Skip to content
Home » PR Newswire » Huawei เปิดตัวโซลูชันบริการสาธารณะอัจฉริยะระดับโลก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านบริการสาธารณะและการกำกับดูแลเมืองสู่ความอัจฉริยะ

Huawei เปิดตัวโซลูชันบริการสาธารณะอัจฉริยะระดับโลก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านบริการสาธารณะและการกำกับดูแลเมืองสู่ความอัจฉริยะ

บาร์เซโลนา, สเปน, 6 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ระหว่างงาน MWC Barcelona 2026 หน่วยธุรกิจการพัฒนาดิจิทัลบริการสาธารณะภาครัฐ (Government Public Services Digitalization) (ต่อไปนี้เรียกว่า “GPSD”) ของ Huawei ได้จัดกิจกรรมทางวิชาชีพหลายรายการอย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอด Global AI+ Public Service Summit, การประชุม National Foundation Model Roundtable และการกล่าวสุนทรพจน์แบบเปิดสาธารณะ เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของโลกอัจฉริยะร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรจากทั่วโลก ทั้งนี้ ภายในงาน Huawei ได้เปิดตัว Global Intelligent Public Service Solution หรือโซลูชันบริการสาธารณะอัจฉริยะระดับโลก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านบริการสาธารณะและการกำกับดูแลเมืองสู่ความอัจฉริยะ

ในงานประชุมสุดยอด Global AI+ Public Service Summit Jason Slater หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ของ UNIDO กล่าวว่า “AI+ กำลังขับเคลื่อนบริการสาธารณะให้ก้าวไปข้างหน้า การสร้างรัฐบาลดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้งานเท่านั้น แต่เป็นการสร้างระบบที่ครอบคลุมทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถทำงานร่วมกันระหว่างระบบต่าง ๆ ได้”

Jason Slater, Chief of Digital Transformation and AI at UNIDO
Jason Slater, Chief of Digital Transformation and AI at UNIDO

ระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้ Saeed Xia ประธานหน่วยธุรกิจบริการสาธารณะระดับโลกของ Huawei ได้เปิดตัวโซลูชันบริการสาธารณะอัจฉริยะระดับโลก โดยเขาชี้ให้เห็นว่า โซลูชันดังกล่าวสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม “1 digital foundation + 1 intelligent platform + N industry applications” (1 รากฐานดิจิทัล + 1 แพลตฟอร์มอัจฉริยะ + N แอปพลิเคชันอุตสาหกรรม) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการสาธารณะที่ยึดสถานการณ์การใช้งานเป็นศูนย์กลาง มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพสูง ผ่านการจัดประสานรายการบริการอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการบูรณาการขีดความสามารถต่าง ๆ และการปรับปรุงกระบวนการให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังคงยึดแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจและข้อมูล เพื่อสร้างบริการข้อมูลที่สะดวกและมีคุณภาพสูงซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ในท้ายที่สุดแล้ว โซลูชันนี้จะสร้างระบบบริการอัจฉริยะที่มีความสามารถเปลี่ยนการสนทนาให้กลายเป็นกระบวนการดำเนินงาน หรือ “Chat-to-Process” รวมทั้งสามารถตัดสินใจได้อย่างอัจฉริยะ และดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Saeed Xia, President of Huawei Global Public Services BU
Saeed Xia, President of Huawei Global Public Services BU

ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ของประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครัฐบาลอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานแบบ ‘Cloud First’ ที่แข็งแกร่ง การบูรณาการ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับโลก เพื่อมอบบริการที่ปลอดภัยและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งวางตำแหน่งประเทศให้เป็นศูนย์กลางดิจิทัลที่เชื่อถือได้ของอาเซียน”

Chomparee Chompurat, Deputy Permanent Secretary of Thailand's MDES
Chomparee Chompurat, Deputy Permanent Secretary of Thailand’s MDES

นอกจากนี้ ภายในงาน หน่วยธุรกิจ GPSD ของ Huawei ยังจัดการประชุม National Foundation Model Roundtable โดยมุ่งเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะระดับประเทศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและอุตสาหกรรมมากกว่า 20 คนจากยุโรป เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้มารวมตัวกันในการประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ Huawei ได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้โมเดลรากฐาน และการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และได้มีส่วนร่วมกับหลายฝ่ายเพื่อสำรวจแนวทางการออกแบบเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูง และเส้นทางการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะ

ในช่วงการกล่าวสุนทรพจน์แบบเปิดสาธารณะ Yu Jinxiao ผู้อำนวยการด้านเทคนิคต่างประเทศของ Linewell กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “AI+ One-Stop Public Services” (บริการสาธารณะแบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์) เทคโนโลยี AI ขั้นสูงได้ผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าเชิงคุณภาพแบบก้าวกระโดด จากบริการที่ “ใช้งานได้และประชาชนเข้าถึงได้” ไปสู่บริการที่ “ใช้งานได้อย่างง่ายดายและเป็นอัจฉริยะ” โดยเป็นสิ่งช่วยปรับขั้นตอนการทำงานให้กระชับและคล่องตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สามารถลดเวลาในการกรอกแบบฟอร์มลงได้ 80% ถึง 90% และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขึ้น 2 ถึง 3 เท่า ผ่านรูปแบบการโต้ตอบอัจฉริยะแบบ “Chat-to-Process”

Yang Xuqing ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ iSSTech เน้นย้ำว่า เมืองอัจฉริยะในอนาคตจะสร้าง “City Super App Portal” บนพื้นฐานของ AI hub โดยซูเปอร์แอปสำหรับการกำกับดูแลเมืองจะสามารถจัดการกับปัญหาท้าทายต่าง ๆ เช่น การควบคุมน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนซูเปอร์แอปสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจก็สามารถลดระยะเวลาของโครงการลงได้ 50% และซูเปอร์แอปสำหรับบริการสาธารณะก็ช่วยทำให้การติดต่อทำธุรกรรมทางธุรกิจและการดำเนินเรื่องของประชาชนเป็นเรื่องง่ายและเข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ ราวกับการสนทนาผ่านการแชต

ปัจจุบัน AI กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างแนวคิดพื้นฐานของบริการสาธารณะทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาเมืองดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะในระดับรากฐานอย่างลึกซึ้ง สำหรับในอนาคต Huawei จะเดินหน้าพัฒนาและเสริมสร้างรากฐานเทคโนโลยีดิจิทัลให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตร โดยร่วมกันเสริมศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบของบริการสาธารณะและการบริหารจัดการเมืองทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →