Skip to content
Home » Tech » Apple ขยายฟีเจอร์จำกัดตำแหน่ง iPhone: ยกระดับความเป็นส่วนตัวทั่วโลก รวมถึง AIS และ True ในไทย

Apple ขยายฟีเจอร์จำกัดตำแหน่ง iPhone: ยกระดับความเป็นส่วนตัวทั่วโลก รวมถึง AIS และ True ในไทย

จำกัดตำแหน่ง iPhone

Apple ได้ขยายการรองรับฟีเจอร์ “Limit Precise Location” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน จำกัดตำแหน่ง iPhone ในการแชร์ข้อมูลกับแอปพลิเคชันและผู้ให้บริการเครือข่าย โดยอัปเดตครั้งล่าสุดใน iOS 26.5 ได้เพิ่มอุปกรณ์และผู้ให้บริการเครือข่ายที่รองรับมากขึ้น รวมถึง AIS และ True ในประเทศไทย ถือเป็นการยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในวงกว้างได้อย่างน่าสนใจ

ก่อนหน้านี้ การแชร์ข้อมูลตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนมีสองรูปแบบหลัก ๆ คือ “Precise Location” หรือตำแหน่งที่แม่นยำ ซึ่งจะระบุพิกัดของคุณได้อย่างชัดเจน และ “Approximate Location” หรือตำแหน่งโดยประมาณ ซึ่งจะแสดงเพียงพื้นที่กว้าง ๆ เช่น ย่านที่คุณอยู่ หรือเมืองที่คุณอาศัย ซึ่งช่วยรักษาสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการใช้งานแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นต้องรู้พิกัดที่แม่นยำ

ฟีเจอร์ “Limit Precise Location” ทำงานอย่างไร?

ฟีเจอร์ “Limit Precise Location” ที่ Apple เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคม ได้พัฒนาแนวคิดนี้ไปอีกขั้น โดยไม่ใช่แค่จำกัดการแชร์ตำแหน่งกับแอปเท่านั้น แต่ยังสามารถซ่อนข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือของคุณได้ด้วย หมายความว่าคุณสามารถควบคุมการแชร์ข้อมูลตำแหน่งจาก iPhone ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น แอปแผนที่นำทางยังคงได้รับพิกัดที่แม่นยำที่จำเป็น ในขณะที่แอปอื่น ๆ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการเครือข่าย จะได้รับเพียงตำแหน่งโดยประมาณเท่านั้น

ในช่วงแรกของการเปิดตัว การรองรับฟีเจอร์นี้ยังค่อนข้างจำกัด โดยใช้งานได้เฉพาะกับ iPhone ที่มีชิป C1 หรือ C1X เท่านั้น ซึ่งรวมถึง iPhone Air, iPhone 16e และ M5 iPad Pro รุ่น Cellular นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกา มีเพียงผู้ใช้ Boost Mobile เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้ ทำให้มีผู้ใช้งาน iPhone เพียงส่วนน้อยที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการความเป็นส่วนตัวใหม่นี้

การขยายการรองรับใน iOS 26.5: ผู้ให้บริการเครือข่ายและรุ่นที่รองรับ

สถานการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญด้วยการมาถึงของ iOS 26.5 ที่ Apple ปล่อยออกมาในสัปดาห์นี้ แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาจะยังคงรองรับเฉพาะผู้ใช้ Boost Mobile เท่านั้น แต่ Apple ได้เพิ่ม iPhone 17e เข้ามาในรายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับ

สำหรับการขยายการรองรับนอกสหรัฐอเมริกาเป็นไปอย่างกว้างขวางขึ้น โดย Apple ได้เพิ่มผู้ให้บริการเครือข่ายอีกหลายรายในประเทศต่าง ๆ ดังนี้:

  • ออสเตรีย: A1
  • เดนมาร์ก: YouSee
  • เยอรมนี: Telekom
  • ไอร์แลนด์: Sky
  • ประเทศไทย: AIS และ True
  • สหราชอาณาจักร: EE, BT และ Sky
  • สหรัฐอเมริกา: Boost Mobile

ฟีเจอร์ จำกัดตำแหน่ง iPhone “Limit Precise Location” นี้จะถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ iPhone และผู้ให้บริการเครือข่ายที่รองรับ หากคุณอาศัยอยู่ในสหภาพยุโรปหรือสหราชอาณาจักร และใช้อุปกรณ์ iPhone ที่รองรับ คุณก็น่าจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ แม้ว่าผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณจะไม่ได้อยู่ในรายการก็ตาม Apple ระบุว่าด้วยซิมการ์ดจากผู้ให้บริการใน EU หรือ UK คุณจะมีตัวเลือกในการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

วิธีตั้งค่าเพื่อจำกัดตำแหน่ง iPhone ของคุณ

หาก iPhone ของคุณและผู้ให้บริการเครือข่ายเข้าเกณฑ์ที่รองรับ ฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการตรวจสอบหรือปรับเปลี่ยนการตั้งค่า คุณสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data Options) > Limit Precise Location

มีข่าวลือว่า Apple กำลังวางแผนที่จะนำโมเด็มเซลลูลาร์รุ่นถัดไปอย่าง C2 มาใช้กับ iPhone 18 Pro และ iPhone Ultra ซึ่งคาดว่าจะทำให้รายชื่อ iPhone ที่รองรับฟีเจอร์นี้ขยายตัวมากขึ้นภายในสิ้นปีนี้

มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญต่อผู้ใช้?

เรามองว่าการขยายฟีเจอร์ “Limit Precise Location” ครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Apple ในการมอบความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่าให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยอย่าง AIS และ True ถือเป็นข่าวดีที่ได้เห็นตัวเลือกในการควบคุมข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น การสามารถจำกัดการแชร์ตำแหน่งที่แม่นยำกับผู้ให้บริการเครือข่ายได้นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว แต่ยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน iPhone ในชีวิตประจำวัน การที่ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการปกป้องผู้ใช้ตั้งแต่แรกเริ่ม และคาดว่าในอนาคตจะมีอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ที่รองรับเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →