CGTN เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการพบกันครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา บทความนี้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการทูตระดับผู้นำประเทศในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์แบบทวิภาคี อีกทั้งยังชี้ว่าทั้งสองประเทศต่างได้รับประโยชน์จากความร่วมมือและจะสูญเสียจากการเผชิญหน้า
ปักกิ่ง, 15 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — ในการพบกันครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี ผู้นำทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกันต่อวิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกรอบความสัมพันธ์ที่คาดว่าจะทำหน้าที่เป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในช่วงสามปีข้างหน้าและต่อเนื่องไปในอนาคต
ระหว่างการหารือซึ่งใช้เวลากว่าสองชั่วโมงที่มหาศาลาประชาชน สี จิ้นผิง กล่าวว่า เขาตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและนำพา “เรือยักษ์” แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้แล่นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เพื่อทำให้ปี 2569 กลายเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์และเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเปิดศักราชบทใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคี
เนื่องจากความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุด ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อนและความปั่นป่วนวุ่นวายที่เชื่อมโยงถึงกัน ทั้งสองประเทศจึงต่างได้รับประโยชน์จากความร่วมมือ และต่างก็เสียประโยชน์จากการเผชิญหน้า
วิสัยทัศน์ใหม่
สี จิ้นผิง ได้อธิบายรายละเอียดของวิสัยทัศน์ใหม่นี้ โดยกล่าวว่า “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์” ควรเป็นเสถียรภาพเชิงบวกที่มีความร่วมมือเป็นแกนหลัก เป็นเสถียรภาพที่มั่นคงซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางการแข่งขันในระดับที่เหมาะสม เป็นเสถียรภาพที่ต่อเนื่องท่ามกลางความแตกต่างที่บริหารจัดการได้ และเป็นเสถียรภาพที่ยั่งยืนซึ่งตั้งอยู่บนคำมั่นสัญญาแห่งสันติภาพ
เขาย้ำว่า การสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรเป็นเพียงคำขวัญ แต่ต้องเป็นการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมของทั้งสองฝ่ายเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
ภายใต้การชี้นำของการทูตระดับผู้นำประเทศ จีนและสหรัฐฯ สามารถรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์โดยรวมไว้ได้มาตลอด สี จิ้นผิง เน้นย้ำถึงความสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะต้องร่วมกันนำพาความสัมพันธ์ฝ่าฟันภูมิทัศน์ระหว่างประเทศอันซับซ้อน และประคับประคอง “เรือยักษ์” แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้แล่นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองประเทศได้คงรักษาการสื่อสารที่ดีต่อกัน รวมถึงการสนทนาทางโทรศัพท์หลายครั้ง และการพบปะที่ประสบความสำเร็จในเมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งช่วยกำหนดทิศทางและเส้นทางให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคี
สิ่งที่น่าสังเกตคือ นับตั้งแต่การพบกันที่เมืองปูซานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพโดยรวมและพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งสองประเทศและประชาคมโลกอย่างกว้างขวาง
ผลสำเร็จทางการทูตระดับผู้นำประเทศได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นพิเศษในด้านเศรษฐกิจและการค้า นับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่ายได้จัดการหารือมาแล้วหลายรอบ และสามารถบรรลุฉันทมติอย่างสร้างสรรค์ได้ในหลายประเด็น
สี จิ้นผิง กล่าวกับทรัมป์ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีลักษณะเกื้อกูลและได้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “ในประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างหรือข้อขัดแย้ง การหารือบนพื้นฐานของความเสมอภาคคือหนทางที่ถูกต้องที่สุด”
ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นพ้องกับมุมมองของประธานาธิบดีจีน โดยระบุว่าความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐฯ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ รวมถึงต่อประชาคมโลกได้มากมาย
Wang Yiwei ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน ให้สัมภาษณ์กับ CGTN ว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการพบหารือครั้งนี้คือวิสัยทัศน์ใหม่ เขากล่าวว่า การสร้างความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ในเชิงสร้างสรรค์จะยึดโยงอยู่กับการเสริมสร้างเสถียรภาพใน 4 มิติสำคัญ “ผมเชื่อมั่นว่านี่คือจุดเริ่มต้นบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า การทูตระดับผู้นำยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ และแสดงความเชื่อว่าสถานะปัจจุบันของความสัมพันธ์ทวิภาคีมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ
ความรุ่งเรืองและความสำเร็จร่วมกัน
ผู้นำภาคธุรกิจสหรัฐฯ มากกว่าสิบรายได้ร่วมเดินทางมากับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรวมถึงอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla และ SpaceX, ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple, คริสเตียโน อามอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Qualcomm และเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจอเมริกันที่มีต่อตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง
ผลประโยชน์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศนั้นปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง โดยที่ท่าเรือลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่และคับคั่งที่สุดของสหรัฐฯ นั้น มีกิจกรรมขนส่งสินค้าร้อยละ 40 โดยประมาณที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้ากับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของท่าเรือแห่งนี้
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจของจีนและสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสใน “การลงทุนแบบสองทาง” อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น โรงงาน Shanghai Gigafactory ของ Tesla ซึ่งสามารถผลิตรถยนต์คันที่ 4 ล้านได้สำเร็จในเดือนธันวาคม 2568 โดยชิ้นส่วนถึงร้อยละ 95 จัดหาจากผู้ผลิตภายในประเทศจีน
โรงงานแห่งนี้ได้สร้างเครือข่าย “วงจร 4 ชั่วโมง” ครอบคลุมพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และเชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์ชั้นนำของจีนกว่า 400 ราย โดยในจำนวนนี้ มากกว่า 60 รายที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ Tesla สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการอย่างลึกซึ้งของภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
รายงานสมุดปกขาวฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยหอการค้าอเมริกันในประเทศจีนระบุว่า ร้อยละ 52 ของบริษัททุนสหรัฐฯ ในจีนที่เข้าร่วมการสำรวจ คาดว่าจะมีกำไรในปี 2568 เพิ่มขึ้น 6 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน มากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจยังคงจัดอันดับให้จีนเป็นหนึ่งในสามจุดหมายการลงทุนที่สำคัญที่สุดของโลก
ระหว่างการพบปะกับผู้ประกอบการสหรัฐฯ ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า ประตูของจีนจะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น และต้อนรับสหรัฐฯ ให้เสริมสร้างความร่วมมือที่เกื้อกูลและได้ประโยชน์ร่วมกันกับจีน
ในปีนี้ ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็มีวาระสำคัญของประเทศ โดยจีนได้เริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) ขณะที่สหรัฐฯ ก็จะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ นอกจากนี้ จีนและสหรัฐฯ ยังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC Economic Leaders’ Meeting) และการประชุมสุดยอด G20 ตามลำดับ
ทั้งนี้ เนื่องจากการประชุมทั้งสองเวทีมีอิทธิพลสำคัญต่อการกำกับดูแลเศรษฐกิจโลก และจะช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการพัฒนาของโลก ผู้นำของทั้งสองประเทศจึงได้แสดงจุดยืนสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ดังคำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กล่าวว่า ความสำเร็จของฝ่ายหนึ่งคือโอกาสของอีกฝ่าย และความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงย่อมเป็นผลดีต่อทั้งโลก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม:
https://news.cgtn.com/news/2026-05-14/-Constructive-strategic-stability-China-US-eye-new-vision-for-ties-1N8BqABl5fy/p.html
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- POMDOCTOR LIMITED Announces Fiscal Year 2025 Financial Results
- High‑Trend International Group Announces Cancellation and Retirement of 630,000 Class A Ordinary Shares
- Artmarket.com: แถลงการณ์ Artprice: 22 กฎสำหรับตลาดศิลปะที่มีการควบคุมและโปร่งใสในยุคแห่ง AI
- DeepQure Reports Encouraging Clinical Data from World’s First Extravascular RDN System at AUA 2026