Skip to content
Home » PR Newswire » Kolmar Korea เดินเครื่องโรงงานแห่งที่ 2 ในสหรัฐฯ เต็มรูปแบบ สร้าง ‘เขตปลอดภาษี’ แห่งใหม่ของ K-Beauty ในอเมริกา

Kolmar Korea เดินเครื่องโรงงานแห่งที่ 2 ในสหรัฐฯ เต็มรูปแบบ สร้าง ‘เขตปลอดภาษี’ แห่งใหม่ของ K-Beauty ในอเมริกา

  • โรงงานขนาด 17,805 ตารางเมตรแห่งใหม่ในรัฐเพนซิลเวเนีย มีกำลังการผลิตต่อปี 300 ล้านหน่วย
  • ให้บริการการรับจ้างออกแบบและผลิต (ODM) ครบวงจรในสหรัฐฯ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องสำอางสำหรับการแต่งหน้า สกินแคร์ ไปจนถึงกันแดด ลดความเสี่ยงด้านภาษีและห่วงโซ่อุปทาน
  • นำเทคโนโลยีการผลิตระดับโลกภายใต้แนวคิด ‘MADE BY KOLMAR’ มาปรับให้เข้ากับตลาดอเมริกัน

โอลิแฟนต์ เพนซิลเวเนีย และโซล เกาหลีใต้, 22 ก.ค. 2568 /PRNewswire/ — Kolmar Korea ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดดำเนินการโรงงานผลิตแห่งที่สองอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยโรงงานตั้งอยู่ในเมืองสก็อตต์ทาวน์ชิป รัฐเพนซิลเวเนีย การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายรากฐาน K-beauty สู่ระดับโลก พร้อมสร้าง ‘เขตปลอดภาษี’ ในอเมริกา ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการค้าที่ทวีสูงขึ้น

Yoon Sang Hyun, Vice Chairman of Kolmar Group, delivers a commemorative speech at the opening ceremony of Kolmar USA second plant.
Yoon Sang Hyun, Vice Chairman of Kolmar Group, delivers a commemorative speech at the opening ceremony of Kolmar USA second plant.

ในพิธีเปิดโรงงานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) คุณ Yoon Sang Hyun รองประธานกลุ่ม Kolmar ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกของบริษัทฯ “สหรัฐอเมริกาเป็นจุดเริ่มต้นของ Kolmar เมื่อหนึ่งศตวรรษก่อน โรงงานแห่งที่สองนี้ไม่ใช่แค่สายการผลิต แต่คือจุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ใหม่แห่งความร่วมมือและการเติบโตร่วมกัน เราจะสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างศูนย์การผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ” เขากล่าว

พิธีเปิดโรงงานเข้าร่วมโดยรองประธาน Yoon สมาชิกสภารัฐเพนซิลเวเนีย Bridget Kosierowski เจ้าหน้าที่รัฐ และองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 100 คน

โรงงานแห่งใหม่มีพื้นที่ 17,805 ตารางเมตร (191,651 ตารางฟุต) และมีกำลังการผลิตต่อปี 120 ล้านชิ้น เมื่อรวมกับโรงงานแห่งแรกของ Kolmar USA กำลังการผลิตรวมในสหรัฐฯ ของบริษัทฯ ในขณะนี้จะอยู่ที่ 300 ล้านชิ้นต่อปี และเมื่อรวมกับการดำเนินงานในแคนาดา Kolmar Korea มีกำลังการผลิตรวม 470 ล้านชิ้นต่อปีในทวีปอเมริกาเหนือ สูงที่สุดในบรรดาผู้รับจ้างออกแบบและผลิต (ODM หรือ Original Development Manufacturer) เครื่องสำอางในทวีปนี้

โรงงานแห่งที่สองเน้นผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและกันแดด ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการพุ่งสูงในสหรัฐฯ และช่วยเสริมศักยภาพด้านเครื่องสำอางสำหรับการแต่งหน้าของโรงงานแห่งแรก ทั้งนี้ Kolmar Korea ยังได้รับใบอนุญาตสำหรับการจำหน่ายทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ (OTC หรือ Over-the-Counter) จากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) สำหรับการผลิตครีมกันแดด ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ K-sunscreen ที่กำลังเติบโตในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งสำคัญคือ Kolmar Korea ได้นำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง “MADE BY KOLMAR” ซึ่งพัฒนาจากโรงงาน Sejong ในเกาหลีใต้ และได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกกว่า 4,300 ราย มาปรับใช้กับโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ โรงงานออกแบบให้ได้มาตรฐานสูงระดับเดียวกับ Sejong โดยมีโซนเฉพาะสำหรับการผลิต การบรรจุ และบรรจุภัณฑ์ พร้อมระบบตรวจสอบคุณภาพด้วย AI และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเพื่อลดอัตราของเสียให้เหลือน้อยที่สุด โดยที่ 80% ของกระบวนการผลิตเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทั้งระบบโลจิสติกส์และการจัดการเส้นทางเคลื่อนไหวของพนักงานก็ออกแบบตามแบบโรงงาน Sejong เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

Kolmar Korea คาดว่าโรงงานแห่งที่สองนี้จะเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าเครื่องสำอางในสหรัฐฯ และมอบทางเลือกการผลิตในประเทศสำหรับแบรนด์ทั้งจากเกาหลีและทั่วโลกที่ต้องการขยายตลาดในสหรัฐอเมริกา

โฆษกของ Kolmar Korea ระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทเครื่องสำอางจากเกาหลีใต้สร้างโรงงานผลิตโดยตรงในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่จากการเข้าซื้อกิจการ ถือเป็นความสำเร็จอันเป็นก้าวสำคัญ เราพร้อมสนับสนุนแบรนด์ K-beauty ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี ตลอดจนลูกค้าทั่วโลกที่มีเป้าหมายในอเมริกาเหนือ ยุโรป และอเมริกาใต้ ระบบความร่วมมือของเราพร้อมสำหรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วแล้ว”

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Kolmar Holdings
Jang-Woo Lee
[email protected]

Kolmar USA’s first plant and second plant (on the right)
Kolmar USA’s first plant and second plant (on the right)

View original content to download multimedia: Read More