มิลาน, 28 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — Haier Group (Haier) ได้ปิดฉากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างประสบความสำเร็จในงาน Milan Design Week 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 26 เมษายนที่ผ่านมา ความสำเร็จในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือแบรนด์ระดับโลกของ Haier ในฐานะแบรนด์พรีเมียมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและทรงอิทธิพลในตลาดนานาชาติ
Haier ได้นำเสนอประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟ (immersive) จำนวนหกโซน ที่ผสานรวมการออกแบบ เทคโนโลยีที่สามารถปรับตัวได้ และระบบนิเวศที่เชื่อมต่อถึงกันเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้ Fisher & Paykel ในฐานะแบรนด์ระดับพรีเมียมของ Haier Group ก็ได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อย่างประสบความสำเร็จภายในงานเช่นกัน โดยเปิดตัวแนวคิด Nature—Ritual ที่ EuroCucina และเปิดตัวคอลเลกชัน State of the Art ซึ่งช่วยย้ำถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มในการสร้างวิถีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นหลัก พร้อมหลอมรวมคุณค่าทางศิลปะเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างกลมกลืน

Milan Design Week 2026: Haier and Fisher & Paykel double down on premium global brand power, pushing boundaries to empower better living
การเข้าร่วมงานร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนผ่านหลายแบรนด์ของ Haier โดยแสดงให้เห็นรูปแบบที่สองแบรนด์ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน โดยแบรนด์หนึ่งยึดโยงกับระบบนิเวศอัจฉริยะ ส่วนอีกแบรนด์หนึ่งมีรากฐานจากการออกแบบที่สืบทอดคุณค่าเชิงมรดก สามารถร่วมกันยกระดับมาตรฐานของการใช้ชีวิตยุคใหม่ได้
การสร้างเครือข่ายแบรนด์นวัตกรรมระดับพรีเมียมในระดับโลก
โครงสร้างการให้บริการระดับโลกที่ขับเคลื่อนผ่านหลายแบรนด์ของ Haier เกิดจากความมุ่งมั่นระยะยาวที่มีต่อการพัฒนาตลาดอย่างเจาะลึก โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ บริษัทได้พัฒนาจากผู้ส่งออกไปสู่ผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรับเข้ากับท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการจัดตั้งโรงงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนา และศูนย์การตลาดขึ้นทั่วโลก จนสามารถสร้างโมเดล “Trinity” ที่ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการตลาดในท้องถิ่นได้จนเสร็จสมบูรณ
ผลลัพธ์ของกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของ Haier ปรากฏชัดเจนในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ต่าง ๆ ภายใต้กลุ่ม โดยในปี 2555 Haier Group ได้เข้าซื้อกิจการของ Fisher & Paykel ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบพรีเมียมระดับโลกจากอาวเตอารัว (Aotearoa) นิวซีแลนด์ และการผนึกกำลังระหว่างทั้งสองบริษัทได้สร้างผลลัพธ์ที่สำคัญในด้านการขยายตลาดทั่วโลก การสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และความเป็นผู้นำในตลาด
จากการเปลี่ยนแนวคิดจากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยผู้ถือหุ้นไปสู่นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งาน Haier สามารถวางตำแหน่งแบรนด์ทั้ง Haier และ Fisher & Paykel ให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ด้วยการสนับสนุนจาก Haier ศูนย์วิจัยและพัฒนาในนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 ศูนย์หลักของ Haier ทั่วโลก ได้ช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบลิ้นชัก มอเตอร์ขับตรง และคอมเพรสเซอร์แบบเชิงเส้น ให้ก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น ที่โดดเด่นคือ เครื่องซักผ้าของ Fisher & Paykel มีส่วนแบ่งตลาดในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 1% เป็น 22% ได้ภายในเวลาเพียง 18 เดือน และยังเป็นผู้นำในตลาดตู้เย็นและผลิตภัณฑ์สำหรับใช้งานกลางแจ้งอีกด้วย
ในปี 2568 เตาอบ Combi-Steam ขนาด 60 ซม. รุ่น Series 11 Minimal และตู้เย็นแบบ Integrated Refrigerator Freezer ขนาด 91 ซม. รุ่น Series 11 ของ Fisher & Paykel ได้รับรางวัล Best of the Best จาก Red Dot ซึ่งเป็นการยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบของแบรนด์เอง โดย Haier มีบทบาทในการช่วยให้แบรนด์สามารถขยายตัวและเติบโตประสบความสำเร็จได้โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมไป
Haier ยังได้เน้นสร้างการเติบโตในระดับท้องถิ่นผ่านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิต ด้วยการสร้างฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

Haier accentuating local growth through R&D and manufacturing through building robust local footprints around the world
นอกจากนี้ Haier ได้เสริมสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคในระดับนานาชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านกีฬา โดย Haier ในฐานะพันธมิตรระดับโลกของ Roland Garros และ ATP Tour รวมถึงพันธมิตรอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอล Liverpool FC, PSG และ Serie A ทาง Haier ได้เปิดตัวกล้องมุมมองผู้ตัดสิน “Haier-Cam” ซึ่งถูกนำไปใช้ในการแข่งขันมากกว่า 100 แมตช์ของ Serie A เพื่อมอบประสบการณ์เสมือนอยู่กลางสนามให้แฟนบอลได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการติดโลโก้แบรนด์ แต่เป็นการร่วมกันสร้างช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นและหลงใหลร่วมกัน และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
นอกเหนือจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ Haier ยังขยายธุรกิจไปสู่สาขาสุขภาพ ดิจิทัล และพลังงานใหม่ในระดับโลก โดยได้สร้างศูนย์วิทยาศาสตร์ชีวภาพในสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ และจัดหาเครื่องแช่แข็งอุณหภูมิต่ำพิเศษให้กับ University of Oxford, Imperial College London รวมถึงโรงพยาบาลในโบโลญญาและโคเปนเฮเกน นอกจากนี้ Haier New Energy ยังได้ติดตั้งโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจาย ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานสำหรับระเบียงแล้วในกว่า 50 ประเทศ
สำหรับในอนาคตข้างหน้า Haier ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายแบรนด์เชิงนวัตกรรมระดับโลก โดยยึดถือวิสัยทัศน์ “More Creation, More Possibilities” ผ่านการผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยี การปรับให้เข้ากับท้องถิ่น และระบบนิเวศข้ามอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง Haier ตั้งเป้าที่จะสร้างคุณค่าระดับใหม่ให้กับทั้งผู้ใช้งานและพันธมิตร พร้อมทั้งกำหนดอนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้นให้แก่บ้านและธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:
เยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ที่: Haier | Fisher & Paykel
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- DXC เปิดตัว DXC OASIS เพื่อยกระดับบริการจัดการระบบสำหรับยุค AI
- e& reports AED 19.4 billion consolidated revenue, with 15.1% YoY growth in Q1 2026
- IEEE Celebrates Global Engineering and Technology Excellence at 2026 Honors Ceremony
- Fosun Pharma Announces Q1 2026 Results: Net Profit Attributable to Shareholders After Deducting Non-Recurring Gains and Losses Increased by 21.96% YoY, With Strong Pipeline Execution