Skip to content
Home » Tech » มือถือ Android เครื่องเก่าอย่าเพิ่งทิ้ง! เปลี่ยนเป็น Wi-Fi Extender ขยายสัญญาณให้ทั่วบ้านง่ายๆ

มือถือ Android เครื่องเก่าอย่าเพิ่งทิ้ง! เปลี่ยนเป็น Wi-Fi Extender ขยายสัญญาณให้ทั่วบ้านง่ายๆ

ขยายสัญญาณ Wi-Fi

หลายคนคงเคยประสบปัญหา Wi-Fi สัญญาณอ่อนหรือไม่ครอบคลุมในบางพื้นที่ของบ้าน หรือที่เรียกว่า “Wi-Fi Dead Zone” ซึ่งมักสร้างความหงุดหงิดไม่น้อย แต่รู้หรือไม่ว่ามือถือ Android เครื่องเก่าที่คุณเก็บไว้จนฝุ่นจับนั้น สามารถนำมาแปลงร่างเป็นอุปกรณ์ ขยายสัญญาณ Wi-Fi หรือ Wi-Fi Extender ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ใหม่แต่อย่างใด ถือเป็นการเพิ่มประโยชน์ให้แก่อุปกรณ์เดิมที่คุณมีอยู่แล้ว

ทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Wi-Fi Extender จากมือถือ Android

มือถือ Android มีคุณสมบัติในการเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีความสามารถในการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot ได้พร้อมกัน ซึ่งหลักการนี้เองที่เราจะนำมาประยุกต์ใช้ โดยการตั้งค่าให้มือถือเครื่องเก่ารับสัญญาณ Wi-Fi จากเราเตอร์หลัก แล้วกระจายสัญญาณนั้นออกไปอีกทอดหนึ่ง

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ การใช้งานมือถือเป็น Wi-Fi Extender นั้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มความเร็วของอินเทอร์เน็ต แต่จะช่วย “ขยาย” ระยะทางการเข้าถึงสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่ที่เคยเป็นจุดอับสัญญาณ ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แม้ในห้องที่สัญญาณ Wi-Fi เดิมไปไม่ถึง แม้ว่าอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับทำหน้าที่นี้อาจให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่การเริ่มต้นด้วยมือถือเก่าที่มีอยู่ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและประหยัด

ขั้นตอนการเปลี่ยนมือถือ Android ให้เป็น Wi-Fi Extender

วิธีการตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้อาจแตกต่างกันไปบ้างขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของโทรศัพท์ แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณจะต้องเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าเพื่อค้นหาคุณสมบัติ “Wi-Fi Hotspot” หรือ “Hotspot แบบพกพา”

  • สำหรับผู้ใช้ Google Pixel:
    • เข้าไปที่เมนู “Settings” (การตั้งค่า)
    • เลือก “Network & internet” (เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต)
    • เลือก “Hotspot & tethering” (ฮอตสปอตและการปล่อยสัญญาณ)
    • จากนั้นเปิดใช้งาน “Wi-Fi hotspot” (ฮอตสปอต Wi-Fi) ซึ่งจะสร้างเครือข่าย Wi-Fi ใหม่ขึ้นมา
    • คุณสามารถแตะที่ “Wi-Fi hotspot” เพื่อตั้งชื่อ (SSID) และรหัสผ่านสำหรับเครือข่ายใหม่นี้ได้
  • สำหรับผู้ใช้ Samsung Galaxy:
    • เปิด “Settings” (การตั้งค่า)
    • แตะ “Connections” (การเชื่อมต่อ)
    • เลือก “Mobile Hotspot and Tethering” (ฮอตสปอตมือถือและการปล่อยสัญญาณ)
    • คุณจะพบปุ่มสลับ “Mobile Hotspot” (ฮอตสปอตมือถือ) ให้เปิดใช้งาน
    • แตะที่ “Mobile Hotspot” เพื่อเข้าถึงตัวเลือกการตั้งค่าเครือข่าย เช่น ชื่อและรหัสผ่าน

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

เพื่อให้ Wi-Fi Extender จากมือถือทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรพิจารณาการตั้งค่าเหล่านี้:

