ปักกิ่ง, 14 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ในงานประชุมสุดยอด FOSSASIA Summit 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เหล่านักพัฒนาและชุมชนโอเพนซอร์สจากทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ได้มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าล่าสุดด้านเทคโนโลยีแบบเปิดกว้าง โดยชุมชนระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สจากจีนอย่าง openKylin ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลทางเทคนิคในหัวข้อต่าง ๆ พร้อมจัดบูธกิจกรรมแบบอินเทอร์แอคทีฟ เพื่อชูผลงานล่าสุดในการผสานรวมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับสถาปัตยกรรมระบบปฏิบัติการ
สถาปัตยกรรม AI-Native: นิยามใหม่ของขีดความสามารถหลักในระบบปฏิบัติการ
ในขณะที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ที่ประมวลผลได้หลายรูปแบบ (multimodal) มีความก้าวล้ำยิ่งขึ้น ระบบปฏิบัติการจึงกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มจัดการทรัพยากรในเชิงรับ ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่ทำความเข้าใจและสนับสนุนผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย openKylin 2.0 กำลังเข้ามาบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยแนวทางแบบ Full-stack AI เพื่อสร้างสรรค์ระบบปฏิบัติการแบบ AI-native ที่รองรับยุคแห่งการประมวลผลอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง
ภายในงานประชุมครั้งนี้ ทีมเทคนิคของ openKylin ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมระบบย่อย AI แบบ Linux-native ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยการออกแบบนี้ได้กำหนดให้ AI เป็นขีดความสามารถพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ แทนที่จะเป็นเพียงส่วนเสริมในระดับแอปพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดบริการอัจฉริยะที่เป็นเอกภาพ ทั้งในส่วนของแอปพลิเคชันและส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบ
การออกแบบโครงสร้างแยกส่วน 3 ชั้น เพื่อลดความซับซ้อนในการพัฒนา AI
เพื่อแก้ปัญหาท้าทายต่าง ๆ เช่น ความหลากหลายของแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ ความซับซ้อนของเฟรมเวิร์กโมเดล และกระบวนการรวมระบบที่ยุ่งยาก ทาง openKylin จึงนำเสนอสถาปัตยกรรมแบบ 3 ชั้น ซึ่งประกอบด้วย Unified Inference Framework, AI Runtime Layer และ AI SDK Layer โดยโครงสร้างนี้จะแยกส่วนโมเดลออกจากฮาร์ดแวร์ และแยกแอปพลิเคชันออกจากโมเดล ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชัน AI ได้โดยไม่ต้องกังวลกับความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง
การทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์กับคลาวด์ พร้อมระบบคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
ระบบย่อยดังกล่าวยังรองรับการอนุมานแบบไฮบริดระหว่างตัวเครื่องกับคลาวด์ โดยใช้โมดูล AI Engine ซึ่งช่วยให้สามารถเลือกประมวลผลงานภายในเครื่องหรือบนคลาวด์ได้ตามความเหมาะสมของทรัพยากร สภาพเครือข่าย และข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัว เพื่อให้มั่นใจได้ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการปกป้องข้อมูล
จาก “AI on OS” สู่ “AI for OS”
สำหรับอนาคตข้างหน้านั้น openKylin กำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก “AI on OS” ไปสู่ “AI for OS” โดยมุ่งผสานรวมปัญญาประดิษฐ์และระบบปฏิบัติการให้ล้ำลึกกว่าเดิม พร้อมทั้งสำรวจเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันของเอเจนต์หลายตัว โมเดลขนาดเล็กสำหรับประมวลผลบนอุปกรณ์ และอินเทอร์เฟซ AI ในระดับระบบ
จากการบรรยาย การสาธิต และกิจกรรมโต้ตอบต่าง ๆ ภายในบูธที่งาน FOSSASIA นั้น ทาง openKylin ได้แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สแบบ AI-native ให้ก้าวไกลในระดับสากล โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการนี้ได้ที่ DistroWatch
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Sigenergy เปิดตัว Nantong Smart Energy Center พร้อมผลักดันกลยุทธ์ “AI in All” และนำเสนอพอร์ตโฟลิโอโซลูชันพลังงานรุ่นใหม่
- Bybit Brings Regulators and Global Payment Leaders Together in Georgia to Explore the Future of Crypto Payments
- Higgsfield Launches Similarity-Scoring Tool for Responsible AI Use in Media and Entertainment
- Biophytis-LynxKite Alliance Expands to Turbocharge AI-driven drug discovery for next generation longevity therapeutics

