ลอนดอน, 13 ก.พ. 2569 /PRNewswire/ — Lei Zhang ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Envision ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้คว้ารางวัลเกียรติยศ President’s Award ประจำปี 2569 จาก Energy Institute โดยทางสถาบันฯ ตัดสินใจมอบรางวัลสูงสุดให้กับคุณ Zhang เพื่อเน้นย้ำบทบาทของ Envision ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานทั่วโลก เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งในระยะยาว พร้อมเร่งกระบวนการลดการปล่อยคาร์บอนในคราวเดียวกัน
ในการประกาศเกียรติคุณครั้งนี้ ทาง Energy Institute ได้ยกย่องคุณ Zhang ในฐานะผู้นำทางความคิดที่นำเสนอแง่มุมของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานว่าเป็นความท้าทายเชิงระบบและโอกาสทางเศรษฐกิจ มากกว่าที่จะมองว่าเป็นอุปสรรค โดยผลงานของเขาโดดเด่นทั้งในด้านการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม สนับสนุนการพัฒนาทักษะและการศึกษา รวมถึงส่งเสริมวิสัยทัศน์ระยะยาวว่าระบบพลังงานจะขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้อย่างไร
รางวัลนี้ยังถือเป็นวาระสำคัญสำหรับภาคเอกชน เพราะคุณ Zhang เป็นผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจรายแรกที่ได้รับรางวัล President’s Award นี้ หลังจากที่ผู้คว้ารางวัลครั้งที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่เป็นบุคคลสำคัญจากแวดวงรัฐบาล นักการทูต และองค์กรระดับนานาชาติ
Andy Brown ประธานสถาบัน Energy Institute กล่าวว่า
“รางวัล President’s Award ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของ Energy Institute ซึ่งจะมอบให้แก่บุคคลที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อวงการพลังงานโลก โดยวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำของคุณ Lei ทำให้เขาเป็นผู้นำวงการพลังงานระดับแนวหน้าของโลก เขาได้ผลักดันให้ Envision ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางระบบพลังงาน AI ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด ชาญฉลาด และในราคาที่เหมาะสม”
ทางสถาบันฯ ระบุเพิ่มเติมว่า รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นการยอมรับที่เพิ่มมากขึ้นว่า การบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงนโยบายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยภาคธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงระบบดิจิทัล เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การลงทุนและมีความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
คุณ Zhang กล่าวขณะรับรางวัลว่า โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยลดต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนลงจนถึงระดับที่ทุกคนเข้าถึงได้และมีปริมาณมหาศาล แม้จะยังคงมีผู้ที่มีข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่เขาก็ได้นำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ช่วงศตวรรษที่ 13 เมื่อครั้งที่กระดาษเคยถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ด้อยกว่าแผ่นหนังสัตว์ จนกระทั่งต้นทุนที่ย่อมเยาของกระดาษได้เข้ามาทลายการผูกขาดความรู้ และช่วยให้มวลชนเข้าถึงได้ในที่สุด
คุณ Zhang ยังได้แสดงความเชื่อมั่นในเรื่องอนาคตของมนุษยชาติว่า “ยุคของเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังจะผ่านพ้นไป สิ่งที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบพลังงานใหม่ แต่คือขอบฟ้าใหม่ของมนุษยชาติ เมื่อพลังงานมีปริมาณมหาศาลและเข้าถึงได้ง่าย เหมือนกับที่กระดาษเคยทำได้ในโลกแห่งความรู้ สิ่งนี้จะช่วยปลดล็อกความเฉลียวฉลาด คืนเกียรติยศศักดิ์ศรี และปรับเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือเสียใหม่ ซึ่งนี่คือวิธีที่เราจะสร้างความมั่งคั่งให้แก่อารยธรรมยุคใหม่”
ทั้งนี้ คุณ Zhang ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในแวดวงพลังงานและสภาพภูมิอากาศระดับสากล โดยเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Global School of Sustainability ร่วมกับ London School of Economics และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งใน “100 ผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศที่ทรงอิทธิพลที่สุดประจำปี 2568”
ศาสตราจารย์ Nicholas Stern ประธานสถาบัน Global School of Sustainability กล่าวว่า
“การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและมั่นคง ความยั่งยืนคือความมั่งคั่งในรูปแบบใหม่ โดยความมุ่งมั่นของคุณ Lei ในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงานของมนุษยชาติ ประกอบกับความคิดสร้างสรรค์และแรงผลักดันอันยอดเยี่ยมของเขา ถือเป็นต้นแบบผู้นำที่โลกกำลังต้องการอย่างยิ่ง ในขณะที่เรากำลังเร่งจังหวะการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก”
Envision ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยดำเนินกลยุทธ์ตามแนวคิดที่ว่า พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องทำเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ อีกด้วย โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทฯ ได้ประกาศเปิดตัวโมเดลพื้นฐานด้านพลังงานระดับบุกเบิกอย่าง Dubhe ที่จะช่วยให้ระบบพลังงานสามารถขยายตัวไปพร้อมกับเทคโนโลยี AI เพื่อร่วมวางรากฐานให้กับระบบพลังงาน AI ต่อไป
Energy Institute (EI) คือองค์กรวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำหรับบุคลากรในแวดวงพลังงานทั่วโลก โดยมีพันธกิจในการเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมไปสู่เป้าหมาย Net Zero ทั่วโลก เพื่อสร้างอนาคตด้านพลังงานที่ดีกว่า ทั้งนี้ งาน International Energy Week ซึ่งจัดโดย EI เป็นงานสำคัญที่รวมเหล่าผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญมาไว้ด้วยกัน ณ กรุงลอนดอนเป็นประจำทุกปี
ด้านล่างนี้คือสุนทรพจน์ฉบับเต็ม
รังสรรค์ความรุ่งเรืองบทใหม่เพื่ออารยธรรมมนุษย์
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเชิดชูตัวผมและทีมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกัน นั่นคือการรังสรรค์ความรุ่งเรืองบทใหม่เพื่ออารยธรรมมนุษย์
เรากำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับอารยธรรม เมื่อปัญญาประดิษฐ์กำลังนำพามนุษยชาติเข้าสู่ยุคใหม่ของความต้องการพลังงาน โดยในอีก 50 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่า เช่นเดียวกับในอดีตที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่า ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ
ขณะเดียวกัน วิกฤตสภาพภูมิอากาศก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจึงเผชิญกับคำถามพื้นฐานที่สำคัญว่า
เราจะรักษาความรุ่งเรืองทางอารยธรรมในระยะยาวไว้ได้อย่างไร
ความเร่งด่วนนี้เองที่ผลักดันให้เราต้องสร้างรากฐานพลังงานขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นระบบที่ประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ไร้ขีดจำกัด ชาญฉลาด และราคาถูก
สิ่งที่น่ายินดีคือ วิสัยทัศน์นี้กำลังกลายเป็นความจริง พลังงานหมุนเวียนที่เคยมีราคาสูง ปัจจุบันสามารถเอาชนะเชื้อเพลิงฟอสซิลได้แล้วในแง่ของต้นทุน จีนได้เข้ามาพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในสเกลใหญ่ โดยมีส่วนสำคัญในการช่วยลดต้นทุนพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกลงได้ถึงประมาณ 90% ทำให้พลังงานหมุนเวียนกลายเป็นพลังงานที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นย่อมมีข้อกังขาตามมา บางคนเข้าใจผิดว่า “ความมั่งคั่งมหาศาล” คือ “ความล้น” ในขณะที่บางคนมองคำว่า “ราคาที่เอื้อมถึงได้” ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงความเข้าใจผิดเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ในศตวรรษที่ 13 เมื่อเทคโนโลยีการผลิตกระดาษจากจีนเผยแพร่ไปถึงยุโรป กระดาษกลับถูกมองว่าเป็นเพียงสิ่งของ “ราคาถูกและเปราะบาง” ที่นำมาใช้แทนแผ่นหนังสัตว์ ถึงขนาดที่จักรพรรดิฟรีดริชที่ 2 ทรงประกาศว่าเอกสารที่เขียนบนกระดาษนั้นไม่มีผลบังคับใช้ สำหรับเหล่าชนชั้นนำในยุคนั้น กระดาษที่มีราคาถูกนั้นถูกมองว่าขาดความสง่างามเมื่อเทียบกับแผ่นหนังสัตว์ที่มีราคาสูง
ทว่าความเข้าถึงง่ายหรือ “ความถูก” นี้เองที่เป็นตัวทลายการผูกขาดความรู้ ทำให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถเข้าถึงภูมิปัญญา และท้ายที่สุดกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่จุดประกายให้เกิดยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา
ประวัติศาสตร์สอนเราว่า อารยธรรมจะก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อมีความพรั่งพร้อมและเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งในวันนี้ ความพรั่งพร้อมดังกล่าวกำลังเป็นรากฐานสำคัญให้แก่ระบบพลังงานใหม่
สิ่งนี้จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของ AI อย่างเต็มที่ และขยายขีดจำกัดสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ โดยความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่านั้นไม่ใช่ภาระ แต่คือสารอาหารที่หล่อเลี้ยงวิวัฒนาการของการประมวลผล หากไม่มีพลังงานที่ชาญฉลาดและมีปริมาณมหาศาลแล้ว ดอกไม้แห่งปัญญาประดิษฐ์ย่อมไม่อาจเบ่งบานได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้จะช่วยธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และปกป้องรากฐานของอารยธรรม โดยในแอฟริกานั้น ระบบผลิตไฟฟ้าแบบออฟกริดกำลังมอบแสงสว่างให้แก่หมู่บ้านที่ห่างไกลเป็นครั้งแรก ส่วนที่ปากีสถาน แผงโซลาร์เซลล์ได้กลายเป็นหนึ่งในของขวัญแต่งงานที่มีค่าที่สุด ขณะที่ในตะวันออกกลาง ไฟฟ้าราคาถูกช่วยให้กระบวนการแยกเกลือจากน้ำสามารถเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่กสิกรรม และในหุบเขาอันห่างไกลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานีฐานพลังงานลมกำลังช่วยเชื่อมโยงเด็ก ๆ เข้าสู่โลกแห่งความรู้
มนุษยชาติจะเปลี่ยนจากการแก่งแย่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปสู่การร่วมกันพัฒนาพลังงานจากธรรมชาติที่หมุนเวียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อสร้างอารยธรรมใหม่ที่มีรากฐานอยู่บนความร่วมมือ
ยุคของเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังจะผ่านพ้นไป และสิ่งที่กำลังจะรุ่งโรจน์ขึ้นมาไม่ใช่แค่ระบบพลังงานใหม่ แต่คือขอบฟ้าใหม่ของมวลมนุษยชาติ เมื่อพลังงานมีปริมาณมหาศาลและเข้าถึงได้ง่าย ดังเช่นที่กระดาษเคยทำได้ในโลกแห่งความรู้แล้ว
สิ่งนี้จะปลดล็อกความชาญฉลาด
สิ่งนี้จะคืนเกียรติยศศักดิ์ศรี
สิ่งนี้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือเสียใหม่
นั่นคือวิธีที่เราจะรังสรรค์ความรุ่งเรืองบทใหม่เพื่ออารยธรรมมนุษย์
– จบ –
View original content to download multimedia: Read More