  • ปิดการตั้งค่าปิดฮอตสปอตอัตโนมัติ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดคุณสมบัติ “Turn off hotspot automatically” (ปิดฮอตสปอตอัตโนมัติ) เพื่อให้ฮอตสปอตทำงานตลอดเวลา
  • เลือกย่านความถี่: ภายใต้ “Speed and compatibility” (ความเร็วและความเข้ากันได้) ควรเปิดใช้งาน 2.4GHz หรือ 5GHz (หรือทั้งสองอย่าง) ในกรณีส่วนใหญ่ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น
  • เสียบปลั๊กตลอดเวลา: ควรเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ตลอดการใช้งาน เนื่องจากแบตเตอรี่ของมือถือจะหมดเร็วมากเมื่อปล่อยฮอตสปอต หากปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ประโยชน์ของการเป็น Wi-Fi Repeater ก็จะหายไป
  • ถอดซิมการ์ดหรือปิดข้อมูลมือถือ: เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทำหน้าที่เป็น Wi-Fi Hotspot แบบ Wi-Fi-to-Wi-Fi จริงๆ ไม่ใช่การใช้ข้อมูลมือถือในการกระจายสัญญาณ คุณอาจจะถอดซิมการ์ดออก หรือปิดการเข้าถึงข้อมูลมือถือ (บน Pixel จะอยู่ที่ Settings > Network and internet > SIMs)

ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงและข้อจำกัด

การใช้มือถือเป็น Wi-Fi Extender นี้ แม้จะไม่สามารถเทียบได้กับระบบ Mesh Network หรืออุปกรณ์ขยายสัญญาณเฉพาะทางที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก หรือในสถานการณ์ที่ความเร็วในการอัปโหลดและดาวน์โหลดไม่ได้มีความสำคัญสูงสุด และที่สำคัญคือ “ฟรี” หากคุณมีมือถือ Android ที่ไม่ได้ใช้งานอยู่แล้ว

จากการทดสอบด้วย Galaxy S25 Ultra พบว่าใช้งานได้จริงตามที่กล่าวมา ซึ่งผู้ทดลองได้วาง Galaxy S25 Ultra ไว้ในห้องชั้นบนเพื่อทำหน้าที่เป็นฮอตสปอต โดยที่การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ที่บ้านมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 300 Mbps เมื่อเชื่อมต่อแล็ปท็อปกับสัญญาณจากมือถือในห้องเดียวกัน ความเร็วในการดาวน์โหลดอยู่ที่ประมาณ 60 Mbps ซึ่งเพียงพอสำหรับการสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง และเมื่อย้ายแล็ปท็อปออกไปไกลขึ้น ความเร็วลดลงเหลือประมาณ 12 Mbps ซึ่งแม้จะลดลงมาก แต่ก็ยังคงใช้งานได้ดีสำหรับการเช็คอีเมล, ท่องเว็บ, และเขียนบทความใน Google Docs

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพที่ได้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นของมือถือที่คุณใช้, ความเร็วอินเทอร์เน็ตเดิมของคุณ, และลักษณะโครงสร้างบ้านของคุณ นอกจากนี้ มือถือบางรุ่นที่ค่อนข้างเก่าอาจไม่รองรับฟังก์ชันนี้ได้ทั้งหมด มีรายงานจากผู้ใช้บน Reddit ว่าเทคนิคนี้ใช้งานได้ดีกับ Pixel รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ แต่ไม่สามารถใช้ได้กับ Google Pixel 7a เป็นต้น

มุมมองจากบรรณาธิการ: ประโยชน์ที่คุ้มค่าจากการพลิกโฉมมือถือเก่า

เรามองว่าการเปลี่ยนมือถือ Android เครื่องเก่าให้เป็น Wi-Fi Extender นั้นเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมและสร้างสรรค์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณในบ้านโดยไม่ต้องการลงทุนเพิ่ม สำหรับใครที่มีสมาร์ทโฟนเก่าๆ วางทิ้งไว้เฉยๆ นี่คือโอกาสดีที่จะนำกลับมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้ประสิทธิภาพอาจไม่เทียบเท่าอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปอย่างอีเมล โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่สตรีมมิ่งในความละเอียดปกติ ข้อจำกัดเรื่องความเร็วที่ลดลงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่การได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในจุดที่เคยเป็น Dead Zone ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอ เราขอแนะนำให้ลองนำทริคนี้ไปปรับใช้กันดู รับรองว่าอาจจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอินเทอร์เน็ตในบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →