Skip to content
Home » Lifestyle » Enough-luencers ชวนค้นหาความสุขจากความพอดี ชีวิตเรียบง่ายแต่เปี่ยมคุณค่า

Enough-luencers ชวนค้นหาความสุขจากความพอดี ชีวิตเรียบง่ายแต่เปี่ยมคุณค่า

ความสุขจากความพอดี

ในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการบริโภคนิยมและความพยายามที่จะครอบครองสิ่งของมากมาย หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่า “ยิ่งมีมาก ยิ่งไม่สุข” แต่ไม่ใช่กับกลุ่มคนที่เราเรียกว่า “Enough-luencers” ซึ่งกำลังจุดประกายแนวคิดเรื่อง ความสุขจากความพอดี หรือการมีสิ่งของเท่าที่จำเป็น แล้วหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น Anna Kilpatrick วัย 52 ปี ผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายใน East Sussex เธอเลือกนอนบนชั้นวางของในโถงทางเดิน เพื่อให้ลูกๆ ทั้งสองคนมีห้องส่วนตัว และเธอกลับพบว่านี่คือ “ความพอดี” ที่ทำให้ชีวิตมีความสุขยิ่งกว่าเดิม

ทำความรู้จัก “Enough-luencers” และปรัชญา “พอแล้ว”

Anna Kilpatrick ที่มีผู้ติดตาม Instagram กว่า 104,000 คน (@not.needing.new) คือหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ เธอเขียนหนังสือ “Not Needing New: A Practical Guide to Finding the Joy of Enough” ที่รวบรวมประโยชน์ของการใช้ชีวิตแบบมีน้อยเข้าไว้ด้วยกัน

ประโยชน์ที่เธอพูดถึงไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่ยังรวมถึงความสงบในจิตใจ การลดความวิตกกังวลจากความรกของข้าวของ การมีเวลาว่างมากขึ้น ไม่ต้องคอยดูแลบำรุงรักษาบ้านตลอดเวลา รวมถึงยอดเงินในบัญชีที่ดีขึ้น และหนี้สินที่ลดลง และที่สำคัญคือ ลูกๆ ได้เรียนรู้เรื่องการรอคอยความพึงพอใจ

แม้ในอดีตเธอจะเคยใช้ชีวิตที่หรูหรากว่านี้ แต่เธอยืนยันว่า “ฉันอาจจะมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในฐานะผู้ใหญ่” เพราะชีวิตที่เรียบง่ายลงเหลือเพียงสิ่งของที่จำเป็นจริงๆ นำมาซึ่งความพึงพอใจที่มั่นคงและแท้จริง ปรากฏการณ์ของ Enough-luencers กำลังมาถูกที่ถูกเวลา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัด และการที่ผู้คนเริ่มตระหนักว่าการบริโภคที่มากขึ้นไม่ได้นำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน

7 เคล็ดลับสู่การใช้ชีวิตอย่าง “พอดี” ที่คุณทำตามได้

  • กล้าที่จะ “ยืม” มากขึ้น: Charlie Gill (@lifebeforeplastic) จากเมืองแมนเชสเตอร์สนับสนุนการยืมสิ่งของจากเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นไฟดิสโก้ ปืนเป่าลมร้อน เครื่องซักพรม หรืออุปกรณ์ทำสวน การทำเช่นนี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เธอแนะนำให้ตอบแทนด้วยการอบขนมหรือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือเข้าร่วม Library of Things ใกล้บ้านเพื่อยืมและแบ่งปัน
  • นิยามใหม่ของ “การให้ของขวัญ”: Anna Kilpatrick ชี้ว่าเรามักถูกโปรแกรมให้คิดว่ายิ่งใช้เงินมากเท่าไหร่ โอกาสพิเศษก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับครอบครัวของเธอ ความมหัศจรรย์เกิดจากประเพณีร่วมกันและการแสดงออกที่ไม่ได้วางแผนไว้ สำหรับวันเกิดล่าสุด ครอบครัวเธอใช้เงินเพียง 8 ปอนด์ (ประมาณ 360 บาท) เพื่อพาสุนัขไปวิ่งเล่นในทุ่งกว้าง เธอขอให้ลูกๆ เขียนจดหมายแทนของขวัญ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและเก็บไว้ได้ตลอดไป เธอยังแนะนำการทำ “บัตรกำนัล” ที่เป็นการให้ด้วยการกระทำ เช่น ดูแลเด็ก อบเค้ก หรือตัดหญ้า
  • หลีกหนีกับดักของการเปรียบเทียบ: Kilpatrick เคยรู้สึกเสียใจที่ไปงานเลี้ยงรุ่นด้วยรถเก่าๆ ในยุค 90 ที่มีกระจกมือหมุน ในขณะที่เพื่อนๆ มีรถที่ดีกว่า แต่เธอก็พบว่าเพื่อนๆ แค่ดีใจที่ได้เจอเธอ การเปรียบเทียบทำให้เราเป็นผู้สร้างความไม่พอใจให้ตัวเอง เธอแนะนำให้ฝึกตัวเองให้รู้ว่า “ความพอดี” ของเราคืออะไร ลองเขียนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย เป็นกิจวัตร และเพลิดเพลินในแต่ละวัน เช่น ที่นอน รองเท้าที่ใส่สบาย การออกกำลังกาย อาหาร และกาแฟแก้วโปรด การรู้จักสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจริงๆ จะช่วยให้หลุดพ้นจากการเปรียบเทียบ
  • หวงแหนสิ่งของโปรดและจำกัดการใช้งานโซเชียลมีเดีย: Melanie Rickey อดีตบรรณาธิการแฟชั่นและผู้จัดพอดแคสต์ The Enoughness แนะนำให้มีเพียงสิ่งของชิ้นโปรด เช่น แก้ว เก้าอี้ หรือรองเท้าผ้าใบ และใช้กฎ “หนึ่งเข้า หนึ่งออก” นอกจากนี้ การลดเวลาบนโซเชียลมีเดียก็สำคัญ เธอใช้แอป Opal ที่เข้มงวดเพื่อบล็อกแอปที่ทำให้เสียสมาธิตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.30 น. และยังแนะนำ Brick (ราคา 54 ปอนด์) ซึ่งเป็นอุปกรณ์บล็อกแอปแบบกายภาพ
  • ฝึกการช้อปปิ้งแบบ “ช้าๆ”: Annie Phillips (@madeby_annie_) ผู้เชี่ยวชาญด้านการอัปไซเคิล แนะนำให้ใช้เช็คลิสต์ในใจก่อนตัดสินใจซื้อ ถามตัวเองว่า “ทำไมถึงอยากได้สิ่งนี้” “ราคาเป็นตัวตัดสินใจหรือไม่” และ “สามารถซื้อของมือสองหรือเช่าได้หรือไม่” Patrick Grant ผู้ตัดสินรายการ The Great British Sewing Bee เสริมว่าการเลือกซื้อของอย่างใส่ใจ จะเพิ่มคุณค่าให้กับการซื้อ และการซื้อเสื้อผ้าที่มีประโยชน์น้อยชิ้นแต่หมุนเวียนใช้งานบ่อยๆ จะช่วยป้องกันเรื่อง “มอด” ได้
  • ลงมือทำด้วยตัวเอง: Patrick Grant เล่าว่าการทำสวนหญ้าด้วยตัวเองโดยใช้พลั่ว จอบ ถังน้ำ และเครื่องตัดหญ้าแบบมือหมุน ไม่เพียงแต่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แต่ยังสร้างกล้ามเนื้อและประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจโดยไม่ต้องเสียเงินเข้ายิม Charlie Gill ผู้เรียนรู้การเย็บผ้าเมื่อปีที่แล้ว สร้างชุดแต่งงานของตัวเองจากผ้าปูโต๊ะเก่าบน eBay เธอพบว่าความสุขที่ได้จากการเรียนรู้เทียบเท่ากับการซื้อของ
  • ดูแลและซ่อมแซมสิ่งของ: Charlie Gill มองว่าการบอกว่ามีของบางอย่างใช้มา 10 หรือ 15 ปีนั้น “เจ๋งมาก” เพราะแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะดูแล เธอยังเคยซ่อมสายจูงสุนัขที่หักด้วยการใช้หมุดกดสองตัวตอกเข้ากับดินสอเล็กๆ ซึ่งใช้ได้นานกว่าหนึ่งปี เธอยังซ่อมเครื่องทำความร้อนในเตาอบ และเปลี่ยนแบตเตอรี่โทรศัพท์ด้วยตัวเองโดยใช้ชุดซ่อมจาก iFixit สำหรับการซ่อมแซมที่เกินความสามารถของเรา เธอแนะนำให้มองหา Repair Cafe ใกล้บ้าน

แล้วชีวิตแบบ “พอดี” จะเปลี่ยนเราได้อย่างไร?

ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่ากระแส Enough-luencers ไม่ได้แค่เป็นเทรนด์ชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้งขึ้นของผู้คนในยุคนี้ การลดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความสุข แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การลงทุนกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เติมเต็มคุณค่าในตัวเอง เคล็ดลับทั้ง 7 ข้อที่นำเสนอไปนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้ชีวิตอย่าง “พอดี” ไม่ใช่เรื่องยากหรือต้องสละความสะดวกสบายทั้งหมด แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญใหม่เพื่อค้นพบ “ความสุขจากความพอดี” ที่อยู่รอบตัวเรา หากลองนำไปปรับใช้ เราเชื่อว่าทุกคนจะสามารถสัมผัสถึงความสงบและอิสระที่มาพร้อมกับการมี “น้อยแต่มาก” ได้อย่างแน่นอน

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →