
โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม – Media OutReach Newswire – 3 กุมภาพันธ์ 2569 – ธนาคารพาณิชย์เพื่อการพัฒนานครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Development Joint Stock Commercial Bank หรือ HDBank ชื่อย่อหลักทรัพย์: HDB) รายงานผลกำไรก่อนหักภาษีในปี 2568 สูงกว่า 21.3 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 820.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
HDBank โชว์ผลประกอบการปี 2568 ที่แข็งแกร่ง ด้วยผลกำไรเพิ่มขึ้น 27.4%
ความสามารถในการทำกำไรและตัวชี้วัดทางการเงินหลักของธนาคารยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่สุดในภาคอุตสาหกรรมธนาคาร สะท้อนถึงคุณภาพการเติบโตที่ยั่งยืนของ HDBank
เฉพาะในไตรมาส 4 ของปี 2568 HDBank มีกำไรสูงกว่า 6.5 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 250.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567
ณ สิ้นปี 2568 สินทรัพย์รวมในงบการเงินของธนาคารอยู่ที่ 931 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 35.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 33.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดเงินระดมทุนรวมอยู่ที่ 832 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเงินฝากจากลูกค้าเพิ่มขึ้น 28.2%
ยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 34.3% ไปสู่ระดับ 588 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 22.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยการปล่อยสินเชื่อมุ่งเน้นไปยังภาคธุรกิจที่มีระดับความเสี่ยงเหมาะสมและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เช่น กลุ่มเอสเอ็มอี ซัพพลายเชน ภาคการผลิตและการค้า การส่งออก รวมถึงโครงการด้านพลังงานสีเขียว กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ธนาคารสามารถรักษาอัตราการเติบโตในระดับสูง ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 25.4% ไปสู่ระดับ 42.7 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็น 18.6% ของรายได้รวมทั้งหมด
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 25.3% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในภาคธุรกิจ ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 2.1% ตลอดทั้งปี HDBank ได้จ่ายเงินปันผลในรูปแบบหุ้น และออกหุ้นปันผลเพิ่มเติม รวมอัตราส่วนเกือบ 30% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1.66% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ตามหลักเกณฑ์ Basel II อยู่ที่ 16.7% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรม ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งดังกล่าวช่วยให้ธนาคารมีความพร้อมในการขยายสินเชื่อและเพิ่มขนาดธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันในการเพิ่มทุนในระยะใกล้
ปี 2568 ยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาวของ HDBank หลังจากเสร็จสิ้นการรับโอนกิจการของ DongA Bank และรีแบรนด์เป็น Vikki Digital Bank ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลยุคใหม่ ภายในปีแรกของการดำเนินงาน Vikki มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมากกว่า 2.1 ล้านครั้ง สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลและธนาคารรายย่อย
ขณะเดียวกัน HD SAISON ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ HDBank ทำกำไรได้มากกว่า 1.39 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 53.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 22.5%
ปัจจุบัน HDBank ให้บริการลูกค้ามากกว่า 25 ล้านราย โดย 94% ของธุรกรรมลูกค้ารายย่อยดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัล สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนสู่ธนาคารดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ การที่ Moody’s ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของ HDBank ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในกลุ่มธนาคารเวียดนามในปี 2568 ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความแข็งแกร่งทางการเงินและศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของธนาคารอีกด้วย