ปีนี้ใครมีแพลนเที่ยวเอเชีย แนะนำ 4 เมืองที่ไม่ควรพลาดครับ แต่ละที่มีสไตล์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แถมยังมีโรงแรม Hilton ระดับ landmark ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น จะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย
Shanghai: สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน
Shanghai คือเมืองที่ผสมผสานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว วัด Jing’an อายุกว่า 2,500 ปี เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธ ราชวงศ์หมิงและชิง ความวุ่นวายในศตวรรษที่ 20 และการกลับมาของความทันสมัย ปัจจุบันผู้คนยังคงมาขอพรเพื่อความเจริญรุ่งเรืองใต้ต้นแปะก๊วย
ถนน Yan’an เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น Great World สวนสนุกแห่งแรกของจีน ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมอาหารและ VR Room ที่จำลอง Shanghai ในอดีต
สำหรับที่พัก แนะนำ Hilton Shanghai City Center ที่ออกแบบโดย Cheng Chung Design โรงแรมนี้ผสมผสานความสะดวกสบายแบบตะวันตกเข้ากับสไตล์ Shanghai มีบริการพิเศษ เช่น การแสดงดนตรีดั้งเดิมและการแสดงละครในช่วง afternoon tea นอกจากนี้ยังมี guidebook แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวในเมืองที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ
Ho Chi Minh City: ลิ้มรสวัฒนธรรมร่วมสมัย
Ho Chi Minh City เป็นเมืองที่วัฒนธรรมจับต้องได้และอร่อยได้ ตัวอย่างเช่น bánh mì แซนวิชสไตล์ฝรั่งเศสที่สอดไส้ paté เครื่องเทศและผักดอง เป็นอาหารที่สะท้อนประวัติศาสตร์การยึดครองของฝรั่งเศส ชาวเมืองได้ปรับปรุงสูตรให้เบาและโปร่งขึ้นด้วยแป้งข้าวเจ้า
District 1 คือศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเมือง ถนน Nguyen Hue Walking Street เป็นถนนคนเดินที่มีคาเฟ่ น้ำพุและนักดนตรีข้างถนน ตลาด Bến Thành เป็นแหล่งรวมสินค้าหลากหลายตั้งแต่โคมไฟกระดาษไปจนถึงน้ำซุป pho
Hilton Saigon เป็นโรงแรมที่โดดเด่นใน District 1 Song Bar บนชั้น rooftop ให้บริการ G&Ts ที่ผสมผสานชาเขียวและ Baigur gin ที่กลั่นจากพืชสมุนไพรเวียดนาม 12 ชนิด Eforia spa บนชั้น 11 ได้รับรางวัลสำหรับบริการนวดและสระน้ำวน โรงแรมอยู่ใกล้กับสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม เช่น Notre Dame cathedral และ Saigon Opera House
Melbourne: ดื่มด่ำกับกาแฟและกิจกรรมกลางแจ้ง
Melbourne เป็นเมืองที่ควรค่าแก่การจิบกาแฟ ชาวอิตาลีที่อพยพมาในช่วงทศวรรษ 1960 ได้นำเครื่อง espresso มาด้วย ทำให้วัฒนธรรมกาแฟเฟื่องฟูในตรอกซอกซอยของเมือง Melbourne ยังเป็นศูนย์กลางของกลิ่นหอมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กาแฟคั่วจากเวียดนาม ถั่วที่แข็งแกร่งจากประเทศไทย และกาแฟจาก Java
Melbourne เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย มีการแข่งขันกีฬามากมาย เช่น Australian Open, Formula 1 และ Aussie Rules ชาวเมืองยังใช้เวลาในสวนสาธารณะต่างๆ เช่น Royal Botanic Gardens, Fitzroy Gardens และ Albert Park
Hilton Melbourne Little Queen Street สะท้อนถึงจิตวิญญาณของเมือง โรงแรมสไตล์ art deco สร้างขึ้นในทศวรรษ 1930 Douglas Club cocktail bar ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคทอง Restaurant Luci ให้บริการอาหารอิตาเลียน พนักงานมี digital history tour แนะนำสวนสาธารณะ สนามกีฬาและคาเฟ่ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมี tram ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่หน้า lobby โรงแรม
Kuala Lumpur: สวรรค์ของนักชิมและคนรัก cocktail
Kuala Lumpur เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนรักอาหารริมทาง สีสันสดใส และ cocktail ที่ Aviary Bar ที่ Hilton Kuala Lumpur คือที่ที่คุณจะได้จิบค็อกเทล Jungle Bird ที่ Jeffrey Ong บาร์เทนเดอร์คิดค้นขึ้นในปี 1973 โดยผสมผสานมะนาวและสับปะรดมาเลเซียเข้ากับ Campari อิตาลี
Perdana Botanical Garden อยู่ห่างจากโรงแรมไปไม่ไกล เป็นที่ตั้งของกล้วยไม้ ชบา และกรงนกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก National Museum of Malaysia บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของประเทศจากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่รัฐพหุวัฒนธรรม Little India ใน Brickfields เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการลิ้มลอง roti canai อาหารคลาสสิกของมาเลเซีย
Hilton Kuala Lumpur เป็นโรงแรมระดับ landmark ที่มี 5 ดาว 7 ร้านอาหาร หน้าต่างสูงสองเท่า และรางวัลมากมาย ห้องพักทั้ง 512 ห้องผสมผสานความสะดวกสบายแบบตะวันตกเข้ากับวิวเมือง KLIA Ekspres train เชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ได้อย่างรวดเร็ว Central Market, Petronas Twin Towers และ Chinatown อยู่ห่างจาก lobby โรงแรมเพียง 10 นาที
สรุปส่งท้าย
ทั้ง 4 เมืองนี้มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกัน การเลือกพักที่โรงแรม Hilton ในแต่ละเมืองจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ Shanghai การลิ้มรสอาหารและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ Ho Chi Minh City การจิบกาแฟและทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ Melbourne หรือการสัมผัสสีสันและรสชาติที่ Kuala Lumpur ผมว่าคุ้มค่าที่จะลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งครับ
ที่มา: theguardian.com