปลี่ยนบ้านอัจฉริยะจากเพียงกลุ่มของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน ให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมแทนที่จะเป็นแค่กลุ่มของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน

นอกเหนือจากระบบภายในบ้านแล้ว เสียวหมี่ยังคงขยายขอบเขตระบบนิเวศ HyperAI อย่างต่อเนื่อง ด้วยการผสานความสามารถด้าน AI เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อบนสมาร์ทโฟน ยานยนต์ และอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ด้วยความร่วมมือกับ Google Gemini ทำให้ Xiaomi HyperAI มอบระบบอัจฉริยะในระดับระบบที่ทำงานสอดคล้องกันในทุกอุปกรณ์ แทนที่จะเป็นความสามารถแบบแยกส่วนในระดับแอปพลิเคชัน เลเยอร์ AI นี้ช่วยยกระดับการโต้ตอบให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอัจฉริยะ และรองรับการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล พร้อมทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของประสบการณ์อัจฉริยะบนหลากหลายอุปกรณ์ของเสียวหมี่

ทั้งนี้เสียวหมี่ยังได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบใหม่ของการโต้ตอบกับ AI ผ่านการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่ล้ำสมัย ร่วมด้วย Dynamic Back Display บน Xiaomi 17 Pro และ Xiaomi 17 Pro Max รุ่นล่าสุด หน้าจอด้านหลังได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งาน AI ที่ใช้งานง่ายและแสดงออกได้ดียิ่งขึ้น รองรับการแสดงผลแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล การพรีวิวภาพถ่ายเซลฟีคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์ที่ถ่ายด้วยกล้องหลัก รวมถึงประสบการณ์การเล่นเกมบนแผงด้านหลังที่สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยการขยายขอบเขตของการโต้ตอบกับ AI ให้ก้าวข้ามหน้าจอด้านหน้า เสียวหมี่กำลังกำหนดนิยามใหม่ของการที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ของตน

Xiaomi Vision Gran Turismo เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ

Xiaomi Vision Gran Turismo รถไฟฟ้าไฮเปอร์คาร์ต้นแบบสุดล้ำสมัย เปิดตัวครั้งแรกที่งาน MWC ณ บูธของเสียวหมี่ รถคันนี้สร้างขึ้นสำหรับแฟรนไชส์เกม Gran Turismo อันโด่งดัง ตามคำเชิญของ Kazunori Yamauchi ผู้สร้างซีรีส์เกมชื่อดัง และสะท้อนถึงการสำรวจแนวคิดการออกแบบไฮเปอร์คาร์แห่งอนาคตของเสียวหมี่ ภายในบูธผู้เข้าชมสามารถชมรายละเอียดต่างๆ อย่างใกล้ชิดได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารรูปทรงหยดน้ำ ช่องระบายอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ ระบบควบคุมกระแสลมแบบแอคทีฟ (Active Wake Control System) และไฟท้ายรูปทรงวงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบ “Sculpted by the Wind” ของแบรนด์ นอกจากนี้ ภายในยังออกแบบให้เป็น “Sofa Racer” ที่ผสานสถาปัตยกรรมแบบ Continuous Loop เข้ากับฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง Xiaomi Pulse เพื่อมอบประสบการณ์ของการขับขี่ที่เร้าใจแต่ผ่อนคลาย เสมือน การแข่งรถบนโซฟา พร้อมเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์เข้ากับระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ของ Xiaomi

เสียวหมี่ผนึกกำลัง Leica นิยามประสบการณ์การถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนครั้งใหม่

MAY PR 2026 03 02 184248 2 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

เสียวหมี่เดินหน้าการสำรวจและพัฒนาด้านการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนมาอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในการมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ประณีตและยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง นับตั้งแต่การเริ่มต้นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Leica ในปี 2022 เสียวหมี่ได้ยกระดับความร่วมมือกับผู้ผลิตกล้องระดับตำนานอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 ทั้งสองบริษัทได้ประกาศการยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพในระดับโลก จากกรอบความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาร่วมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สู่โมเดลความร่วมมือรูปแบบใหม่ Strategic Co-Creation Model การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงก้าวที่ชัดเจนในการร่วมกันนิยามอนาคตของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน ผ่านความร่วมมือเชิงลึกตั้งแต่ต้นจนจบ

ภายในงาน MWC เสียวหมี่ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Xiaomi 17 Ultra สำหรับตลาดโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อมระบบออปติกรุ่นใหม่ล่าสุด ประกอบไปด้วยเซนเซอร์กล้องหลักขนาด 1 นิ้วแบบ LOFIC ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และเลนส์เทเลโฟโตซูมแบบออปติกรุ่นแรกของอุตสาหกรรมบนสมาร์ทโฟนที่ได้รับการรับรอง Leica APO สำหรับการถ่ายภาพบนมือถือ นวัตกรรมดังกล่าวช่วยยกระดับประสิทธิภาพการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ความแม่นยำของรายละเอียดในฉากที่มีคอนทราสต์สูง และสมรรถนะของการถ่ายภาพระยะไกลได้อย่างก้าวกระโดด

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่นำมาจัดแสดงคือสมาร์ทโฟน Leica Leitzphone powered by Xiaomi ซึ่งสะท้อนถึงระดับความร่วมมือที่ก้าวล้ำที่สุดระหว่างทั้งสองแบรนด์ในปัจจุบัน อุปกรณ์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยความร่วมมือโดยตรงกับทีมออกแบบของ Leica และได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องระดับตำนานอย่างซีรีส์ Leica M แผงด้านหลังแบบทูโทนผสานผิวสัมผัสลวดลายหนังเข้ากับพื้นผิวแบบด้าน ช่วยเพิ่มการยึดจับที่มั่นคง พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์งานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องอย่างชัดเจนและโดดเด่น

เสริมศักยภาพสู่ยุคใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะทั่วโลก

MAY PR 2026 03 01 230437 ยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะ: เสียวหมี่เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด“Human x Car x Home” ในงาน MWC 2026

เสียวหมี่ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทโฮมรุ่นต่างๆ แบบครบวงจรสู่เวทีโลกอีกด้วย ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจสมาร์ทไลฟ์สู่ตลาดนานาชาติ ภายใต้กลยุทธ์ “Human × Car × Home” เสียวหมี่ได้เร่งขยายการทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า โดยยกระดับอุปกรณ์เหล่านี้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นศูนย์กลางความอัจฉริยะที่สามารถเข้าใจ ปรับตัว และรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะของเสียวหมี่วางจำหน่ายแล้วใน 4 ภูมิภาคหลัก และ 14 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้ผู้ใช้งานจำนวนมากได้รับประสบการณ์การเข้าถึงระบบนิเวศสมาร์ทไลฟ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างสมบูรณ์ ด้วยการประสานการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน AI อย่างชาญฉลาด โดยเสียวหมี่สามารถมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบรวมศูนย์ที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ช่วยยกระดับความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และความง่ายในการใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาดทั่วโลก

การสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะที่มีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความยั่งยืนถือเป็นพันธกิจสำคัญและต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “Human × Car × Home” ของเสียวหมี่ นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์แล้ว เสียวหมี่ยังขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านการผลิตอัจฉริยะอย่างจริงจัง การเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการของเฟสแรกของโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะของเสียวหมี่ในเมืองอู่ฮั่น ถือเป็นหมุดหมายสำคัญโดยนับเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะขนาดใหญ่แห่งที่สามของเสียวหมี่ต่อจากโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนและโรงงานยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เมื่อผสานการทำงานร่วมกัน ฐานการผลิตทั้งสามแห่งนี้ก่อให้เกิดระบบการผลิตแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน และยานยนต์อัจฉริยะ โดยขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และ AI

ระบบการผลิตอัจฉริยะเหล่านี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ เสียวหมี่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ความก้าวหน้าของเสียวหมี่ยังได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยมีการปรับเพิ่มอันดับ MSCI ESG Rating เป็นระดับ “A” รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ Forbes China ESG 50 ประจำปี 2025 และ World’s Best Employers ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เสียวหมี่ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบและความยั่งยืนในระยะยาว

รูปภาพเพิ่มเติม: MWC 2026

###

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้

เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนกันยายน 2568 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 741.7 ล้านรายรวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลกโดยมีสินค้าอัจฉริยะเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มกว่า 1,035.5 ล้านเครื่อง ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โดยยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนกรกฎาคม 2568 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ 297

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/global/discover/newsroom

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →