ในฐานะบรรณาธิการ ผมเชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ “เหงื่อ” ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะวันที่อากาศร้อนจัด หรือตอนออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง แต่เคยสงสัยไหมว่าเหงื่อที่เราเห็นและสัมผัสได้นี้ แท้จริงแล้วมีกลไกและบทบาทอย่างไรต่อร่างกายของเรา และอะไรคือความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ เหงื่อออก ที่เราอาจมองข้ามไป บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเหงื่อในมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองได้ดีกว่าเดิม
เหงื่อออก…แท้จริงแล้วมีหน้าที่อะไรกันแน่?
หน้าที่หลักของเหงื่อไม่ใช่สัญญาณบอกว่าคุณกำลังออกกำลังกายอย่างเต็มที่ หรือกำลังผอมลง แต่คือกลไกอัจฉริยะของร่างกายในการควบคุมอุณหภูมิแกนกลางให้คงที่ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายร้อนเกินไป ไม่ว่าจะจากการทำกิจกรรมหนัก หรือสภาพอากาศภายนอก ต่อมเหงื่อเล็กๆ ใต้ผิวหนังของเราจะขับหยดน้ำออกมาบนผิว ซึ่งเมื่อหยดเหงื่อเหล่านี้ระเหยไปในอากาศ มันจะพาเอาความร้อนจากร่างกายส่วนเกินออกไปด้วย ทำให้ร่างกายเย็นลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเหงื่อออกในวันที่อากาศร้อนจัด แม้ไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม และบางครั้งคุณก็อาจจะออกกำลังกายในที่เย็นๆ โดยที่เหงื่อไม่ค่อยออก เพราะร่างกายไม่จำเป็นต้องระบายความร้อนมากนัก
ปริมาณเหงื่อบอกอะไรเราได้บ้าง?
เป็นความเข้าใจผิดมาตลอดว่ายิ่ง เหงื่อออก มาก ยิ่งแปลว่าออกกำลังกายหนัก หรือมีระดับความฟิตที่สูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปริมาณเหงื่อที่ร่างกายขับออกมานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ใช่แค่ความเข้มข้นของการออกกำลังกายเท่านั้น
- อุณหภูมิสภาพแวดล้อม: การวิ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมงกลางแดดร้อนจัดย่อมทำให้เหงื่อท่วมตัวมากกว่าการวิ่งบนลู่วิ่งในห้องปรับอากาศเป็นเวลาเท่ากัน เพราะร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อน
- ประเภทของการออกกำลังกาย: การเวทเทรนนิ่งอย่างหนักที่มีช่วงพักระหว่างเซ็ต อาจทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิไม่สูงพอที่จะกระตุ้นการสร้างเหงื่อมากเท่ากับการวิ่งเบาๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเวทเทรนนิ่งนั้นเบากว่า
- ขนาดและสรีระของร่างกาย: ยิ่งคุณมีขนาดร่างกายใหญ่ ไม่ว่าจะสูง กล้ามเนื้อเยอะ หรือมีน้ำหนักตัวมากเท่าไร ผิวหนังของคุณก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อน ทำให้เหงื่อออกมากขึ้นตามไปด้วย
- อัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตร: คนที่มีร่างกายเล็ก เช่น เด็ก จะมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูงกว่า ทำให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยปริมาณเหงื่อที่น้อยกว่า
- ระดับความฟิต: งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีความฟิตของร่างกายสูง เช่น นักวิ่ง มักจะเริ่มขับเหงื่อได้เร็วกว่าและมีปริมาณเหงื่อที่มากกว่าผู้ที่ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ในการออกกำลังกายแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าร่างกายของพวกเขามีการปรับตัวเข้ากับความร้อนได้ดีขึ้น
ไขข้อข้องใจ: เหงื่อออกมาก ช่วยลดน้ำหนักและเผาผลาญไขมันจริงหรือ?
นี่คืออีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ที่ต้องรีบแก้ไข การที่ เหงื่อออก มากในระหว่างออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปได้มากแต่อย่างใด สิ่งที่คุณสูญเสียไปคือ “น้ำหนักของน้ำ” ในร่างกายเท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงภาวะชั่วคราวและจะกลับมาสู่ระดับปกติเมื่อคุณดื่มน้ำชดเชย
ในร่างกายของเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก ทั้งในเลือด เซลล์ และส่วนต่างๆ เมื่อเราขับเหงื่อออกมาและเหงื่อระเหยไป นั่นคือน้ำที่ออกจากร่างกายไป การชั่งน้ำหนักก่อนและหลังออกกำลังกายอาจเห็นน้ำหนักลดลงได้ ซึ่งทุกๆ ครึ่งกิโลกรัม (ประมาณ 1 ปอนด์) ของน้ำหนักที่ลดลงจากเหงื่อ หมายถึงน้ำประมาณ 2 ถ้วย หรือ 16 ออนซ์ ที่ร่างกายสูญเสียไป ดังนั้น คุณอาจจะ “น้ำหนักลด” จริงๆ แต่ไม่ใช่ไขมัน เพียงแค่คุณต้องดื่มน้ำชดเชย 2 ถ้วยนั้น เพื่อให้ร่างกายกลับมาสู่ภาวะปกติและสุขภาพดีอีกครั้ง
สรุปแล้ว…เราควรใส่ใจ “เหงื่อออก” แค่ไหน?
ในมุมมองของบรรณาธิการ เรามองว่าการทำความเข้าใจกลไกของ เหงื่อออก อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องกังวลกับปริมาณเหงื่อที่ออกมาจนเกินไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมุ่งเน้นไปที่ความสม่ำเสมอและความเข้มข้นของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสุขภาพที่ดีและประสิทธิภาพในการออกกำลังกายสูงสุด ไม่ว่าจะเหงื่อจะออกมากหรือน้อยก็ตาม
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- งานบ้านไม่ยากอีกต่อไป! เปิดตัว 10 อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านสุดล้ำ เปลี่ยนภาระให้เป็นเรื่องง่าย
- นวัตกรรมเครื่องใช้ในบ้านสุดล้ำ! พบสินค้าสร้างสรรค์จาก The Inspired Home Show ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้ง่ายขึ้น
- LG S95TR ชุด Soundbar โฮมเธียเตอร์สุดกระหึ่ม ลด 50% ให้เสียงรอบทิศทางเต็มอารมณ์
- เปิดลิสต์ซีรีส์เมืองปริศนา เมื่อเมืองเล็กซ่อนเร้นความสยองที่คุณหนีไม่ได้