Google สร้างความฮือฮาอีกครั้งในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยหลังจากที่เคยเปิดตัว Bard และรีแบรนด์เป็น Gemini ที่ครอบคลุมทั้งแชทบอทและ LLM ล่าสุด Google ได้เผยโฉม AI เจเนอเรชันใหม่ในชื่อ Gemini Intelligence ซึ่งแม้ชื่ออาจจะฟังดูคล้ายคลึงกับ AI ของบริษัทอื่น แต่ Google ยืนยันว่า Gemini Intelligence มาพร้อมคุณสมบัติและขีดความสามารถที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร โดยเน้นการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจบริบทและดำเนินการตามคำสั่งที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น
Gemini Intelligence: ผู้ช่วย AI ที่คิดและทำได้เอง
Google วางตำแหน่ง Gemini Intelligence ให้เป็นผู้ช่วยแบบ Agentic Assistant ซึ่งหมายถึง AI ที่สามารถทำงานหลายขั้นตอนได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่เพียงตอบคำถามทั่วไป เดิมที Google ก็มีฟังก์ชัน Agentic บางอย่างอยู่แล้ว เช่น การเรียกแท็กซี่ผ่าน Uber หรือสั่งอาหารผ่าน DoorDash แต่ประสบการณ์ใหม่ของ Gemini Intelligence จะไปได้ไกลกว่านั้นมาก ตัวอย่างความสามารถที่ Google นำเสนอ:
- การจัดการตารางกิจกรรม: Gemini สามารถจองจักรยานแถวหน้าในคลาสปั่นจักรยานโปรดของคุณได้
- การศึกษา: หากพบหลักสูตรวิชาใน Gmail ของคุณ Gemini สามารถสั่งซื้อหนังสือที่จำเป็นสำหรับคลาสนั้นให้ได้ทันที
- การช็อปปิ้ง: คุณสามารถดึงรายการของชำขึ้นมาในแอปพลิเคชันจดบันทึก จากนั้นสั่งให้ Gemini เพิ่มรายการเหล่านั้นลงในรถเข็นช็อปปิ้งออนไลน์ของคุณ
- การท่องเที่ยว: เพียงแค่ถ่ายรูปแผ่นพับท่องเที่ยวที่พบในล็อบบี้โรงแรม แล้วขอให้ Gemini ค้นหาทัวร์ที่ตรงกับประสบการณ์ในเอกสารนั้นให้กับกลุ่มของคุณ
นอกจากนี้ Gemini ยังใช้ความเข้าใจในบริบทของรูปภาพมาช่วยในการทำงานอัตโนมัติเหล่านี้ ทำให้การโต้ตอบเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ
Autofill อัจฉริยะ จดจำข้อมูลสำคัญเพื่อคุณ
ฟีเจอร์ Autofill หรือการเติมข้อความอัตโนมัติ เป็นสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่เมื่อมันทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล Google เผยว่า Gemini Intelligence จะยกระดับความสามารถของ Autofill ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเป้าหมายที่จะสามารถกรอกข้อมูลได้เกือบทุกประเภทในทุกรูปแบบ ตัวอย่างสำคัญคือการเดินทาง หากคุณกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินและต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว แทนที่ Autofill แบบดั้งเดิมจะช่วยได้แค่ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล แต่ Gemini Intelligence สามารถเชื่อมโยงกับ ‘Personal Intelligence’ เพื่อกรอกข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง เช่น ข้อมูลหนังสือเดินทางของคุณ
เมื่อคุณต้องการกรอกข้อมูลพาสปอร์ต ปุ่ม ‘Passport’ จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งเมื่อกดแล้ว ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดก็จะถูกกรอกลงไปโดยอัตโนมัติ Google ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้เป็นแบบ ‘opt-in’ อย่างเคร่งครัด หมายความว่าผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกว่าจะเชื่อมต่อ Gemini Intelligence ในกรณีเหล่านี้หรือไม่ และสามารถปิดการใช้งานได้ทุกเมื่อ
“Rambler” ยกระดับการสั่งงานด้วยเสียงให้แม่นยำกว่าเดิม
Gemini Intelligence ยังมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงระบบการสั่งงานด้วยเสียงให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ‘ขัดเกลา’ ความคิดที่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ของเรา Google ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า “Rambler” เมื่อคุณสั่งงานด้วยเสียงไปยัง Gemini Intelligence แทนที่จะจดทุกคำพูดรวมถึงเสียง ‘อืม’ หรือ ‘เอ่อ’ Rambler จะพยายามจดเฉพาะสิ่งที่คุณตั้งใจจะพูดจริงๆ รวมถึงเมื่อคุณบอก AI ว่าคุณทำผิดพลาดด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณพูดว่า “ในรายการของชำ ฉันต้องการกล้วยสามลูก น้ำส้มหนึ่งขวด นมหนึ่งแกลลอน (โอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ไม่เป็นไร ฉันมีนมแล้ว) และขนมปังหนึ่งแถว” Rambler จะจดแค่ว่า “ในรายการของชำ ฉันต้องการกล้วยสามลูก น้ำส้มหนึ่งขวด และขนมปังหนึ่งแถว”
นอกจากนี้ คุณยังสามารถขอให้ Rambler ปรับรูปแบบของการถอดเสียงได้ เช่น เปลี่ยนรายการของชำให้เป็นรายการแบบ Bullet Points พร้อมอิโมจิ Google ระบุว่า จะมีความแตกต่างทางสายตาที่ชัดเจนระหว่างการใช้งาน Rambler กับการถอดเสียงแบบปกติ เพื่อให้คุณรู้ว่าฟีเจอร์นี้กำลังทำงานอยู่เสมอ บริษัทกล่าวว่าเสียงจะถูกใช้เพื่อถอดเสียงแบบเรียลไทม์เท่านั้น และจะไม่ถูกจัดเก็บไว้หลังจากนั้น ที่สำคัญ Rambler ยังรองรับหลายภาษา คุณจึงสามารถสลับภาษาระหว่างการสั่งงานได้โดยไม่ต้องหยุดและเริ่มการถอดเสียงใหม่
สร้าง Widget ได้ตามใจ: อิสระในการปรับแต่งหน้าจอหลัก
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ Gemini Intelligence จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Widget ที่เป็นของตัวเองสำหรับหน้าจอหลักได้ แทนที่จะต้องรอให้นักพัฒนาแอปสร้าง Widget ที่อาจจะไม่ตรงตามความต้องการ คุณสามารถขอให้ Gemini Intelligence สร้าง Widget เหล่านั้นให้คุณได้เลย Google กล่าวว่าฟีเจอร์ “Create My Widget” ช่วยให้คุณสามารถสร้าง Widget จากคำสั่งต่างๆ เช่น:
- “แสดงคอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึงที่ Madison Square Garden”
- “แสดงความเร็วลมและปริมาณน้ำฝนสำหรับ Golden, CO”
- “แนะนำสูตรอาหารใหม่สำหรับการเตรียมอาหารทุกต้นสัปดาห์”
หากฟีเจอร์นี้ทำงานได้ตามที่โฆษณาไว้ ผู้ใช้จะสามารถสร้าง Widget ที่ปรับแต่งได้อย่างลงตัวตามความต้องการและความสนใจของแต่ละบุคคลได้อย่างอิสระ
มุมมองจากบรรณาธิการ: Gemini Intelligence จะเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอย่างไร?
เรามองว่า Gemini Intelligence คือก้าวสำคัญที่ Google ต้องการยกระดับ AI จากผู้ช่วยตอบคำถามธรรมดาไปสู่ ‘ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ’ ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และดำเนินการตามคำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างแท้จริง ความสามารถแบบ Agentic Assistant และ Autofill ขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการข้อมูลสำคัญอย่างหนังสือเดินทาง จะช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก ส่วนฟีเจอร์ Rambler ก็เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะจะทำให้การสั่งงานด้วยเสียงเป็นธรรมชาติและแม่นยำขึ้นอย่างก้าวกระโดด สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไป การสร้าง Widget เองได้ยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของความเป็นส่วนตัวและอิสระในการปรับแต่งหน้าจอหลัก เราเชื่อว่าหาก Gemini Intelligence ทำงานได้ตามที่ Google นำเสนอจริง มันจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการปฏิสัมพันธ์ของเรากับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประสบการณ์ดิจิทัลราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Beats Studio Pro ลดราคาแรง! หูฟัง ANC ยอดนิยม คุณภาพเสียงเยี่ยม พร้อมเชื่อมต่อได้ทุกแพลตฟอร์ม
- Tribit StormBox Mini+ ลำโพงพกพาตัวเล็กสเปกเกินตัว พร้อมส่วนลด 24% เหลือเพียง 31.99 ดอลลาร์
- Google Nest Doorbell รุ่น 2 แบบมีสาย ลดราคาเหลือ 97.99 ดอลลาร์ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์บน Woot
- Soundcore Sleep A20: หูฟังนอนหลับตอบโจทย์คนนอนยาก ลดราคาเหลือ 99.99 ดอลลาร์