Skip to content
Home » PR Newswire » Mavrix ชูความสำคัญของหลักฐานจากบุคคลจริงที่เชื่อถือได้ในยุค AI ในงาน Quirk’s New York

Mavrix ชูความสำคัญของหลักฐานจากบุคคลจริงที่เชื่อถือได้ในยุค AI ในงาน Quirk’s New York

นิวยอร์ก, 17 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — Mavrix บริษัทระดับโลกด้านการเก็บรวบรวมข้อมูลและการดำเนินงานวิจัย ใช้โอกาสในฐานะผู้สนับสนุนระดับแพลทินัมของงาน The Quirk’s Event New York 2026 เพื่อนำเสนอมุมมองที่ชัดเจนของภูมิทัศน์งานวิจัยที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้การสร้างและวิเคราะห์ข้อมูลทำได้รวดเร็วขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่การเก็บข้อมูลจากบุคคลจริงที่มีคุณภาพและตรวจสอบได้กลับยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ได้ลดลง

Mavrix Makes the Case for Trusted Human Evidence in the AI Era at Quirk’s New York
Mavrix Makes the Case for Trusted Human Evidence in the AI Era at Quirk’s New York

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 กรกฎาคม ณ Javits Center โดย Mavrix ได้เข้าร่วมการเสวนาสำคัญสองหัวข้อ โดยหัวข้อแรกจัดขึ้นร่วมกับ Delineate ส่วนหัวข้อที่สองร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG) และ Knit

ในการเสวนาหัวข้อ “Free Data, Worthless Data: What’s Actually Left Worth Paying For” นั้น Mavrix และ Delineate ได้พิจารณาถึงการที่ AI กำลังเข้ามาทำให้กระบวนการสร้างแบบสำรวจ การเข้ารหัสข้อมูล การสรุปผล การวิเคราะห์ และการจัดทำรายงานเป็นระบบอัตโนมัติ โดยประเด็นสำคัญของการเสวนาคือ เมื่อกระบวนการผลิตงานวิจัยทั่วไปสามารถทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น คุณค่าจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่หลักฐานซึ่งเลียนแบบได้ยากกว่า เช่น ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะที่ทันต่อสถานการณ์ การมีส่วนร่วมของบุคคลจริงที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว กลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงได้ยาก และวิจารณญาณในการพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่มีความสำคัญ

“AI มอบขีดความสามารถอันยอดเยี่ยมให้กับอุตสาหกรรมของเรา” Glen Collins รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ระดับโลกของ Mavrix กล่าว “แต่ AI ไม่สามารถแก้ปัญหาการเก็บข้อมูลจากคนผิดกลุ่มได้ หากหลักฐานจากบุคคลมีคุณภาพต่ำ เทคโนโลยีก็เพียงช่วยให้เราวิเคราะห์หลักฐานที่ไม่มีคุณภาพได้รวดเร็วขึ้น และอาจทำให้เกิดความมั่นใจที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งได้หลักฐานจากบุคคลที่มีคุณภาพ ก็ยิ่งได้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพ

Mavrix ยังนำเสนอแนวคิด Human Evidence Chain: Reach, Qualify, Verify, Engage and Defend โดยเป้าหมายไม่ใช่การเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบ แต่คือการรวบรวมหลักฐานที่สามารถรองรับการตรวจสอบอย่างละเอียดได้ เมื่อผลการวิจัยถูกตั้งคำถามหรือท้าทาย

ในวันที่สองของงานประชุม Mavrix ได้เสวนาร่วมกับ BCG และ Knit ในหัวข้อ Qual-at-Scale โดยพิจารณาว่า AI วิดีโอ และการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถช่วยให้การสนทนากับผู้เข้าร่วมการวิจัยมีความลึกและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความรวดเร็วและขยายขอบเขตการวิจัยได้อย่างไร สำหรับ Mavrix ประเด็นสำคัญคือ ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป งานวิจัยที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อ สามารถสื่อสารและถ่ายทอดความคิดเห็นได้อย่างชัดเจน มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ให้ข้อมูลจากประสบการณ์จริง และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

ตลอดการเสวนาทั้งสองหัวข้อ Mavrix ได้นำเสนอสารสำคัญสามประการ ได้แก่ ความรวดเร็ว คุณภาพ และ AI โดยความรวดเร็วช่วยให้งานวิจัยได้ผลลัพธ์ทันเวลาและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ขณะที่คุณภาพทำให้หลักฐานมีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่าต่อการนำไปใช้จริง และ AI ช่วยให้สามารถค้นพบรูปแบบและแนวโน้มจากข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในระดับที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

Mavrix ยังเน้นย้ำหลักการสำคัญในภาพรวมว่า กลุ่มเป้าหมายควรเป็นตัวกำหนดวิธีการสรรหา ไม่ใช่ให้วิธีการสรรหาเป็นตัวกำหนดกลุ่มเป้าหมาย โดยการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์ ชุมชนเฉพาะทาง การพบปะแบบตัวต่อตัว และวิธีการแบบผสมผสาน ล้วนสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม ขึ้นอยู่กับลักษณะของกลุ่มเป้าหมายและตลาด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mavrixdata.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

[email protected] 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →