Skip to content
Home » PR Newswire » Huawei เปิดตัวโซลูชันไซต์งานสีเขียวพลัง AI ยุคใหม่ และ AIDC ระดับ GW มุ่งยกระดับผู้ให้บริการเครือข่ายสู่ยุคอัจฉริยะ

Huawei เปิดตัวโซลูชันไซต์งานสีเขียวพลัง AI ยุคใหม่ และ AIDC ระดับ GW มุ่งยกระดับผู้ให้บริการเครือข่ายสู่ยุคอัจฉริยะ

บาร์เซโลนา, สเปน, 3 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันภายในมหกรรม MWC Barcelona 2026 คุณ Bob He รองประธาน Huawei Digital Power ได้เปิดตัวโซลูชันไซต์งานสีเขียวพลัง AI ยุคใหม่ และ AIDC ระดับ GW อย่างเป็นทางการ โดยโซลูชันเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างเครือข่ายเป้าหมายที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมวางรากฐานอันแข็งแกร่งรองรับการประมวลผล AI ในยุค Agentic Internet เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะและคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

Bob He, Vice President of Huawei Digital Power
Bob He, Vice President of Huawei Digital Power

โซลูชันไซต์งานสีเขียวพลัง AI

เมื่อโลกยุคอัจฉริยะรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ก็ส่งผลให้ปริมาณการรับส่งข้อมูลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งกลายเป็นปัญหาท้าทายสำคัญต่อระบบพลังงานของไซต์งาน โซลูชันไซต์งานสีเขียวพลัง AI ของ Huawei จึงถือเป็นนวัตกรรมแรกที่ชูจุดเด่นด้วยการผสานการทำงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่าย ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเปลี่ยนสินทรัพย์ประเภทระบบกักเก็บพลังงานของผู้ให้บริการเครือข่ายให้กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้

  • ลดปัญหาเครือข่ายขัดข้องจากเหตุไฟฟ้าดับให้เป็นศูนย์: เทคโนโลยี iBackup ช่วยเพิ่มระยะเวลาสำรองไฟฟ้าถึงเท่าตัว ส่งผลให้ระบบพลังงานของไซต์งานมีความพร้อมใช้งานสูงถึง 99.9% ตัวอย่างเช่นในประเทศคูเวต ระยะเวลาสำรองไฟฉุกเฉินเพิ่มขึ้นจาก 3 ชั่วโมง เป็น 6 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงไฟฟ้าดับ
  • ใช้เชื้อเพลิงเพียงปีละถัง: อัลกอริทึมอัจฉริยะจะผสานข้อมูลพยากรณ์อากาศ การผลิตไฟฟ้า และการคาดการณ์ปริมาณการใช้งานเข้าด้วยกัน เพื่อบริหารจัดการการทำงานร่วมกันระหว่างระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด โดยในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้นั้น โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้าลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึง 75% ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 18 ตันต่อไซต์งานต่อปี
  • เปลี่ยนจากการประหยัดเป็นการสร้างรายได้: โซลูชันโรงไฟฟ้าเสมือนที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์นั้น ช่วยให้สินทรัพย์ระบบกักเก็บพลังงานของผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถเข้าร่วมตลาดซื้อขายไฟฟ้าเพื่อสร้างรายได้ โดยในภูมิภาคยุโรปตอนเหนือ โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ยูโรต่อไซต์งานต่อปี

โซลูชัน AIDC ระดับกิกะวัตต์

ในยุคอัจฉริยะที่ความต้องการพลังประมวลผลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AIDC ทว่าสิ่งนี้ก็นำมาซึ่งปัญหาท้าทาย ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือ การใช้พลังงาน การส่งมอบโครงการ และการต่อยอดเทคโนโลยีอย่างราบรื่น กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของ Huawei จึงได้ปรับโฉม 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบกักเก็บพลังงาน และการดำเนินงาน เพื่อมอบโซลูชัน AIDC ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ประหยัดพลังงาน ส่งมอบได้รวดเร็ว และรองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อเพิ่มจำนวน Token ต่อวัตต์ให้สูงสุด และขับเคลื่อนยุค AI ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง

  • ระบบจ่ายไฟฟ้า AIDC ครบวงจร: Huawei ได้คิดค้นนวัตกรรมการจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่โครงข่ายไปจนถึงระดับชิป และเปลี่ยนระบบจ่ายไฟฟ้าให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อพัฒนาโซลูชัน PowerPOD แบบบูรณาการที่มีความหนาแน่นสูง ประสิทธิภาพสูง และน่าเชื่อถือ เพื่อช่วยให้ส่งมอบโครงการ AIDC ได้อย่างรวดเร็ว
  • ระบบทำความเย็น AIDC แบบฟูลเชน: Huawei อาศัยนวัตกรรมการระบายความร้อนที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงสภาพแวดล้อมภายนอก และเปลี่ยนระบบทำความเย็นให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อพัฒนาโซลูชัน IT POD ที่ชาญฉลาด ทรงพลัง และเชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ศูนย์ AIDC ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
  • AI เพื่อการบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์อัจฉริยะ: การนำ AI มายกระดับดาต้าเซ็นเตอร์นั้น จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ AIDC ตลอดอายุการใช้งาน โดยในด้านความปลอดภัย AI จะเข้ามาช่วยคาดการณ์และระบุความผิดปกติล่วงหน้า เปลี่ยนจากการรอแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา สู่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
  • AI เพื่อการประหยัดพลังงาน: การประสานงานและปรับจูนระบบทำความเย็นรวมถึงระบบจ่ายไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

คุณ Bob He กล่าวทิ้งท้ายว่า Huawei จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการผสานรวมเทคโนโลยีทั้งในด้านพลังงาน ระบบไร้สาย และการบริการ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ICT ที่มีความยืดหยุ่น มั่นคงปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะในยุค AI และบรรลุความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →