Skip to content
Home » Tech » เปิดโปงความจริง: ข้อมูลส่วนตัวบน AI Chatbot ไม่ได้เป็นความลับอย่างที่คิด

เปิดโปงความจริง: ข้อมูลส่วนตัวบน AI Chatbot ไม่ได้เป็นความลับอย่างที่คิด

ข้อมูลส่วนตัว AI Chatbot

ในยุคที่ AI Chatbot อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราหลายคน การใช้งานเครื่องมืออัจฉริยะเหล่านี้เพื่อช่วยงานหรือหาข้อมูลดูเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เรามักมองข้ามไปคือความเป็นส่วนตัวของ ข้อมูลส่วนตัว AI Chatbot ที่เราป้อนเข้าไป บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความจริงที่ว่า สิ่งที่คุณพิมพ์หรืออัปโหลดให้ AI เหล่านี้ อาจไม่เป็นส่วนตัวอย่างที่คุณคิด และกำลังถูกนำไปใช้ในรูปแบบต่างๆ มากกว่าที่คุณคาดเดา

ข้อมูลที่คุณป้อน ไม่ใช่ความลับ? งานวิจัยยืนยัน AI ใช้ฝึกโมเดล

ผลการศึกษาจากนักวิจัยมหาวิทยาลัย Stanford ที่ได้ทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวของ 6 บริษัท AI Chatbot ชั้นนำในสหรัฐฯ รวมถึง Claude, Gemini และ ChatGPT พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือ ทุกบริษัทใช้ข้อมูลจากการสนทนาของผู้ใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในการฝึกฝนโมเดล AI ของตน และที่สำคัญกว่านั้น บางบริษัทยังคงเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้โดยไม่มีกำหนด และส่วนใหญ่ยังนำไปรวมกับข้อมูลอื่น ๆ ที่รวบรวมจากผู้บริโภค เช่น การค้นหาหรือประวัติการซื้อสินค้า

แม้ในกรณีส่วนใหญ่ คุณอาจมีสิทธิ์เลือกไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) แต่การสนทนาของคุณก็ยังสามารถถูกตรวจสอบโดยมนุษย์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลในระยะยาวก็เพิ่มความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวที่ถูกจัดเก็บไว้อาจรั่วไหลได้จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงการแชร์กับ AI Chatbot เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ

ด้วยความเสี่ยงที่กล่าวมา การระมัดระวังในการใช้งาน AI Chatbot จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ข้อมูลส่วนตัว AI Chatbot ที่มีความละเอียดอ่อน นี่คือประเภทของข้อมูลที่คุณควรหลีกเลี่ยงการป้อนให้กับ AI Chatbot เด็ดขาด:

  • ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบ (Login credentials): ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน หรือเอกสารใด ๆ ที่มีข้อมูลเหล่านี้ ไม่ควรป้อนให้ AI Chatbot นอกจากนี้ AI ยังสร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัยได้ไม่ดีนัก ควรใช้เครื่องมือใน Password Manager หรือเลือกใช้ Passkey หากมี
  • ข้อมูลทางการเงิน (Financial data): AI ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ไม่ควรอัปโหลดเอกสารหรือใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเงินส่วนตัว เช่น รายการเดินบัญชีธนาคาร, หมายเลขบัตรเครดิต, ข้อมูลการลงทุน, หมายเลขบัญชีและยอดคงเหลือ การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินในช่องทางที่ไม่ปลอดภัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม, ฉ้อโกง หรือตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ
  • เวชระเบียนและข้อมูลทางการแพทย์ (Medical records): AI ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ และไม่ควรใช้สำหรับการปรึกษาทางการแพทย์ การอัปโหลดเวชระเบียนนอกจากจะเสี่ยงต่อการรั่วไหลแล้ว ยังอาจถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) อีกด้วย
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable Information – PII): หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลเช่น ชื่อ, ที่อยู่, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, วันเกิด, หมายเลขประจำตัวประชาชน, หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถนำไปใช้ในการขโมยข้อมูลประจำตัวได้ (ข้อมูลทางการเงินและเวชระเบียนก็ถือเป็น PII ที่ละเอียดอ่อน)
  • ข้อมูลสุขภาพทั่วไป (General health information): แม้แต่ข้อมูลสุขภาพที่ดูไม่เป็นอันตราย เช่น การถามหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ รายงานจาก Stanford ชี้ว่า AI Chatbot สามารถอนุมานสถานะสุขภาพของคุณได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจเข้าถึงบริษัทประกันภัยได้ในอนาคต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ, การใช้ยา และการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
  • ข้อกังวลด้านสุขภาพจิต (Mental health concerns): AI ไม่ใช่จิตแพทย์หรือนักบำบัด การใช้ AI เพื่อจัดการกับปัญหาสุขภาพจิตมักไม่ค่อยได้ผลดี และบางครั้งอาจเป็นอันตรายด้วยซ้ำ แม้จะมีการอัปเดตเพื่อปกป้องผู้ใช้งานในสถานการณ์วิกฤติ แต่ AI ก็ไม่สามารถทดแทนการสนับสนุนจากมนุษย์ได้
  • รูปภาพ (Photos): การแก้ไขภาพด้วย AI เป็นที่นิยม แต่ก็มีความเสี่ยง รูปภาพส่วนตัวอาจถูกใช้เพื่อการฝึกฝน และข้อมูลเมตาของภาพ (EXIF data) ยังอาจมีข้อมูลตำแหน่ง GPS ของคุณ ควรหลีกเลี่ยงการอัปโหลดภาพบุคคล (โดยเฉพาะเยาวชน) และพิจารณาลบข้อมูล EXIF ก่อนแชร์
  • เอกสารของบริษัท (Company documents): แม้ AI จะมีประโยชน์ในการสรุปเอกสาร, สร้างพรีเซนเทชัน หรือร่างอีเมลสำหรับงานต่าง ๆ แต่ควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออัปโหลดไฟล์ที่มีข้อมูลสำคัญของบริษัทเข้าสู่ AI Chatbot บางครั้ง นโยบายของบริษัทอาจห้ามการกระทำดังกล่าวโดยสิ้นเชิง

มุมมองบรรณาธิการ: ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณในยุค AI

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เราคงเห็นแล้วว่าการใช้งาน AI Chatbot นั้นมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่ไม่ควรมองข้าม ในฐานะผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสมมติฐานไว้ก่อนเสมอว่าทุกสิ่งที่เราป้อนเข้าไปใน AI Chatbot นั้นจะถูกจัดเก็บและอาจถูกอ่านโดยผู้อื่นได้

เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ การหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือที่สามารถระบุตัวตนได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และอย่าลืมตรวจสอบและเปิดใช้งานการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การเลือกไม่ให้ใช้ข้อมูลเพื่อการฝึกฝนโมเดล การทำความเข้าใจและใช้ AI อย่างมีสติจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างปลอดภัยและสบายใจมากยิ่งขึ้น

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →