Skip to content
Home » PR Newswire » Jamf เปิดตัว AI Governance ระบบควบคุม AI แบบ Native สำหรับ Mac รายแรกในอุตสาหกรรม

Jamf เปิดตัว AI Governance ระบบควบคุม AI แบบ Native สำหรับ Mac รายแรกในอุตสาหกรรม

ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น ควบคุม และกำกับดูแลเครื่องมือ AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์ Mac เพิ่มความเชื่อมั่นด้านการใช้งานและการกำกับดูแล AI

สิงคโปร์, 1 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — Jamf มาตรฐานการบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Apple ในองค์กร ได้เปิดให้ใช้งาน AI Governance ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ใน Jamf for Mac ที่ช่วยให้ทีมไอทีและทีมรักษาความปลอดภัยสามารถค้นหาเครื่องมือ AI ที่ใช้งานอยู่ พร้อมบังคับใช้นโยบายการกำกับดูแล และสร้างรายงานที่พร้อมให้ตรวจสอบได้ ส่งผลให้ Jamf เป็นผู้ให้บริการรายแรกของตลาดที่นำเสนอระบบควบคุมและกำกับดูแล AI แบบ Native สำหรับระบบปฏิบัติการ Mac โดย Jamf จะสาธิตความสามารถใหม่นี้ในงาน Jamf Nation ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่ซิดนีย์ กัวลาลัมเปอร์ และฮ่องกง ในเดือนสิงหาคม 2569

ปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากยังคงประสบปัญหาในการตรวจสอบและรายงานการใช้งานเครื่องมือ AI ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาต และเครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกห้ามใช้งาน โดย AI Governance จะเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน AI ที่ใช้งานอยู่ พร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของแอปพลิเคชันเหล่านั้นบนอุปกรณ์ปลายทาง ช่วยให้องค์กรเข้าใจกิจกรรมของ AI ในระดับที่โซลูชันการรายงานผ่านเครือข่ายหรือคลาวด์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้ได้ ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถระบุความเสี่ยง สนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนด และตัดสินใจด้านการกำกับดูแลได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

AI Governance รองรับการทำงานร่วมกับ Claude Code, Claude Desktop และ OpenAI Codex โดยมอบความสามารถด้านการกำกับดูแลเชิงลึก ครอบคลุมการเข้าถึงโมเดล AI, การจัดการ Tenancy, สิทธิการเชื่อมต่อเครือข่าย, การควบคุมระบบไฟล์, การจำกัด MCP Server และการกำหนดค่าการใช้งาน AI ที่แตกต่างกันตามผู้ให้บริการแต่ละราย นอกจากนี้ ระบบติดตามการควบคุมของผู้ให้บริการจะตรวจสอบแพลตฟอร์ม AI ที่รองรับอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหามาตรการควบคุมใหม่หรือการอัปเดตต่าง ๆ ช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแล AI ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว นโยบายทั้งหมดสามารถบังคับใช้ได้แม้ในขณะออฟไลน์ และมีผลตั้งแต่ก่อนที่ผู้ใช้จะลงชื่อเข้าใช้งาน AI Agent เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการบังคับใช้นโยบายพื้นฐานตั้งแต่วันแรกและป้องกันการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ระบบควบคุม AI แบบ Native บน Mac สำหรับองค์กร เพียงหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรม

เครื่องมือ AI ทำงานแบบ Native บน Apple Silicon และทำงานในรูปแบบของโปรเซสบนระบบปฏิบัติการ ทำให้โซลูชันประเภท Network Proxy และเครื่องมือที่ทำงานบนคลาวด์ไม่สามารถมองเห็นหรือควบคุมได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบัน ยังไม่มีโซลูชันใดที่สามารถผสานการบริหารจัดการอุปกรณ์แบบ Native ในระดับแพลตฟอร์ม เข้ากับความสามารถในการกำหนดค่าเครื่องมือ AI ได้อย่างครอบคลุมเชิงลึก รวมถึงเวิร์กโฟลว์ที่สามารถแปลงนโยบายการกำกับดูแลไปเป็นการตั้งค่าที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการแต่ละรายบน macOS

Jamf AI Governance เข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ด้วยการช่วยให้องค์กรมองเห็นการใช้งาน Shadow AI และสามารถกำหนดค่าการควบคุม AI ได้อย่างละเอียดในระดับ Native พร้อมปรับใช้ได้ภายในไม่กี่นาที ผ่านระบบศูนย์กลางสำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทางเดียวกับที่ผู้ดูแลระบบใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยมีความสามารถดังนี้

  • การมองเห็น: การมองเห็นแอปพลิเคชัน AI และการตรวจพบ Shadow AI ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจพบเครื่องมือ AI, AI Agent และ LLM Runtime ที่ใช้งานในอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายใต้การบริหารจัดการ (รวมถึงเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแบบ CLI และ Background Agent) โดยอาศัย Telemetry Agent ที่มีอยู่แล้วของ Jamf ซึ่งใช้ Native Framework ของ macOS ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Agent เพิ่มเติม
  • การควบคุม: ระบบควบคุมสิทธิการเข้าถึง AI ช่วยให้ทีมไอทีสามารถกำหนดเครื่องมือที่ได้รับอนุญาต ปรับใช้นโยบายการเข้าถึงในวงกว้าง และกำหนดระดับนโยบายที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละทีมได้ อีกทั้งยังสามารถนำการตั้งค่าที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของผู้ให้บริการแต่ละรายไปปรับใช้ได้โดยอัตโนมัติในระดับองค์กร
  • การกำกับดูแล: รายงานสรุปภาพรวมการใช้งาน AI สำหรับผู้บริหาร จะช่วยให้ CIO และ CISO มองเห็นภาพรวมการใช้งาน AI ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง พร้อมทั้งรองรับการทำงานร่วมกับระบบ SIEM และถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถจัดทำรายงานตามกรอบข้อกำหนดที่มีอยู่เดิมได้

“การนำ AI มาใช้ในองค์กรกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่นโยบายด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันจะตามทัน” Beth Tschida ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jamf กล่าว “องค์กรต้องการระบบกำกับดูแลที่สอดคล้องกับวิธีการทำงานจริงของเครื่องมือ AI บน Mac ซึ่งหมายถึงการมองเห็นสิ่งที่กำลังทำงานอยู่ การควบคุมนโยบายที่บังคับใช้โดยตรงบนอุปกรณ์ปลายทาง และการรายงานที่ช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถแสดงหลักฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่ง AI Governance ของเรามอบความสามารถเหล่านี้ในรูปแบบ Native ผ่านแพลตฟอร์มเดียวกับที่ลูกค้าไว้วางใจใช้บริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Apple อยู่แล้ว”

“เช่นเดียวกับหลายองค์กร เราต้องการให้ทีมงานสามารถใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ โดยยังคงมีการกำกับดูแลและการควบคุมที่เหมาะสม” Sam Lalli ตำแหน่ง Security Engineering & SOC Manager ของ Eventbrite กล่าว “สิ่งที่ทำให้เราประทับใจใน AI Governance ของ Jamf คือความสามารถในการนำนโยบายมาใช้กับอุปกรณ์ Mac ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเพิ่มโซลูชันเฉพาะทางใหม่และไม่สร้างความยุ่งยากให้กับนักพัฒนา การที่ความสามารถนี้ถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์มบริหารจัดการอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่แล้ว ช่วยให้การกำกับดูแล AI ของทีมงานง่ายขึ้นมาก”

การกำกับดูแล AI มีความจำเป็นเร่งด่วนมากขึ้น

ความต้องการด้านการกำกับดูแล AI ระดับองค์กรกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะองค์กรต่าง ๆ นำเครื่องมือ AI มาใช้ในเวิร์กโฟลว์ของพนักงานอย่างรวดเร็ว ผลสำรวจ AI Governance Survey ล่าสุดของ Jamf พบว่า องค์กรที่นำ AI มาใช้งานอย่างลึกซึ้งมีแนวโน้มรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยมากกว่าองค์กรที่ยังอยู่ในช่วงสำรวจและทดลองใช้งานถึง 40% ซึ่งสะท้อนว่าการกำกับดูแล AI กำลังกลายเป็นข้อกำหนดสำคัญในการดำเนินงาน มากกว่าจะเป็นเพียงแผนงานสำหรับอนาคต

Gartner® ระบุว่า “การใช้จ่ายด้านการกำกับดูแล AI คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 492 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 และจะทะลุระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องทบทวนเครื่องมือและกลยุทธ์ที่ใช้ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงทั้งด้านกฎระเบียบและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นอกจากนี้ ในรายงาน Top Cybersecurity Trends for 2026 ทาง Gartner ยังระบุว่า “ผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จำเป็นต้องสามารถระบุทั้ง AI Agent ที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับแต่ละประเภท และจัดทำแผนรับมือเหตุการณ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”

Jamf AI Governance พร้อมให้ใช้งานแล้วใน Jamf for Mac โดยรองรับการทำงานร่วมกับ Claude Code, Claude Desktop และ OpenAI Codex ได้ทันที ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Jamf AI Governance ได้ที่ https://www.jamf.com/solutions/ai-governance 

เกี่ยวกับ Jamf

พันธกิจของ Jamf คือการทำให้การทำงานเป็นเรื่องง่าย ด้วยการช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Apple พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ถูกใจผู้ใช้ปลายทางและได้รับความไว้วางใจจากองค์กร แพลตฟอร์มของ Jamf ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับองค์กรที่ใช้อุปกรณ์ Apple และขับเคลื่อนด้วย AI มอบโซลูชันการบริหารจัดการและการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร ครอบคลุมการบริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทางแบบอัตโนมัติ และการกำกับดูแล AI ทั้งบนคลาวด์และบนอุปกรณ์ ปัจจุบัน Jamf ช่วยเหลือองค์กรกว่า 78,000 แห่ง ในกว่า 100 ประเทศ บริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์มากกว่า 35 ล้านเครื่อง ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jamf.com 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →