ข่าวใหญ่ที่อาจทำให้แฟนๆ Apple ต้องเตรียมใจ ล่าสุด Tim Cook ซีอีโอคนสำคัญของ Apple ได้ออกมาเปิดเผยกับ The Wall Street Journal ด้วยตนเองว่า ราคา Apple และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทกำลังจะปรับสูงขึ้นในไม่ช้า สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญอย่างชิป RAM และ Storage ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจน Apple ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ไว้ได้อีกต่อไป สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกลยุทธ์ด้านราคาของบริษัท
สถานการณ์ราคาสินค้าเทคทั่วโลกและท่าทีของ Apple ที่เปลี่ยนไป
ตลอดปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเผชิญกับความผันผวนด้านราคาอย่างมาก ทั้งจากผลกระทบของภาษีสงครามการค้า สถานการณ์ความไม่มั่นคงทั่วโลก และความต้องการ RAM ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เทครายใหญ่อย่าง Acer, Dell, Sony และ Nintendo ต้องประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ของตน แต่ในทางกลับกัน Apple กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่สามารถหลีกเลี่ยงการส่งต่อภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้เป็นส่วนใหญ่
ก่อนหน้านี้ Apple ได้ใช้กลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยการยกเลิกอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นที่มีราคาถูกกว่าเดิม ซึ่งทำให้ราคาเข้าถึงสินค้าอย่าง Mac mini และ MacBook Air สูงขึ้นในทางเทคนิค แต่ก็ไม่ได้เป็นการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่โดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวทางเลือกที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น MacBook Neo ที่มีราคาเพียง 589.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมอบประสบการณ์ Mac เต็มรูปแบบในราคาเทียบเท่ากับ iPhone 16 แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาระดับราคาไว้
ทำไม Apple ถึงต้องขึ้นราคา? เสียงสะท้อนจาก Tim Cook
แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว Tim Cook ได้กล่าวกับ The Wall Street Journal ว่า “น่าเสียดายที่การปรับขึ้น ราคา Apple เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากการขึ้นราคาที่ส่งผลมาถึงเรา และเราพยายามปกป้องลูกค้าจากการขึ้นราคาเหล่านี้มาตลอด แต่สถานการณ์นี้ไม่สามารถยั่งยืนได้อีกต่อไป” นี่เป็นการยืนยันที่ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ Apple กำลังจะมีราคาสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้
Tim Cook ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักของปัญหานี้คือ การขาดแคลนชิป RAM และ Storage ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานทั่วโลก “มีอุปทานน้อยลง ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ และผู้ผลิตหน่วยความจำก็ส่งต่อการขึ้นราคาอย่างมหาศาล” เขายังทิ้งท้ายข้อความที่น่าตกใจว่า “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในทุกสาขาอาชีพมานานกว่า 40 ปีแล้ว” The Wall Street Journal ยังคาดการณ์ว่า Apple อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา “อย่างมาก” เพื่อรักษาระดับผลกำไรในปัจจุบันเอาไว้
ผลิตภัณฑ์ใดจะได้รับผลกระทบและเมื่อไหร่ควรซื้อ?
ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่จะปรับขึ้นราคา และจะเริ่มเมื่อใด แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การปรับขึ้น ราคา Apple มีแนวโน้มจะเริ่มขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งนั่นอาจหมายความว่า iPhone 18 จะมีราคาสูงกว่า iPhone 17 หรือ Apple Watch Series 12 จะแพงกว่า Series 11 ส่วน ‘iPhone Fold’ ที่ยังไม่มีรุ่นเปรียบเทียบ ก็อาจมีราคาสูงกว่าที่ Apple ตั้งใจไว้ในตอนแรก
หากคุณกำลังพิจารณาที่จะซื้ออุปกรณ์ Apple ใหม่ การดำเนินการในตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะราคาปัจจุบันอาจเป็นราคาที่ถูกที่สุดที่คุณจะหาได้ การรอคอยอาจไม่ได้หมายความว่าราคาจะลดลงอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าราคาจะสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ช่วงเวลาปัจจุบันยังเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจาก Amazon Prime Day กำลังจะมาถึงในสัปดาห์หน้า ซึ่งมักจะมีดีลพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple รวมถึง Macs, iPads และ AirPods ด้วย เช่น ดีล AirPods Pro 3 ที่ลดไป 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ Best Buy หรือ AirPods 4 ที่ยังคงมีข้อเสนอที่ดี การจับตาดูดีลในช่วงนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย
มุมมองจากกองบรรณาธิการ: เตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของ ราคา Apple
เรามองว่าการประกาศครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ายุคที่สินค้า Apple จะมีราคาคงที่หรือถูกลงตามกาลเวลาอาจสิ้นสุดลงแล้ว ผู้บริโภคจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในการซื้อ หากมีแผนจะซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ในอนาคตอันใกล้ การพิจารณาซื้อในตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายในราคาที่สูงขึ้นตามที่ Tim Cook ได้เตือนไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีดีลพิเศษอย่าง Prime Day ที่กำลังจะมาถึงนี้
การตัดสินใจซื้อเทคโนโลยีในปัจจุบันจึงคล้ายกับการลงทุนในตลาดหุ้น ที่คุณต้องคาดการณ์และหวังว่าจะได้ราคาที่ดีที่สุด แต่ในสถานการณ์ที่การขาดแคลนชิปเป็นวิกฤต การตัดสินใจที่รวดเร็วอาจช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าการรอคอย การทำความเข้าใจสถานการณ์และวางแผนการซื้ออย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน Apple ทุกคน
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สมาร์ทล็อค Philips 4000 Series: อัปเกรดความปลอดภัยด้วยลายนิ้วมือและ Wi-Fi ในราคาจับต้องได้
- ลำโพง Google Home ใหม่ พร้อม Gemini ในตัว เปิดตัว 25 มิถุนายนนี้ ราคา 99.99 ดอลลาร์
- Windmill สร้างมาตรฐานใหม่ให้เครื่องปรับอากาศหน้าต่าง ด้วยดีไซน์อัจฉริยะและควบคุมผ่านแอปได้
- Fitbit Air ใช้เงินในบัญชีสุขภาพ HSA/FSA ได้แล้ว – มาทำความเข้าใจเงื่อนไขก่อนซื้อ