Skip to content
Home » Lifestyle » Gen Z หันพึ่งแพทย์แผนจีน: เทรนด์ “Chinamaxxing” สะท้อนความไม่เชื่อมั่นระบบสุขภาพตะวันตก

Gen Z หันพึ่งแพทย์แผนจีน: เทรนด์ “Chinamaxxing” สะท้อนความไม่เชื่อมั่นระบบสุขภาพตะวันตก

แพทย์แผนจีน

ท่ามกลางยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่า สุขภาพเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะ Gen Z ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Chinamaxxing” ซึ่งเป็นการหันมาให้ความสนใจและนำหลักการของ แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine – TCM) มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำอุ่น การใช้สมุนไพร หรือการบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ เทรนด์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการแสวงหาทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพ แต่ยังเผยให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขแบบเดิม ๆ ที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

“Chinamaxxing” คืออะไร ทำไมถึงเป็นที่นิยมในหมู่ Gen Z?

ปรากฏการณ์ “Chinamaxxing” เริ่มต้นขึ้นในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบน TikTok ซึ่งเป็นกระแสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลและชื่นชมวัฒนธรรมจีนในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่สินค้าแฟชั่นไปจนถึงแนวคิดด้านสุขภาพ เหตุผลสำคัญที่ทำให้เทรนด์นี้เติบโตอย่างรวดเร็ว คือความไม่เชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อสถาบันสื่อและชนชั้นการเมืองในสหรัฐอเมริกา รวมถึงความรู้สึกว่าระบบสุขภาพแบบตะวันตกเน้นการ “เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” มากเกินไป จนอาจไม่ตอบโจทย์การรักษาโรคเรื้อรังหรืออาการที่มีหลายระบบเกี่ยวข้อง เช่น Long Covid หรือภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

ศาสตราจารย์ Shaoyu Yuan ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก New York University อธิบายว่า เมื่อผู้คนไม่เชื่อมั่นในสถาบันของตนเอง พวกเขาก็พร้อมที่จะมองหาทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งจีนและวัฒนธรรมจีนได้กลายเป็นจุดอ้างอิงใหม่นี้อย่างไม่ตั้งใจ แม้แต่บริษัทด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรจีนอย่าง Elix ของ Lulu Ge ก็ยังได้รับอานิสงส์จากเทรนด์นี้ โดยพบว่ายอดการเข้าถึงช่องทางโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นถึง 250% และยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 40% ภายในหนึ่งสัปดาห์

เคล็ดลับสุขภาพจาก “แพทย์แผนจีน” ที่ Gen Z หลงใหล

แพทย์แผนจีน เป็นระบบการแพทย์ที่มีมานานกว่า 5,000 ปี เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ ซึ่งถูกมองว่า “เป็นส่วนตัวกับความเป็นมนุษย์” มากกว่าการรักษาแบบแยกส่วนในปัจจุบัน ผู้สร้างคอนเทนต์บน TikTok โดยเฉพาะ Sherry Zhu และ Lulu Ge ได้แนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพตามหลัก TCM ที่กลายเป็นกระแสไวรัล:

  • การดื่มน้ำอุ่น: เชื่อว่าจะช่วยปรับปรุงระบบการย่อยอาหารและทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น
  • การรักษาเท้าให้อบอุ่น: เคล็ดลับสำหรับผู้หญิงที่เชื่อว่าจะช่วยให้การปวดประจำเดือนทุเลาลง
  • ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ: การดื่มชาที่ทำจากโกจิเบอร์รี่ พุทราจีน และขิง ถือเป็นยาครอบจักรวาลที่ช่วยบำรุงร่างกาย
  • การเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน: เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของ “ชี่” หรือพลังงานภายในร่างกาย
  • การบำบัดแบบดั้งเดิม: เช่น กัวซา (Gua Sha) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง, การฝังเข็ม (Acupuncture) สำหรับจัดการอาการเรื้อรัง, การครอบแก้ว (Cupping Therapy) และการใช้สมุนไพรจีน (Herbal Remedies) รวมถึงชี่กง (Qigong) ซึ่งเน้นการเคลื่อนไหวและลมหายใจ
  • การนอนก่อน 23.00 น.: เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย

การส่งเสริม “แพทย์แผนจีน” ในเวทีโลก

การส่งเสริม แพทย์แผนจีน ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “Soft Power” ของประเทศจีน โดยในปี 2016 รัฐบาลจีนได้ออกคำสั่งให้เผยแพร่ TCM ไปทั่วโลก และในปี 2020 คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติของจีนยังแนะนำให้ใช้ TCM ในการรักษาโควิด-19 และส่งแพทย์พร้อมเวชภัณฑ์ไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบ การสนับสนุนนี้ส่งผลให้ตลาด TCM ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2022

มุมมองที่ซับซ้อน: การยอมรับหรือการช่วงชิงวัฒนธรรม?

แม้ว่ากระแส Chinamaxxing จะนำมาซึ่งการมองเห็นและความสนใจใน แพทย์แผนจีน อย่างมาก แต่ก็เกิดคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่าง “การยอมรับ” (appreciation) และ “การช่วงชิง” (extraction) ทางวัฒนธรรม ผู้สร้างคอนเทนต์ชาวเอเชียอเมริกันบางคนแสดงความกังวลว่า เนื้อหาที่นำเสนออาจทำให้หลักปฏิบัติที่ซับซ้อนเหล่านี้ถูกลดทอนหรือทำให้ง่ายเกินไป จนบิดเบือนความหมายดั้งเดิม

คุณ Faith Xue บรรณาธิการบริหารของ Coveteur กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นสิทธิพิเศษเพียงใด ที่สามารถลองสวมใส่ตัวตนของคนอื่นได้เพียงวันเดียว โดยไม่ต้องรับผลที่ตามมา” สอดคล้องกับ Dr. Felice Chan แพทย์ฝังเข็มและแพทย์แผนจีนที่เห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นของการมองเห็น แต่ก็ตระหนักถึงเนื้อหาที่ “ผิวเผิน” ซึ่งละเลยภูมิปัญญาที่แท้จริง

สรุปแล้ว “แพทย์แผนจีน” ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างไร?

เรามองว่าปรากฏการณ์ Chinamaxxing และความนิยมใน แพทย์แผนจีน สะท้อนถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน นั่นคือการแสวงหาการดูแลสุขภาพที่ “เป็นองค์รวม” และ “เป็นส่วนตัว” มากกว่าที่เคยได้รับจากระบบเดิม ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ ผู้คนต่างโหยหาความหมายและการกลับไปสู่ “ความเป็นมนุษย์” ซึ่ง TCM ที่เปี่ยมด้วยมรดก ภูมิปัญญา และสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้งได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนิสัยใหม่ ๆ หรือการค้นพบชุมชนที่อบอุ่นบนโลกออนไลน์ การเปิดรับแนวคิดด้านสุขภาพที่หลากหลายถือเป็นสัญญาณที่ดีของการดูแลตัวเองในแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →