การมาถึงของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอีกต่อไป เพราะล่าสุดผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับบ้านยุคใหม่อย่าง Alexa+ และ Gemini for Home กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ ซึ่งทั้งคู่จะเข้ามาแทนที่ Alexa และ Google Assistant แบบเดิม เพื่อยกระดับการควบคุม AI สมาร์ทโฮม ให้มีความเป็นธรรมชาติ ตอบสนองซับซ้อน และยังคงฟังก์ชันการทำงานของบ้านอัจฉริยะไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟ หรือการตรวจสอบภาพจากออดประตูวิดีโอ
ยกระดับประสบการณ์ AI สมาร์ทโฮม ด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะโฉมใหม่
การอัปเกรดเป็น Alexa+ และ Gemini for Home นั้นทำได้ง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของคุณ โดยจะมีขั้นตอนการตั้งค่าพื้นฐานไม่กี่อย่าง เช่น การเลือกเสียงของ AI จากนั้นก็พร้อมใช้งานทันที เพียงแค่พูดว่า “Hey Alexa” หรือ “Hey Google” ก็สามารถเริ่มสนทนาหรือออกคำสั่งได้เลย
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะมีความสามารถในการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติและตอบคำถามซับซ้อนได้ แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันและบางฟังก์ชันที่ต้องแลกมาด้วยค่าบริการ:
- Alexa+:
- บนเว็บแอป: มีส่วนควบคุมสมาร์ทโฮมโดยเฉพาะ ทำให้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านเบราว์เซอร์ได้สะดวก
- ค่าบริการ: หากต้องการประสบการณ์ AI สนทนาเต็มรูปแบบ มีค่าใช้จ่าย $19.99 ต่อเดือน หรือจะรวมอยู่ในแพ็กเกจ Amazon Prime ที่มีค่าบริการ $14.99 ต่อเดือน ได้
- สำคัญ: นี่เป็นคนละส่วนกับค่าสมาชิก Ring ที่จำเป็นสำหรับการจัดเก็บวิดีโอบันทึก
- Gemini for Home:
- ค่าบริการ: ฟังก์ชัน AI สนทนาและประวัติการบันทึกวิดีโอจะต้องชำระค่าบริการ โดยมีตัวเลือก $10 หรือ $20 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของประวัติวิดีโอที่ต้องการ (ซึ่งมาแทนที่แผน Nest Aware เดิม)
- แผนระดับสูง: มาพร้อมกับการสรุปและอธิบายเหตุการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จากคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ เช่น “พนักงานส่งของมาถึงเวลาบ่ายโมง”
- สิทธิพิเศษ: หากคุณเป็นสมาชิก Gemini AI แผนอื่นที่จ่าย $19.99 ขึ้นไปต่อเดือน อยู่แล้ว จะได้รับ Gemini for Home รวมอยู่ในแพ็กเกจด้วย
- บนเว็บแอป: ไม่รองรับคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฮมโดยตรง แม้จะซิงค์ประวัติการแชทจากแอปบนมือถือได้ก็ตาม
เปรียบเทียบประสิทธิภาพ: ใครฉลาดกว่ากัน?
ในการทดสอบ ผู้ใช้งานได้ลองสอบถามเกี่ยวกับสภาพอากาศ เช่น วันที่ต้องพกร่ม ซึ่งทั้ง Alexa+ และ Gemini for Home ต่างก็เข้าใจคำถามและให้ข้อมูลพยากรณ์อากาศประจำสัปดาห์ได้อย่างถูกต้อง แต่ Gemini มีคำตอบที่ครอบคลุมกว่า สามารถตอบคำถามเรื่องร่มสำหรับแต่ละวันได้อย่างชัดเจน ขณะที่ Alexa+ เพียงแค่บอกโอกาสเกิดฝนและให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเอง แม้ว่ากราฟิกจะสวยงามกว่าก็ตาม
สำหรับการขอคำแนะนำอื่นๆ เช่น เคล็ดลับการทำความสะอาดห้องน้ำ หรือการสรุปเนื้อหาภาพยนตร์ ทั้งสองผู้ช่วย AI ก็สามารถให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและปราศจากข้อผิดพลาด โดย Alexa+ จะมีความระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องสปอยล์หนัง ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน
การผสานรวมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮม: ใช้งานจริงเป็นอย่างไร?
จุดที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดคือความสามารถในการควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ซึ่งเมื่อคุณอัปเกรดเป็น Alexa+ หรือ Gemini for Home อุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่มีอยู่เดิมทั้งหมดก็จะได้รับการอัปเกรดตามไปด้วย
ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจคือ AI ทั้งสองสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าไฟอัจฉริยะด้วยเสียงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสี ความสว่าง หรือการเปิด-ปิดไฟ นอกจากนี้ การตั้งค่าตารางเวลาทำงานก็ทำงานได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้งานสามารถสั่งให้ Gemini for Home เปิดไฟอัจฉริยะตามเวลาที่กำหนด และให้ Alexa+ ปิดในเวลาต่อมาได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถตั้งค่าให้กิจวัตรเหล่านี้ทำซ้ำได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ และบันทึกไว้ในแอปเพื่อแก้ไขในภายหลัง
สำหรับผู้ที่ใช้งานจอแสดงผลอัจฉริยะของ Amazon หรือ Google คุณสามารถตั้งค่าวิดเจ็ตสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและควบคุมได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งทั้ง Echo Show และ Nest Hub ก็สามารถควบคุมสถานะ สี และความสว่างของไฟได้จากหน้าจออย่างไม่มีที่ติและแทบไม่มีความหน่วงเลย
ฟังก์ชันอื่นๆ อย่างการตั้งเตือน (Reminders) และตั้งเวลา (Timers) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานมักจะเข้าถึงผ่านลำโพงหรือจอแสดงผลอัจฉริยะ ก็ทำงานได้อย่างถูกต้องเช่นกัน โดย AI ทั้งสองสามารถแยกแยะคำสั่งโดยตรงกับคำสั่ง AI ที่ซับซ้อนกว่าได้ และปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอ เช่น กล้องวงจรปิดหรือออดวิดีโอ ยังไม่ได้รับการทดสอบเต็มที่ แต่มีรายงานว่าการระบุและสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอของ AI นั้นอาจยังไม่แม่นยำ 100% แต่โดยรวมแล้วถือว่า Alexa+ และ Gemini for Home เป็นผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ ฉลาด และมีประโยชน์อย่างยิ่ง
ก้าวต่อไปของบ้านอัจฉริยะ: คุ้มค่าแค่ไหน?
ในมุมมองของบรรณาธิการ การมาถึงของ Alexa+ และ Gemini for Home ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ AI สมาร์ทโฮม อย่างแท้จริง ด้วยความสามารถในการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติและตอบสนองต่อคำสั่งที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้การควบคุมบ้านอัจฉริยะเป็นเรื่องง่ายและชาญฉลาดกว่าเดิมมาก อย่างไรก็ตาม ค่าบริการรายเดือนสำหรับฟังก์ชัน AI ขั้นสูงและการบันทึกวิดีโอนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องพิจารณา
สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดและพร้อมลงทุน การอัปเกรดนี้นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้งานระบบนิเวศของ Amazon Prime หรือ Google Gemini อยู่แล้ว ฟีเจอร์ AI ในการสรุปเหตุการณ์จากวิดีโอก็เป็นประโยชน์อย่างมาก แม้จะต้องเผื่อใจไว้บ้างสำหรับความแม่นยำในบางกรณี แต่โดยรวมแล้ว เรามองว่านี่คือทิศทางที่น่าตื่นเต้นของบ้านอัจฉริยะที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Acer Predator Helios Neo 16 AI ลดแรง 25% ปลดล็อกพลังเกมมิ่งและงานสร้างสรรค์
- iOS 27 อาจนำฟีเจอร์ AI แต่งรูปใหม่มาสู่ iPhone พร้อมเร่งเครื่องตามคู่แข่ง
- Anker Prime MagSafe 3-in-1 ปฏิวัติการชาร์จไร้สาย 25W ด้วยระบบระบายความร้อนในตัว
- Samsung Odyssey OLED G93SC: จอเกมมิ่ง QD-OLED 49 นิ้ว ลดราคาแรง เหลือ $899.99