อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 8 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — Legendary Entertainment และ Warner Bros. Pictures เผยตัวอย่างใหม่อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ Dune: Part Three ซึ่งนับเป็นบทสรุปสุดท้ายอันยิ่งใหญ่ของมหากาพย์ภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์โดย Denis Villeneuve ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์
(L-r) Director/Writer/Producer DENIS VILLENEUVE and Zendaya on the set of Warner Bros. Pictures and Legendary Pictures’ action adventure “DUNE: PART THREE,” in the Liwa Desert, Abu Dhabi. A Warner Bros. Pictures release. Photo by Niko Tavernise.
นอกจากนี้ คณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบี (ADFC) ยังได้เผยแพร่ภาพเบื้องหลังชุดใหม่จากการถ่ายทำภาพยนตร์ Dune: Part Three ในทะเลทรายลิวา (Liwa Desert) อันงดงามของนครอาบูดาบี โดยประกอบด้วยภาพของ Denis Villeneuve ร่วมกับนักแสดงและทีมงานในสถานที่ถ่ายทำ พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างคณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบีกับ Legendary Entertainment ตลอดการสร้างภาพยนตร์ทั้งสามภาคในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา โดยภูมิประเทศอันกว้างใหญ่และเหนือจินตนาการของทะเลทรายลิวาได้เนรมิตให้ดาวอาร์ราคิส (Arrakis) มีชีวิตขึ้นบนจอภาพยนตร์ และมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ฉากอันเป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำที่สุดของภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่องนี้
Dune: Part Three จะนำมหากาพย์ไตรภาคของ Denis Villeneuve มาสู่บทสรุปอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบ 20 ปีหลังจากที่ Paul Atreides เข้ายึดครองอำนาจเหนือจักรวรรดิ Imperium ได้สำเร็จ โดยบัดนี้ เขาได้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองด้วยความเด็ดขาดและไร้ความปรานี และต้องเผชิญกับผลจากการครองอำนาจของตนเอง เมื่อพันธมิตรเก่าหวนกลับมา ภัยคุกคามครั้งใหม่อันน่าสะพรึงกลัวเริ่มปรากฏ และการทรยศแฝงตัวอยู่ในทุกเงามืด Paul ถูกหลอกหลอนด้วยนิมิตเกี่ยวกับการล่มสลายของจักรวรรดิ และการหวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งของหญิงคนรักที่พลัดพรากไปนาน เขาจึงถูกดึงเข้าสู่แผนสมคบคิดครั้งใหญ่ โดยมี Chani เป็นหัวใจสำคัญของปริศนาที่กำลังคลี่คลาย ในขณะที่กระแสการกบฏกำลังก่อตัวขึ้น และศัตรูกำลังประชิดเข้ามาทุกขณะ เขาจำเป็นต้องเผชิญกับราคาที่แท้จริงของอำนาจ และชะตากรรมของผู้คนที่เขารักมากที่สุด
ด้วยความยิ่งใหญ่ของขอบเขตเรื่องราวและความลึกซึ้งด้านอารมณ์ความรู้สึก Dune: Part Three มอบบทอวสานอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยความงดงามดั่งบทกวีให้แก่มหากาพย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคของเรา โดยสานต่อมรดกด้านงานภาพอันโดดเด่นที่สร้างไว้ใน Dune (2021) และ Dune: Part Two (2024) ภูมิประเทศทะเลทรายอันน่าตื่นตาของอาบูดาบีกลับมารับบทบาทสำคัญในการเนรมิตให้โลกของดาวอาร์ราคิสกลับมามีชีวิตบนจอภาพยนตร์
“จากโอกาสที่เราได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับทีมนักแสดงและทีมงานอันยอดเยี่ยมของ Dune: Part Three โดยให้ทะเลทรายลิวาแห่งอาบูดาบีทำหน้าที่ถ่ายทอดโลกของดาวอาร์ราคิส ในภาพยนตร์บทสรุปของ Denis Villeneuve ถือเป็นช่วงเวลาที่ทั้งน่าประทับใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศด้านงานสร้างสรรค์ทั้งหมดของอาบูดาบี จากการถ่ายทำตลอดระยะเวลา 31 วัน มีผู้ที่พำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากกว่า 600 คนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่นักศึกษาฝึกงาน 6 คน ผู้ร่วมแสดงฉากฝูงชน 38 คน ทีมงานท้องถิ่น 206 คน ไปจนถึงบุคลากรอีก 336 คนจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเรา ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการด้านอาหารและพนักงานขับรถ สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบเชิงบวกที่ Dune: Part Three สร้างขึ้นนั้นยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง พวกเราและผู้ชมทั่วโลกต่างร่วมกันนับถอยหลังสู่วันที่ 16 ธันวาคมอย่างตื่นเต้น เพื่อจะได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามและมุ่งมั่นของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจกันจนเกิดเป็นความร่วมมือที่ราบรื่นกับ Legendary Entertainment” Sameer Al Jaberi หัวหน้าคณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบี กล่าว
“การกลับมาถ่ายทำ Dune: Part Three ที่ทะเลทรายลิวาในอาบูดาบีเป็นสิ่งที่เราไม่เคยลังเล ผมไม่อาจนึกถึงสถานที่อื่นใดในโลกที่จะมอบภาพที่งดงามได้เทียบเท่าสถานที่แห่งนี้ รวมถึงการสนับสนุนอันยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับที่เราได้รับจากคณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบีและพันธมิตรของเราที่นี่ตลอดการสร้างภาพยนตร์ทั้งสามภาค ผู้คน ทีมงาน และทรัพยากรในอาบูดาบีทำให้งานสร้างภาพยนตร์ที่ท้าทายอย่างยิ่งกลายเป็นกระบวนการที่ราบรื่นและดำเนินไปได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งความใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมถึงการดูแลนักแสดงและทีมงานของเราก็ยังยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมาย” Herb Gains รองประธานบริหารฝ่ายการผลิตจริง (Physical Production) ของ Legendary Entertainment กล่าว
ภาพยนตร์ Dune: Part Three ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานสื่อสร้างสรรค์อาบูดาบี (CMA) และคณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบี โดยมี Image Nation Abu Dhabi ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการผลิต และ Epic Films เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตในท้องถิ่น นอกจากนี้ การถ่ายทำยังได้รับประโยชน์จากโครงการของอาบูดาบีที่มอบสิทธิการคืนเงินสำหรับการผลิตภาพยนตร์ รวมถึงการสนับสนุนจากทีมงานท้องถิ่นผู้มีทักษะจำนวน 206 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักแสดงสตันต์ 12 คน และยังมีผู้รับเหมาท้องถิ่นรวมถึงพนักงานขับรถอีก 336 คนเข้าร่วมด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรัฐอาบูดาบีในฐานะจุดหมายปลายทางระดับแนวหน้าสำหรับการสร้างภาพยนตร์นานาชาติขนาดใหญ่ การถ่ายทำในอาบูดาบีใช้เวลาทั้งสิ้น 31 วัน ซึ่งรวมถึงการถ่ายทำ 2 วันในเมืองอัลอัยน์ (Al Ain) นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมแสดงฉากฝูงชนจำนวน 38 คน ที่ช่วยสนับสนุนการถ่ายทำหน้ากล้อง ขณะที่นักศึกษาฝึกงานรุ่นใหม่ผู้มีความสามารถ 6 คน ได้เข้ามาสนับสนุนงานด้านการผลิตเบื้องหลังกล้อง
“การได้ร่วมงานกับบุคลากรสร้างสรรค์ระดับแนวหน้าของวงการภาพยนตร์โลก และการได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดให้เห็นถึงวิถีชีวิตและการดำเนินงานของประเทศที่สามารถอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมแบบทะเลทรายได้อย่างกลมกลืน ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะชาวเอมิเรตส์ และในวันนี้ การได้เห็นภูมิทัศน์อันงดงามของบ้านเกิด รวมถึงความสามารถของบุคลากรท้องถิ่นปรากฏอยู่บนจอภาพยนตร์ก็จะยิ่งเติมเต็มความภาคภูมิใจนี้ เมื่อผู้ชมทั่วโลกได้เห็นดาวอาร์ราคิสกลับมาปรากฏบนจออีกครั้ง” Mohamed F Mostafa นักแสดงสตันต์ในภาพยนตร์ Dune: Part Three กล่าว
“ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Legendary Entertainment และคณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบีดำเนินต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งทศวรรษ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนงานสร้างภาพยนตร์ระดับโลก ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว อาบูดาบีได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ โดยมอบทั้งความเชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือที่จำเป็นต่อการดำเนินงานสร้างภาพยนตร์ในระดับสากลให้ประสบความสำเร็จ ผลงานภาพยนตร์ไตรภาค Dune คือข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ดังกล่าว และเราภาคภูมิใจในผลงานความสำเร็จที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้น” Sam Kozhaya รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการและการพัฒนาองค์กรของ Legendary Entertainment กล่าว
ภาพยนตร์ Dune: Part Three กำกับโดย Denis Villeneuve และเขียนบทโดย Villeneuve ร่วมกับ Brian K. Vaughan โดยดัดแปลงจากนวนิยายของ Frank Herbert และเป็นบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ไตรภาคที่ Villeneuve สร้างขึ้น ทั้งนี้ ภาพยนตร์นำแสดงโดย Timothée Chalamet, Zendaya, Jason Momoa, Florence Pugh, Rebecca Ferguson, Isaach De Bankolé พร้อมด้วย Charlotte Rampling, Anya Taylor-Joy, Robert Pattinson และ Javier Bardem พร้อมด้วยนักแสดงหน้าใหม่ Nakoa-Wolf Momoa และ Ida Brooke
Warner Bros. Pictures และ Legendary Pictures ภูมิใจเสนอ Dune: Part Three ผลงานการสร้างโดย Legendary Pictures Production ภาพยนตร์โดย Denis Villeneuve ภาพยนตร์จะเข้าฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์ระบบ IMAX® ทั่วอเมริกาเหนือในวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเริ่มเข้าฉายในตลาดต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2569 โดยจะจัดจำหน่ายทั่วโลกโดย Warner Bros. Pictures และจัดจำหน่ายในประเทศจีนโดย Legendary East
(L-r) TIMOTHÉE CHALAMET and Director/Writer/Producer DENIS VILLENEUVE on the set of Warner Bros. Pictures and Legendary Pictures’ action adventure “DUNE: PART THREE,” in the Liwa Desert, Abu Dhabi. A Warner Bros. Pictures release. Photo by Niko Tavernise.
Director/Writer/Producer DENIS VILLENEUVE on the set of Warner Bros. Pictures and Legendary Pictures’ action adventure “DUNE: PART THREE,” in the Liwa Desert, Abu Dhabi. A Warner Bros. Pictures release. Photo by Niko Tavernise.
Legendary Entertainment and Warner Bros. Pictures Unveil Dune: Part Three Trailer and Behind-the-Scenes Images Showcasing Abu Dhabi as Arrakis
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Pop Culture Group Co., Ltd Announces 10 for 1 Share Consolidation
- REALTY ONE GROUP เข้าสู่มองโกเลีย
- Legendary Entertainment and Warner Bros. Pictures Unveil Dune: Part Three Trailer and Behind-the-Scenes Images Showcasing Abu Dhabi as Arrakis
- THE HONG KONG JOCKEY CLUB CELEBRATES THE FINAL EIGHT WITH “EIGHT TO GLORY, PRESENTED BY LENOVO”