Skip to content
Home » Lifestyle » เยียวยาใจที่แตกสลาย: ลูกสาวเลือกสวมใส่และแปลงโฉม ‘เสื้อผ้าความทรงจำ’ ของแม่ผู้ล่วงลับ

เยียวยาใจที่แตกสลาย: ลูกสาวเลือกสวมใส่และแปลงโฉม ‘เสื้อผ้าความทรงจำ’ ของแม่ผู้ล่วงลับ

เสื้อผ้าความทรงจำ

สำหรับใครหลายคน การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ แต่สำหรับ Abigail Radnor เธอกลับพบวิธีพิเศษในการเยียวยาความโศกเศร้าจากการจากไปของคุณแม่ Rhona นั่นคือการใช้ ‘เสื้อผ้าความทรงจำ’ ของคุณแม่ ไม่เพียงแค่สวมใส่ แต่ยังนำมาจัดเรียงและแปลงโฉมใหม่ เพื่อรักษาความรู้สึกใกล้ชิดและเฉลิมฉลองชีวิตของผู้เป็นแม่ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร

คุณ Rhona แม่ของ Abigail เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไขกระดูกมัลติเพิลมัยอีโลมา (myeloma) หลังจากต่อสู้มานานถึง 11 ปี ตลอดชีวิตของคุณแม่ Rhona เธอเป็นคนที่รักเสื้อผ้าและการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ แม้กระทั่งช่วงสุดท้ายของชีวิตบนเตียงพยาบาล เธอก็ยังคงยืนยันที่จะซื้อชุดว่ายน้ำดีไซเนอร์เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้กับลูกสาว นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความรักและความผูกพันที่เธอมีต่อเสื้อผ้าและครอบครัว

พลังของเสื้อผ้า: สายใยที่ไม่เคยเลือนหาย

ในช่วงแรกหลังจากการจากไปของคุณแม่ Abigail ไม่สามารถทนอยู่ใกล้สิ่งของใดๆ ของแม่ได้เลย การจัดเรียงเสื้อผ้าจำนวนมหาศาลที่แม่ทิ้งไว้จึงเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและพลังใจอย่างมาก คุณแม่ Rhona ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย แต่เธอรักการช้อปปิ้งโดยเฉพาะในช่วงลดราคา และไม่เคยทิ้งอะไรไปเลย

แปดเดือนให้หลัง Abigail จึงเริ่มกลับไปจัดเรียงเสื้อผ้าของคุณแม่ เธอต้องเผชิญหน้ากับชุดกระโปรงลายสก็อตสีเขียวขี้ม้าจาก Monsoon ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายที่แม่เธอซื้อและใส่ไปงาน Passover Seder night ที่บ้านของ Abigail เป็นครั้งสุดท้ายที่แม่เธอออกนอกบ้าน การได้เห็นชุดนี้ทำให้เธอนึกถึงภาพแม่ที่ขาบวมฉึ่งจากภาวะ Lymphoedema พยายามก้าวออกจากประตูบ้านอย่างยากลำบาก ภาพความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านี้ทำให้เธอตัดสินใจนำชุดนั้นไปบริจาค

แต่ไม่ใช่ทุกชิ้นที่จะทำใจทิ้งได้ง่ายๆ Abigail เล่าว่า เข็มขัดหนังถักสีน้ำตาลธรรมดาๆ ที่แม่เธอเคยใส่กับกางเกงยีนส์ในชีวิตประจำวัน กลับทำให้เธอแทบหยุดหายใจเมื่อได้เห็น มันทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่แสนอบอุ่นอย่างการที่แม่นั่งอยู่บนโซฟา อุ้มหลาน และเล่าเรื่องส่วนลดมันฝรั่งทอดในซูเปอร์มาร์เก็ต ความทรงจำเหล่านี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าชุดสวยหรูใดๆ

เมื่อ ‘เสื้อผ้าความทรงจำ’ กลายเป็นสไตล์ใหม่

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี พี่ชายของ Abigail ได้ทยอยนำเสื้อผ้าของคุณแม่มาให้ทีละเล็กละน้อย การได้จัดเรียงเสื้อผ้าในบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้นช่วยให้เธอรับมือกับความรู้สึกได้ดีขึ้น เนื่องจากคุณแม่เสียชีวิตในวัย 66 ปี และมีส่วนสูงใกล้เคียงกับ Abigail เธอจึงตัดสินใจที่จะสวมใส่เสื้อผ้าของคุณแม่บ่อยขึ้น นี่เป็นวิธีที่ทำให้เธอรู้สึกว่าความตั้งใจในการดูแลตู้เสื้อผ้าของคุณแม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อ อีกทั้งยังช่วยยกระดับสไตล์ของเธอเองจากเสื้อผ้าเก่าๆ สมัยเรียน

Abigail เล่าว่าคุณแม่คือสไตลิสต์และเพื่อนช้อปปิ้งคนโปรด เธอเป็นคนเดียวที่สามารถบอกตรงๆ ได้ว่าชุดไหนใส่แล้วดูไม่ดี เธอจำได้ดีถึงรองเท้าส้นสูง Gucci ที่แม่ภูมิใจมากเพราะลดราคาจาก 480 ปอนด์ เหลือเพียง 45 ปอนด์ ซึ่งแม่ได้เก็บป้ายราคาไว้เป็นที่ระลึกถึงส่วนลดอันน่าทึ่งนั้น

อย่างไรก็ตาม Abigail เริ่มรู้สึกว่าการยึดติดกับเสื้อผ้าของคุณแม่มากเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพจิต เธอไม่อยากซักผ้าเพราะกลัวกลิ่นของคุณแม่จะจางหายไป และกังวลเมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยนำผ้าพันคอเก่าๆ ของคุณแม่มาเล่น ในช่วงเวลานั้นเอง เธอได้รู้จักกับนักออกแบบเสื้อผ้า Sophie Lewis เจ้าของ Reincarnation Club ซึ่งนำเสื้อผ้าของคนที่จากไปมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นใหม่ได้อย่างชาญฉลาดและละเอียดอ่อน

Sophie Lewis ผู้เคยเป็น Creative Director ในวงการโฆษณา เริ่มต้นอาสาสมัครที่ร้านการกุศลและได้พบเห็นผู้คนนำเสื้อผ้าของคนที่รักมาบริจาคพร้อมกับเรื่องราวเบื้องหลังมากมาย เธอเชื่อว่า “เสื้อผ้าบอกเล่าเรื่องราวของผู้เป็นเจ้าของได้ มันคือเรื่องราวทางอารมณ์ของคนๆ หนึ่ง” Sophie เองก็เคยมีประสบการณ์สูญเสียพ่อสามี เธอจึงนำแจ็กเก็ตของพ่อสามีมาปรับแต่งเป็นเสื้อที่แม่สามีสามารถสวมใส่ได้จริง ทำให้เสื้อผ้าชิ้นนั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งและเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์ของแม่สามี

จากชุดราตรี สู่ชุดปาร์ตี้เฉลิมฉลอง

Abigail ได้นำชุดค็อกเทล Betsey Johnson สีดำผ้าลูกไม้ผสมด้ายเงินของคุณแม่ ซึ่งเป็นชุดที่ไม่เหมาะกับรูปร่างของเธอ แต่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ มาให้ Sophie ออกแบบใหม่ Sophie ใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องราวของคุณแม่ของ Abigail และความรู้สึกของ Abigail อย่างลึกซึ้ง เธอตั้งใจที่จะสร้างชุดปาร์ตี้ที่ Abigail อยากจะใส่จริงๆ

ภายในสี่วัน Sophie ได้รังสรรค์กางเกงขายาวทรงกระบอกกว้างสีครีมผ้าดัชเชสซาตินที่สวยงาม พร้อมนำผ้าจากชุดราตรีของคุณแม่มาทำเป็นแถบ “go-faster stripe” ด้านข้างขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะกับบุคลิกที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของคุณแม่ นอกจากนี้ยังทำเสื้อแขนกุดทรงสวิงที่เข้าชุดกันโดยใช้ผ้าจากชุดเดิมมาทำเป็นแผงด้านหลัง Abigail สวมชุดนี้เป็นครั้งแรกในวันเกิดปีที่ 40 ของเธอ ทุกครั้งที่มีคนชม เธอก็จะเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของชุดนี้ “เห็นส่วนนี้ไหมคะ? มันมาจากชุดของคุณแม่ฉันเองค่ะ…”

ปัจจุบัน Abigail สวมใส่เสื้อผ้าของคุณแม่เกือบตลอดเวลา ตั้งแต่ชุดวอร์มแคชเมียร์ของ Marks & Spencer ในวันที่ทำงานที่บ้าน ไปจนถึงชุดทำงานในออฟฟิศ และทุกครั้งที่ได้รับคำชม เธอก็จะตอบกลับว่า “ขอบคุณค่ะ นี่เป็นชุดของคุณแม่ฉันเอง” สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความภาคภูมิใจของคุณแม่ที่ได้เห็นเสื้อผ้าของเธอถูกนำมาใช้งานและสร้างความสุขให้กับลูกสาว

คุณค่าของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในผืนผ้า

เรามองว่าเรื่องราวของ Abigail เป็นบทเรียนอันลึกซึ้งเกี่ยวกับการจัดการกับความเศร้าโศกและการรักษาความทรงจำ ไม่ใช่แค่การยึดติดกับวัตถุ แต่เป็นการเปลี่ยนให้วัตถุเหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน การสวมใส่หรือปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนที่จากไปไม่เพียงแต่ช่วยเยียวยาใจ แต่ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวและสานต่อเจตนารมณ์ของพวกเขา ทำให้เรารู้สึกว่าแม้ร่างกายจะจากไป แต่สายใยและความทรงจำที่สวยงามยังคงอยู่กับเราเสมอผ่านสิ่งที่พวกเขาเคยรักและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →