ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและไลฟ์สไตล์ผู้คนเปลี่ยนไป คู่รักจำนวนมากกำลังเลือกที่จะทุ่มเทความรัก การดูแล และค่าใช้จ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยเฉพาะสุนัข แทนการมีบุตร ปรากฏการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดคำเรียกขานใหม่ว่า DINKWAD (Dual Income, No Kids, With a Dog) ซึ่งหมายถึง คู่รักไม่มีลูก ที่มีรายได้สองทาง แต่กลับทุ่มเททุกสิ่งให้กับน้องหมาเสมือนลูกในไส้ เทรนด์นี้กำลังแพร่หลายไปทั่วโลกและสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมครอบครัวในสังคมยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
เทรนด์ DINKWAD ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
กระแสของ คู่รักไม่มีลูก หรือ DINKWAD กำลังเป็นที่จับตาอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ซึ่งพบว่าหนึ่งในสามของรหัสไปรษณีย์มีจำนวนสุนัขมากกว่าเด็ก และถ้าหากนับรวมจำนวนสุนัขทั้งหมดในสหราชอาณาจักรซึ่งคาดการณ์ว่ามีถึง 13 ล้านตัว ตัวเลขนี้ก็ใกล้เคียงกับจำนวนเด็กทั้งหมดในประเทศ โดยห่างกันเพียง 2 ล้านคนเท่านั้น ในขณะที่อัตราการเกิดของมนุษย์ในอังกฤษแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2024 จำนวนสุนัขกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดร. เบธาน กรีนวูด เจ้าหน้าที่วิจัยจาก Dogs Trust ให้ความเห็นว่า “ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์และความคาดหวัง ผู้คนบางส่วนรู้สึกว่าการต้อนรับสุนัขเข้ามาในบ้านเป็นวิธีที่ทำได้จริงมากกว่าในการสร้างมิตรภาพและกิจวัตรประจำวัน” เทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงแคบๆ อีกต่อไป เพราะแฮชแท็ก #dinkwad มียอดรับชมบน TikTok สูงถึงเกือบ 135 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและจำนวนผู้คนที่เลือกเส้นทางนี้
แน่นอนว่าการเลี้ยงสุนัขก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบที่ตามมา เช่นกรณีของ ไบรอัน เบลล์ และ จอห์น ที่ต้องดูแลน้องหมาดัชชุนชื่อ แพตตี้ ซึ่งป่วยเป็นโรคลมบ้าหมู มีค่าใช้จ่ายค่ายา 180 ปอนด์ต่อเดือน และค่าอาหารคุณภาพดีอีก 60 ปอนด์ต่อเดือน ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนที่สูง แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กที่อาจสูงถึง 800 ปอนด์ต่อเดือนอย่างมาก
ความผูกพันที่พัฒนาจากเพื่อนสู่สมาชิกคนสำคัญ
ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับสุนัขมีมายาวนานนับพันปี หลักฐานจากแหล่งโบราณคดีที่หมู่บ้าน Ain Mallaha ประเทศอิสราเอล ย้อนไปถึง 10,000 ปีก่อนคริสตกาล พบโครงกระดูกมนุษย์นอนขดตัวอยู่กับซากลูกสุนัข แสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง และสุนัขยังได้พัฒนาคุณสมบัติที่น่ารัก เช่น การแสดงออกทาง “สายตาลูกหมา” (puppy eye) ด้วยกล้ามเนื้อที่ทำให้ยกคิ้วได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในหมาป่า
ลอรา กิลเล็ต นักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์จาก Eötvös Loránd University อธิบายว่าสุนัขมีความสามารถพิเศษในการอ่านภาษากายและการสื่อสารของมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม การคัดเลือกและผสมพันธุ์สุนัขตลอดหลายพันปีได้ทำให้พวกมันปรับตัวให้เข้ากับเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ และในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของเราที่มีต่อเพื่อนสี่ขาได้เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยข้อมูลจาก Dogs Trust ระบุว่า เจ้าของสุนัขอายุน้อย (25-34 ปี) กว่าสองในสามมองว่าความสัมพันธ์กับสุนัขของพวกเขาคือความสัมพันธ์แบบพ่อแม่ลูก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ในสังคมสมัยใหม่ที่ผู้คนโดดเดี่ยวมากขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง สุนัขจึงเข้ามาเติมเต็มความต้องการทางสังคมและความปรารถนาที่จะดูแลผู้อื่นของมนุษย์ได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ แม้ว่าเจ้าของส่วนใหญ่จะยังคงแยกแยะระหว่างสัตว์เลี้ยงกับลูกคนได้ แต่สุนัขก็มอบความรู้สึกของการเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและไม่ซับซ้อน
สายพันธุ์สุนัขยอดนิยมในกลุ่ม DINKWAD
สำหรับ คู่รักไม่มีลูก ที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงคู่ใจ มีหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์และความท้าทายในการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป:
- ลาบราดู้ดเดิ้ล (Labradoodle): เป็นลูกผสมยอดนิยมระหว่างลาบราดอร์กับพุดเดิล มีความฉลาดและเป็นมิตร แต่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและมักต้องพาไปร้านเสริมสวยบ่อยครั้ง เนื่องจากขนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
- ดัชชุน (Dachshund): เป็นที่รู้จักเรื่องนิสัยเลือกกิน อาจต้องลองอาหารหลากหลายยี่ห้อกว่าจะเจอสิ่งที่ถูกใจ แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวกมันค่อนข้างอดทนกับการใส่ชุดหรือหมวกน่ารักๆ
- วิปเพ็ท (Whippet): มีสองโหมดหลักคือ วิ่งอย่างเต็มที่ไล่ลูกบอลในสวนสาธารณะ และนอนหลับปุ๋ย พวกมันอาจมีอาการวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่คนเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไม่ชอบออกไปไหนกับคุณเสมอไป
- คาวาเลียร์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel): สุนัขพันธุ์เล็กที่ค่อนข้างเงียบ สงบ และชอบเก็บตัว เหมาะสำหรับการอยู่บ้าน แต่เป็นสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มถูกขโมยได้ง่าย จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
- พิทาเดอร์ (Pitador): ลูกผสมระหว่างลาบราดอร์กับพิตบูล มีความอยากอาหารสูงและความมุ่งมั่นไม่ลดละ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสุนัขที่อาจชอบแทะขอบบัวผนังเวลาที่คุณไปทำงาน และอาจต้องการการฝึกพิเศษ
มุมมองจากบรรณาธิการ: การเติมเต็มความสุขในแบบฉบับ DINKWAD
เรามองว่าปรากฏการณ์ DINKWAD หรือการที่คู่รักไม่มีลูกเลือกเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและค่านิยมส่วนบุคคลที่ลึกซึ้ง การมีสัตว์เลี้ยงไม่เพียงช่วยเติมเต็มความรู้สึกเหงาโดดเดี่ยว แต่ยังมอบความสุข ความรับผิดชอบ และความผูกพันที่ไร้เงื่อนไข ซึ่งในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน การมีเพื่อนสี่ขาที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอ อาจเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตของใครหลายคน ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วบางคู่จะตัดสินใจมีลูกตามมาภายหลังหรือไม่ก็ตาม ความผูกพันที่พวกเขามีกับสัตว์เลี้ยงได้มอบประสบการณ์อันมีค่าและความสุขที่ยากจะหาอะไรมาเทียบได้ และแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์ก็ยังคงเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไขปริศนา: เราจำเป็นต้องนอนวันละ 8 ชั่วโมงจริงหรือ? ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงที่ควรรู้
- บิสคอฟ: จากบิสกิตเบลเยียมบนเครื่องบิน สู่ปรากฏการณ์ไวรัลครองใจคนทั่วโลก
- เปิดผลทดสอบมีดครัวที่ดีที่สุด: สรุปไอเทมเด่นที่เปลี่ยนการทำอาหารให้ง่ายขึ้น
- แมนเชสเตอร์ผงาด: เปิดเทรนด์อาหารอเมริกันสไตล์ “โฮกี้-ซับ” ที่ครองใจนักชิม