Skip to content
Home » Tech » นักวิ่งมาราธอนจับคู่กับนักยกน้ำหนัก เผยกลยุทธ์พิชิต Hyrox ในเวลาเตรียมตัวเพียง 4 สัปดาห์

นักวิ่งมาราธอนจับคู่กับนักยกน้ำหนัก เผยกลยุทธ์พิชิต Hyrox ในเวลาเตรียมตัวเพียง 4 สัปดาห์

ไฮรอกซ์

การแข่งขัน ไฮรอกซ์ (Hyrox) กำลังกลายเป็นกระแสที่มาแรงในวงการฟิตเนสทั่วโลก ด้วยรูปแบบที่ผสมผสานความอึดของวิ่งเข้ากับความแข็งแกร่งแบบฟังก์ชันนัลเทรนนิ่ง ล่าสุดนักเขียนจาก Lifehacker ซึ่งเป็นนักวิ่งมาราธอน ได้จับคู่กับเพื่อนนักเขียนที่เป็นนักยกน้ำหนัก เพื่อลงสนามแข่ง Hyrox แบบคู่ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยมีเวลาเตรียมตัวเพียง 4 สัปดาห์ พวกเขาจะพิสูจน์ให้เห็นว่า การเตรียมตัวแบบ ‘น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’ จะพาไปได้ไกลแค่ไหน

Hyrox คืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยม?

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับ ไฮรอกซ์ ลองนึกภาพการแข่งขันที่เหมือนการทดสอบความสมบูรณ์ของร่างกายที่ได้มาตรฐานและท้าทาย ซึ่งแตกต่างจาก CrossFit ที่อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย Hyrox มีรูปแบบการแข่งขันที่ตายตัว ทำให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเปรียบเทียบผลงานของตัวเองกับผู้อื่นได้ง่ายและเป็นธรรม

หัวใจของการแข่งขันคือการวิ่งรวม 8 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 8 รอบ รอบละ 1 กิโลเมตร และระหว่างการวิ่งแต่ละรอบ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเผชิญหน้ากับสถานีฟังก์ชันนัลเทรนนิ่ง 8 สถานี ซึ่งจะเรียงลำดับเดิมเสมอ ไม่ว่าจะเป็น SkiErg, Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jumps, Rowing, Farmers Carry, Sandbag Lunges และ Wall Balls ทุกอย่างจะถูกจับเวลา ผู้เข้าแข่งขันต้องแข่งกับตัวเอง เพื่อนร่วมทีม และนักกีฬาอีกนับพันคนที่ทำแบบฝึกหัดเดียวกันภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

ในรูปแบบการแข่งขันแบบคู่ (Doubles) นักกีฬา 2 คนจะต้องแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน โดยที่การวิ่ง 8 รอบ รอบละ 1 กิโลเมตรนั้นจะต้องวิ่งเคียงข้างกันเสมอ แต่สำหรับ 8 สถานีฟังก์ชันนัลเทรนนิ่ง สามารถแบ่งงานกันทำได้ตามความถนัดของแต่ละคน

จุดแข็งและจุดอ่อน: ความท้าทายของนักกีฬาต่างสไตล์

นักวิ่งมาราธอนยอมรับว่า การมี ‘เครื่องยนต์คาร์ดิโอ’ ในระดับที่สามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้อย่างสบายๆ คือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดสำหรับการแข่งขันที่เน้นการวิ่งรวม 8 กิโลเมตร นอกจากนี้ ประสบการณ์จากการวิ่งมาราธอนยังช่วยสร้าง ‘ชุดเครื่องมือทางจิตวิทยา’ ที่ทำให้เขาสามารถรับมือกับความเจ็บปวดและการผลักดันตัวเองให้ก้าวผ่านขีดจำกัดได้ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากในวันแข่ง Hyrox

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของนักวิ่งมาราธอนก็คือ ‘ความแข็งแรง’ การฝึกเวทเทรนนิ่งที่ไม่สม่ำเสมอทำให้เขากังวลเป็นพิเศษกับสถานีที่ต้องเคลื่อนย้ายของหนัก เช่น Sled Push (สถานีที่ 2) และ Sled Pull (สถานีที่ 3) เขากลัวว่าหากใช้แรงขามากเกินไปตั้งแต่ช่วงแรกของการแข่งขัน จะส่งผลกระทบต่อการวิ่งและสถานีอื่นๆ ที่เหลืออย่างหนักหน่วงไปตลอดการแข่งขัน ความเจ็บปวดจากการวิ่งมาราธอนเป็นการค่อยๆ สะสม แต่ความเจ็บปวดจากสถานีเหล่านี้จะมาเร็วและคงอยู่ยาวนานกว่ามาก

นอกจากความแข็งแรงแล้ว เขายังเป็นห่วงเรื่อง ‘เทคนิคและประสิทธิภาพ’ รวมถึงความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ฟอร์มที่ไม่ถูกต้องเมื่อร่างกายเหนื่อยล้า แม้เขาจะเข้าคลาส Hyrox มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าความรู้และประสบการณ์ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสถานี Wall Balls ที่ปกติอาจไม่น่ากลัว แต่เมื่อต้องทำหลังจากวิ่งมา 8 รอบและผ่านสถานีอื่นๆ มา 7 สถานี การยกบอลน้ำหนักขึ้นลงซ้ำๆ ย่อมเป็นเรื่องที่ยากขึ้นอย่างมหาศาล เขาและ Beth จึงต้องหารือเรื่องกลยุทธ์การแบ่งแรงกันอย่างถี่ถ้วน

กลยุทธ์การฝึกซ้อม Hyrox ใน 4 สัปดาห์: เน้นเทคนิคสำคัญกว่าแรง

ด้วยเวลาเตรียมตัวที่เหลือไม่ถึงหนึ่งเดือน นักวิ่งมาราธอนจึงเลือกที่จะให้ความสำคัญกับ ‘เทคนิค’ เหนือสิ่งอื่นใด เพราะการสร้างความแข็งแรงอย่างมีนัยสำคัญในเวลาสั้นๆ นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เขาทำได้คือการเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ หลีกเลี่ยงการชดเชยด้วยท่าทางที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บ และประหยัดพลังงานด้วยการไม่ต่อสู้กับการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น

การฝึกซ้อมของเขามุ่งเน้นไปที่การใช้ Sandbag และ Sled โดยเน้นที่ ‘ฟอร์มการเคลื่อนไหว’ มากกว่าน้ำหนัก นอกจากนี้ เขายังเข้าร่วมคลาสที่มีสถานี ไฮรอกซ์ โดยเฉพาะ แม้ว่าคลาสเหล่านี้จะไม่มีส่วนของการวิ่ง แต่ก็ช่วยให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์และท่าทางต่างๆ มากขึ้น ที่น่าสนใจคือ เขากำลังศึกษาโหมดการฝึก Hyrox อย่างเป็นทางการที่มีในสมาร์ทวอทช์อย่าง Garmin และ Amazfit รวมถึงแอปพลิเคชันเสริมอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อการเตรียมตัวสำหรับ Hyrox โดยเฉพาะ

การมี Beth ซึ่งเป็นนักยกน้ำหนักเป็นคู่หู ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก แม้จะมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความอึดของ Beth ในส่วนของการวิ่ง 8 กิโลเมตร เพราะแม้จะแบ่งเบาภาระกันได้ แต่ก็มีขีดจำกัด การแข่งขันในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ จะเป็นการพิสูจน์ว่า การเตรียมตัวน้อยที่สุดจะเพียงพอหรือไม่ หรือมันจะเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับนักวิ่งมาราธอนและนักยกน้ำหนักที่ประเมินการแข่งขันนี้ต่ำไป

มุมมองจากบรรณาธิการ: ความสมดุลคือหัวใจของ Hyrox

การแข่งขัน ไฮรอกซ์ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของฟิตเนสยุคใหม่ที่เน้นความสมบูรณ์ของร่างกายในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ความเร็วหรือความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว จากประสบการณ์ของนักเขียนคู่นี้ เราได้เห็นว่าการรู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์อย่างรอบคอบ คือสิ่งสำคัญไม่แพ้การฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบการแข่งขันแบบคู่ การทำงานเป็นทีมและการสนับสนุนซึ่งกันและกันคือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ย่อมเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายได้อย่างแน่นอน

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →