Skip to content
Home » Lifestyle » แม่วัย 70 ปี กับพฤติกรรมติดเกม: เข้าใจกลไกและแนวทางรับมืออย่างสร้างสรรค์

แม่วัย 70 ปี กับพฤติกรรมติดเกม: เข้าใจกลไกและแนวทางรับมืออย่างสร้างสรรค์

พฤติกรรมติดเกม

เมื่อลูกสาวกังวลถึงสุขภาพจิตของคุณแม่วัย 70 ปี ที่มีพฤติกรรมติดเกมอย่างหนัก ทั้งเกม Tetris, Solitaire หรือแม้แต่เกมพนันสล็อตแมชชีน จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและทำให้ท่านดูเหมือนไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้สูงอายุ และนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญได้ให้มุมมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นกลไกในการรับมือกับความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนภายในใจของท่าน

ทำความเข้าใจพฤติกรรมติดเกมในผู้สูงอายุ

ย้อนกลับไปในยุค 90 เมื่อครั้งที่ครอบครัวได้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเครื่องแรก คุณแม่เริ่มต้นเล่นเกมไพ่หลายชั่วโมง ซึ่งพัฒนาตามเทคโนโลยีจากแล็ปท็อปสู่สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ในอดีตลูกๆ อาจมองเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขากลับตระหนักว่าพฤติกรรมนี้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะคุณแม่ดูเหมือนจะไม่เคยให้ความสนใจทางอารมณ์อย่างเต็มที่ แม้จะพูดคุยกัน คุณแม่ก็ยังคงจ้องอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกลายเป็นเรื่องตลกขมขื่นของคนในบ้าน

ภายหลังจากการจากไปของคุณพ่อเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว พฤติกรรมติดเกมของคุณแม่กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ท่านใช้เวลาหลายชั่วโมงเล่นเกม บางครั้งพร้อมกันหลายอุปกรณ์ เมื่อลูกๆ พยายามสอบถามด้วยความเป็นห่วง ท่านมักจะหัวเราะและบอกว่า “ไม่เห็นเป็นไร” ซึ่งลูกสาวรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับความรู้สึกยากลำบากต่างๆ ที่คุณแม่ปฏิเสธที่จะพูดคุยหรือหาทางเยียวยา แม้ว่าอาการติดเกมจะเริ่มต้นมานานก่อนที่คุณพ่อจะเสียชีวิต แต่นี่ก็เป็นจุดที่ทำให้หลายคนสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังพฤติกรรมนี้

มุมมองจากนักจิตบำบัด: กลไกการรับมือที่ควบคุมไม่ได้

รีเบคกา แฮร์ริส นักจิตบำบัดผู้จัดการของ National Centre for Gaming Disorders ชี้ว่า กรณีของคุณแม่รายนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณแม่กำลังหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างอยู่ มุมมองของเธอเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพติดคือ มักเริ่มต้นจากการเป็นกลยุทธ์ในการรับมือกับบางสิ่งบางอย่าง เพื่อจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้น ก่อนที่จะเลยเถิดจนควบคุมไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า “ก่อนที่คุณแม่จะเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์ในยุค 90 นั้น ท่านมีปัญหาเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์หรือไม่?”

แฮร์ริสแนะนำให้แยกแยะวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ชัดเจนว่า ต้องการช่วยคุณแม่ ต้องการใกล้ชิดกับท่านมากขึ้น หรือทั้งสองอย่าง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนแรกคือการเข้าหาด้วยความเห็นอกเห็นใจ เพราะการเล่นเกมทำหน้าที่บางอย่างให้คุณแม่ ดังนั้นท่านอาจจะแสดงท่าทีป้องกันตัวเมื่อถูกถาม เธอตั้งคำถามว่า เราสามารถเข้าหาสถานการณ์นี้โดยเน้นเรื่องการใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่การเลิกเล่นเกมได้หรือไม่

แนวทางรับมืออย่างเห็นอกเห็นใจ

แฮร์ริสกล่าวถึงพฤติกรรมการเสพติดว่า “คนคนนั้นจะหยุดพฤติกรรมได้หรือไม่ หากมีข้อเสนอที่ดีกว่าเข้ามา?” หากเป็นเช่นนั้น อาจจะไม่ใช่การเสพติดที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม นี่ทำให้เราต้องย้อนกลับมาดูปฏิสัมพันธ์ของเรากับคุณแม่เอง การใช้เวลาร่วมกันมีความสำคัญ และพยายามหากิจกรรมที่ท่านชอบทำนอกเหนือจากการเล่นเกม ซึ่งทำให้ท่านไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้

  • สำรวจรากเหง้าของปัญหา: ลองพิจารณาบทบาทของคุณพ่อที่มีต่อทุกคนในครอบครัว เพราะคำถามใหญ่คือ อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมติดเกมนี้
  • ทำความเข้าใจกลไกการรับมือ: เราทุกคนต่างมีวิธีที่จะพาตัวเองออกจากชีวิตประจำวัน และบางวิธีก็เป็นที่ยอมรับมากกว่าวิธีอื่นๆ การที่คุณแม่เล่นโทรศัพท์นั้นอาจเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างไม่เป็นอันตรายในการรับมือกับบางสิ่งบางอย่าง หากไม่ได้ทำร้ายท่านหรือคนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม หากเกี่ยวข้องกับการพนันด้วยเงิน นั่นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
  • ระวังการหักดิบ: ควรระมัดระวังในการพยายามที่จะกำจัดพฤติกรรมนี้ออกไปโดยสิ้นเชิง เพราะหากไม่ได้จัดการกับความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลัง คุณแม่ก็อาจจะหาวิธี “ระงับความรู้สึก” แบบอื่นเข้ามาแทน
  • เน้นความสัมพันธ์: หากความกังวลของคุณคือการที่ท่านไม่ได้จัดการกับอารมณ์ ซึ่งอาจจะ “กลับมาหลอกหลอน” ท่านในอนาคต อาจจะเป็นความกลัวที่แท้จริงว่า หากไม่ได้จัดการเรื่องนี้ คุณจะเสียใจในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
  • แนะนำแหล่งช่วยเหลือ: หากจำเป็น คุณสามารถแนะนำแหล่งสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเล่นเกม เช่น National Centre for Gaming Disorders ในสหราชอาณาจักร หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพนันอื่นๆ ในประเทศนั้นๆ

มุมมองจากบรรณาธิการ: ก้าวข้ามความกังวลสู่ความเข้าใจ

สำหรับประเด็นพฤติกรรมติดเกมในผู้สูงอายุนี้ เรามองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าหาด้วยความเข้าใจและเมตตา ไม่ใช่การตัดสินหรือตำหนิ เพราะบ่อยครั้งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเพียงเปลือกนอกที่ซ่อนความเปราะบางทางอารมณ์และปมปัญหาภายในใจของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ท่านได้พูดคุยถึงความรู้สึก หรือการหากิจกรรมทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการเล่นเกม อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการช่วยให้ท่านกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและโลกภายนอกได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง การสนับสนุนอย่างนุ่มนวลและไม่กดดันจะช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้นในระยะยาว

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →