Skip to content
Home » Lifestyle » คาชาปูรีชีส: เผยสูตรลับขนมปังยัดไส้ชีสฉบับโฮมเมดจากจอร์เจีย ที่ทำง่ายอร่อยลืม

คาชาปูรีชีส: เผยสูตรลับขนมปังยัดไส้ชีสฉบับโฮมเมดจากจอร์เจีย ที่ทำง่ายอร่อยลืม

คาชาปูรีชีส

สำหรับใครที่หลงใหลในกลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบสดใหม่ และความเยิ้มข้นของชีส วันนี้เรามีสูตรเด็ดของ ‘คาชาปูรีชีส’ (Khachapuri) ขนมปังยัดไส้ชีสชื่อดังจากประเทศจอร์เจีย มาฝากกันค่ะ ขนมปังชนิดนี้ถือเป็นเมนูสุดคลาสสิกที่ชาวจอร์เจียนิยมทานกันอย่างแพร่หลาย ด้วยแป้งที่นุ่มฟูและไส้ชีสรสเข้มข้นที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้ ‘คาชาปูรี’ ไม่ใช่แค่ขนมปังธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์แห่งรสชาติที่น่าจดจำ

คาชาปูรี: ขนมปังแห่งความหลากหลาย

คาชาปูรี (Khachapuri) ไม่ใช่แค่ขนมปังชีสธรรมดา แต่เป็นอาหารที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิภาคอย่างแท้จริง ดาร์รา โกลด์สไตน์ ผู้เขียนหนังสือ The Georgian Feast อธิบายว่า รูปทรงและไส้ของคาชาปูรีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคในจอร์เจีย ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • Adjaruili Khachapuri: คาชาปูรีรูปเรือ เปิดหน้าท็อปปิ้งด้วยชีสและไข่ดาว มักเป็นที่นิยมบนโลกออนไลน์
  • Ossetian Khachapuri: มีการใส่ไส้มันฝรั่งบด
  • Gurian Khachapuri: มีไส้ไข่ต้มและชีสเนื้อนุ่มฟูคล้ายซูเฟล่

แต่สำหรับบทความนี้ เราจะเน้นไปที่ Imeruli Khachapuri ซึ่งเป็นคาชาปูรีทรงกลมแบนที่พบมากที่สุดในจอร์เจีย และเป็นรูปแบบที่ ติโก ทัสคาดเซ เชฟชาวจอร์เจียยกให้เป็นเมนูที่ทำให้นึกถึงบ้านเกิดมากที่สุด โดยมีลักษณะเป็นขนมปังแบนยัดไส้ด้วยชีสเคิร์ดเนยฉ่ำๆ และปรุงบนเตา

เคล็ดลับแป้งโดว์นุ่มฟูและไส้ชีสเยิ้มข้น

หัวใจสำคัญของคาชาปูรีที่สมบูรณ์แบบอยู่ที่แป้งโดว์และไส้ชีส

แป้งโดว์: ความนุ่มนวลที่ลงตัว

แป้งของคาชาปูรีสามารถทำได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบมีแป้งหนา แบบหลายชั้นกรอบร่วน หรือแบบนุ่มคล้ายเค้ก ที่บ้านมักนิยมทำโดยไม่ใช้ยีสต์ แต่ใช้เบกกิ้งโซดาหรือโยเกิร์ตแทนเพื่อให้แป้งนุ่ม การทดลองสูตรต่างๆ ทำให้พบว่าแป้งโดว์ที่ใช้โยเกิร์ต เนย และไข่แดง เป็นที่นิยมมากที่สุด ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและมีรสชาติที่เข้มข้นเป็นพิเศษ

ไส้ชีส: ความท้าทายและการประยุกต์

การหาชีส Imeretian แท้ๆ นอกประเทศจอร์เจียเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ชีสทดแทนที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ:

  • ติโก ทัสคาดเซ (Tiko Tuskadze) แนะนำการผสมผสานระหว่างชีสเฟต้าและมอสซาเรลล่าขูด (ควรเป็นมอสซาเรลล่าแบบขูด ไม่ใช่แบบลูกบอล เพราะมีความชื้นน้อยกว่า)
  • ดาร์รา โกลด์สไตน์ (Darra Goldstein) แนะนำชีสมุนสเตอร์ (Muenster) และฮาวาร์ติ (Havarti) ซึ่งหาได้ยากในสหราชอาณาจักร บทความนี้จึงแนะนำให้ใช้ Port Salut แทนชีสมุนสเตอร์
  • โปลินา เชสนากอวา (Polina Chesnakova) ใช้มอสซาเรลล่า (ไม่ขูดสำเร็จรูป) ผสมกับเฟต้าและริคอตต้า
  • คาร์ล่า คาปัลโบ (Carla Capalbo) แนะนำเชดดาร์ เอ็มเมนทาล มอสซาเรลล่า และคอตเตจชีสในสัดส่วนที่เท่ากัน

หลังจากทดลองหลายครั้ง ผู้เขียนบทความพบว่าการใช้ ชีสฮาลูมี (Halloumi) ขูดฝอย ผสมกับ ชีส Port Salut ที่มีความครีมมี่และเปรี้ยวเล็กน้อย ให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับคาชาปูรี Imeretian แท้ๆ มากที่สุด นอกจากนี้ บางสูตรอาจใส่ไข่หรือไข่ตีลงไปในไส้เพื่อเพิ่มความเข้มข้น แต่ผู้เขียนเลือกที่จะไม่ใส่เพื่อควบคุมความชื้นและคงความเรียบง่ายของรสชาติชีสไว้

ลงมือทำ คาชาปูรีชีส สูตรโฮมเมดแสนอร่อย

นี่คือสูตรสำหรับทำคาชาปูรีชีสแสนอร่อย ที่เตรียมไม่ยากอย่างที่คิด!

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม (และเพิ่มสำหรับโรยหน้า)
  • เบกกิ้งโซดา ¼ ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • โยเกิร์ตธรรมชาติ 125 กรัม (ไม่กรองหรือแบบกรีก)
  • เนยละลาย 45 กรัม (และเพิ่มสำหรับทาและตกแต่ง)
  • ชีส Port Salut แช่เย็น 100 กรัม (หรือชีสเนื้อครีมนุ่มละมุนคล้ายกัน)
  • ชีสฮาลูมีขูดฝอย 150 กรัม
  • เกลือและพริกไทย (ตามชอบ)

วิธีทำ

  1. ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดา และเกลือลงในชามขนาดใหญ่
  2. ใส่โยเกิร์ตตามด้วยเนยละลายที่เย็นแล้วลงไป ผสมให้เข้ากันจนได้แป้งโดว์ที่เนียนนุ่ม ชื้นเล็กน้อย แต่ไม่เหนียวติดมือ ปิดฝาพักทิ้งไว้ 30 นาที (แป้งจะไม่ฟูขึ้น แต่จะนุ่มขึ้นทำให้รีดง่าย)
  3. ระหว่างรอแป้ง ให้ขูดชีส Port Salut (หากชีสเย็นจากตู้เย็นจะขูดง่ายกว่า) และชีสฮาลูมี จากนั้นนำชีสทั้งสองชนิดมาผสมกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อยตามชอบ
  4. หากจะอบคาชาปูรี ให้วอร์มเตาอบและถาดอบที่ทาเนยบางๆ ไว้ที่อุณหภูมิ 220°C (200°C สำหรับพัดลม)/425°F/แก๊สเบอร์ 7
  5. นำแป้งโดว์ที่พักไว้มารีดบนพื้นผิวที่โรยแป้งบางๆ ให้เป็นวงกลมหนาประมาณ ½ ซม.
  6. ตักไส้ชีสพูนๆ วางตรงกลางแป้งโดว์ โดยเว้นขอบแป้งให้กว้างพอสมควร จากนั้นจับขอบแป้งด้านตรงข้ามเข้าหากันตรงกลางเหนือไส้ชีสแล้วบีบให้ติดกัน ทำซ้ำเช่นนี้รอบวงจนได้ก้อนแป้งที่ห่อชีสไว้แน่นเหมือนเกี๊ยวลูกใหญ่
  7. ค่อยๆ ใช้มือและไม้คลึงแป้ง กดให้ก้อนแป้งแบนลงเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25-30 ซม. หากจะอบ ให้เจาะรูเล็กๆ ตรงกลางด้านบนเพื่อระบายอากาศ
  8. สำหรับการอบ: เลื่อนคาชาปูรีลงบนถาดอบที่ร้อนและทาเนยไว้ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที หรือจนเป็นสีทอง
  9. สำหรับการทอดในกระทะ: วางกระทะบนไฟกลาง ใส่คาชาปูรีลงไปทอดประมาณ 5 นาที จนมีจุดสีน้ำตาลปรากฏที่ฐาน ค่อยๆ กลับด้าน (ใช้จานช่วยได้) แล้วทอดต่ออีกด้าน หากคาชาปูรีเริ่มพอง ให้เจาะรูเล็กๆ ด้านบนเพื่อระบายไอน้ำ แต่ห้ามทำก่อนกลับด้านเพราะชีสจะทะลักออกมา
  10. ทาเนยละลายที่ด้านบนและขอบของคาชาปูรี เสิร์ฟร้อนๆ

ส่งท้ายกับคาชาปูรีคู่ครัวคุณ

“คาชาปูรีชีส” เป็นมากกว่าเมนูอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจอร์เจียที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสชาติ การได้ลองทำเองที่บ้าน ไม่เพียงแต่จะได้ลิ้มรสความอร่อยของขนมปังชีสโฮมเมด แต่ยังได้สนุกกับการปรับแต่งสูตรให้เข้ากับชีสที่หาได้ในท้องถิ่นอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาเมนูใหม่ๆ ที่น่าสนใจและทำได้ไม่ยาก คาชาปูรีชีสถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขในการเข้าครัว และเมื่อได้ชิมแล้ว รับรองว่าจะต้องติดใจในความนุ่มฟูของแป้งและความเยิ้มของชีสอย่างแน่นอน

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →