Skip to content
Home » PR Newswire » Charities Aid Foundation เผยผลศึกษาชิ้นใหม่ พบว่าผู้คนในประเทศที่ร่ำรวยบริจาคน้อยกว่าประเทศที่มีรายได้น้อยอย่างมีนัยสำคัญ

Charities Aid Foundation เผยผลศึกษาชิ้นใหม่ พบว่าผู้คนในประเทศที่ร่ำรวยบริจาคน้อยกว่าประเทศที่มีรายได้น้อยอย่างมีนัยสำคัญ

ลอนดอน, 21 กรกฎาคม 2568 /PRNewswire/ — เมื่อพูดถึงการสนับสนุนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและองค์กรการกุศลแล้ว ผู้คนในประเทศที่มีรายได้น้อยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่าผู้คนในประเทศที่มีรายได้สูงถึงสองเท่า ตามข้อมูลจากการวิจัยล่าสุดของมูลนิธิ Charities Aid Foundation (CAF) 

ทั้งนี้ รายงาน World Giving Report ฉบับใหม่ของ CAF ใช้ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนกว่า 50,000 คน เพื่อศึกษาว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการบริจาคทั้งในระดับโลกและใน 101 ประเทศทั่วโลก การวิจัยนี้ยังได้นำดัชนีวัดความเอื้อเฟื้อเข้ามาใช้เพื่อเปรียบเทียบประเทศต่าง ๆ โดยประเมินจากจำนวนเงินที่บริจาคให้การกุศลเมื่อเทียบสัดส่วนของรายได้

The average share of income donated to good causes by economy classification, CAF World Giving Report 2025.
The average share of income donated to good causes by economy classification, CAF World Giving Report 2025.

ทั้งนี้ ผู้คนในประเทศที่มีรายได้น้อยบริจาคเงินเฉลี่ย 1.45% ของรายได้ของตนให้กับกิจกรรมการกุศล เทียบกับ 0.7% ในประเทศที่มีรายได้สูง ส่วนในทวีปแอฟริกา ผู้คนบริจาคเงินเฉลี่ย 1.54% ของรายได้ให้กับการกุศล เทียบกับ 0.64% ในยุโรป

ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากที่สุด โดยมีประชาชนบริจาคเงินเฉลี่ย 2.83% ของรายได้ให้กับองค์กรการกุศล ทางศาสนา หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ประเทศในกลุ่ม G7 นั้น มีสามประเทศมีระดับการบริจาคที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบสัดส่วนรายได้ ได้แก่ ฝรั่งเศส 0.45% เยอรมนี 0.39% และญี่ปุ่น 0.16%

เมื่อดูจากทั่วโลก ผู้ที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 44 ปี บริจาครายได้ในสัดส่วนมากกว่าผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีเกือบ 1.5 เท่า (1.18% เทียบกับ 0.83%)

ทั่วโลก ประเด็นที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดคือเด็ก ๆ และเยาวชน โดยมีผู้บริจาคถึง 29% ให้การสนับสนุน และเป็นประเด็นหลักในทุกทวีปด้วย หนึ่งในสี่ของผู้บริจาค (26%) ให้การสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และผู้คนในทวีปเอเชีย (16%) มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะสนับสนุนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

ผู้คนส่วนใหญ่บริจาคเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่องที่พวกเขาห่วงใย (65%) เกือบหนึ่งในห้า (18%) ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่พวกเขาเห็นในข่าว และโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนค้นพบองค์กรการกุศลแห่งใหม่ (14%)

นอกจากนี้ ผู้คนทั่วโลกมักไว้วางใจและให้คุณค่ากับองค์กรการกุศลในท้องถิ่นมากที่สุด ตามมาด้วยองค์กรระดับชาติ และสุดท้ายคือองค์กรการกุศลนานาชาติ นอกจากนี้ การวิจัยชิ้นนี้ยังพบว่า ผู้คนมีแนวโน้มที่จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้นเมื่อรัฐบาลของตนส่งเสริมการบริจาค และเมื่อรัฐบาลส่งเสริมพวกเขาให้บริจาค ประชาชนก็มักจะไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้นและมองว่ารัฐบาลมีความสำคัญต่อสังคมมากขึ้นด้วย 

Neil Heslop ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CAF กล่าวว่า:

“ทั่วโลก องค์กรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสังคมกำลังเผชิญกับอุปสรรคแรงกดดันทางการเงินอย่างรุนแรง โมเดลการระดมทุนแบบเดิมโดยทั่วไปจำเป็นต้องเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้คนที่กำลังเปลี่ยนแปลง และรัฐบาลก็กำลังตัดลดงบประมาณด้านความช่วยเหลือและการพัฒนา ทำให้ภาคการกุศลต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองสถานการณ์ดังกล่าว

“การบริจาคจากบุคคลธรรมดายังคงเป็นรากฐานของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่กระนั้นก็ยังมีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก โดยมักพบวัฒนธรรมการให้ที่มีพลวัตและเข้มแข็งที่สุดในประเทศที่ประชากรเองก็ยังอยู่ในภาวะต้องการความช่วยเหลืออย่างสูง

“เป็นที่น่าสังเกตว่า การให้ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความมั่งคั่งหรือแม้แต่ความมั่นคงเสมอไป หากแต่ขึ้นอยู่กับการรับรู้ได้ถึงความจำเป็น และบ่อยครั้ง เรามักมองว่าผู้ที่อยู่ใกล้ตัวเราคือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ เรามีสิ่งที่เรียนรู้ได้มากมายเกี่ยวกับพลังของการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และธรรมชาติของความเมตตาที่เรามีต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ใกล้เพียงฝั่งตรงข้ามถนนหรืออีกฟากหนึ่งของโลกก็ตาม”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.worldgivingreport.org

รูปภาพ: https://mma.prnasia.com/media2/2734022/Charities_Aid_Foundation.jpg?p=medium600
โลโก้: https://mma.prnasia.com/media2/2734023/Charities_Aid_Foundation_Logo.jpg?p=medium600

 

 

View original content to download multimedia: Read More