ในขณะที่หลายคนอาจคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวหรือลดลง ทว่าสถานการณ์ในตลาดสินเชื่อบ้านกลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราดอกเบี้ยจำนอง ที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ธนาคารกลางอังกฤษจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม ซึ่งเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ คือผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก และกลไกสำคัญอย่าง ‘Swap Rates’ ที่ขับเคลื่อนต้นทุนของสถาบันการเงิน
อัตราดอกเบี้ยจำนองที่เพิ่มขึ้น สวนทางดอกเบี้ยนโยบาย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 มกราคม อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสำหรับสินเชื่อจำนองแบบคงที่ 2 ปี อยู่ที่ 4.78% แต่เพียงสองเดือนต่อมา ตัวเลขนี้กลับพุ่งขึ้นเป็น 5.20% ที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลาเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษได้ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% สิ่งที่เข้ามาพลิกผันสถานการณ์นี้คือ การโจมตีทางอากาศในอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งในภูมิภาคและสร้างแรงกระแทกทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก
ผลกระทบจากสงครามอิหร่านส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันทำความร้อนปรับตัวสูงขึ้น และมีการเตือนถึงค่าครองชีพที่อาจเพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าและบริการทุกประเภท ตั้งแต่อาหารไปจนถึงการท่องเที่ยว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และตามมาด้วยการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจำนอง
รู้จัก ‘Swap Rates’ กลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด
สินเชื่อจำนองส่วนใหญ่เสนอในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ โดยทั่วไปในสหราชอาณาจักรจะเป็นแบบคงที่ 2, 3 หรือ 5 ปี ซึ่งเงินทุนเหล่านี้มาจากทั้งเงินฝากของลูกค้าในธนาคารและเงินที่สถาบันการเงินกู้ยืมมาจากตลาดค้าส่ง (Wholesale Markets) และนี่คือจุดที่ ‘Swap Rates’ เข้ามามีบทบาทสำคัญ
- ‘Swap Rates’ คืออะไร: สวอป (Swaps) คือตราสารทางการเงินที่ธนาคารใช้ในการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดยธนาคารหนึ่งจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ให้อีกธนาคารหนึ่ง เพื่อแลกกับการที่ธนาคารที่สองจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (ผันแปร) กลับคืนมา เป็นการแลกเปลี่ยนความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น
- การทำงานของ Swap Rates: อดัม เฟรนช์ หัวหน้าฝ่ายการเงินผู้บริโภคของ Moneyfacts อธิบายว่า ผู้ให้กู้ใช้เงินทุนของตนเองและกู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ผันแปร ซึ่งมีความเสี่ยง พวกเขาจึง ‘สลับ’ อัตราดอกเบี้ยจากการไหลเวียนของเงินเหล่านี้เป็นอัตราคงที่ เพื่อบริหารความเสี่ยง โดยธนาคารไม่ได้แลกเปลี่ยนเงินสด แต่เป็นการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
- Swap Rates กับความคาดการณ์ในอนาคต: อัตราสวอปถูกกำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงทิศทางที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะดำเนินไปในอนาคต หากนักลงทุนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นในอนาคต อัตราสวอปก็จะสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของผู้ให้กู้แพงขึ้น
- ความเสี่ยงและ Swap Rates: นีล ฮัดสัน นักวิเคราะห์ตลาดที่อยู่อาศัย กล่าวว่าอัตราสวอปยังสะท้อนถึงระดับความเสี่ยง เมื่อมีความเสี่ยงสูงที่สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่น ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน อัตราสวอปก็จะสะท้อนความเสี่ยงนี้ด้วยการปรับตัวสูงขึ้น
มุมมองอนาคตและผลกระทบต่อผู้กู้
ก่อนการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ธนาคารกลางอังกฤษเคยถูกคาดการณ์ว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงสองครั้งในปีนี้ จาก 3.75% อาจเหลือ 3.25% เนื่องจากมีสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในตะวันออกกลางได้พลิกผันการคาดการณ์ไปโดยสิ้นเชิง แทนที่จะลดลง อัตราเงินเฟ้อกลับถูกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้หน้าที่ของธนาคารกลางในตอนนี้คือการพยายามจำกัดเงินเฟ้อ ซึ่งอาจหมายถึงการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในที่สุด
เฟรนช์เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อัตราสวอปสำหรับระยะเวลา 5 ปีได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.03% จาก 3.603% ในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่สำคัญอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โอลา เชง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวางแผนการเงินของ Rathbones ย้ำว่า อัตราสวอปเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดราคาจำนอง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ส่วนต่างกำไรของธนาคาร และความต้องการรับความเสี่ยงของธนาคารในตลาดที่มีความผันผวนสูง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารไม่ต้องการเป็นผู้เสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ราคาดีที่สุดนานเกินไป จนอาจมีความเสี่ยงมากเกินไปในตลาดที่ไม่แน่นอนเช่นนี้
ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนสินเชื่อจำนอง ประกอบกับความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย ทำให้ข้อเสนอสินเชื่อจำนองถูกดึงออกและปรับราคาใหม่ด้วยความรวดเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยปกติจะมีความล่าช้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ล่าสุดกลับไม่ใช่เช่นนั้น อัตราสวอป 2 ปีในปัจจุบัน (ประมาณ 4% เมื่อวันจันทร์) ยังไม่สูงเท่าช่วงหลังงบประมาณย่อยอันล้มเหลวของลิซ ทรัสส์ ที่เคยพุ่งไปถึง 5.75% และ 6.24% ในเดือนกรกฎาคมปีถัดไป หากสงครามยุติลงในไม่ช้า อัตราสวอปและข้อเสนอสินเชื่อจำนองอาจกลับมาอยู่ในทิศทางขาลง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจต้องเตรียมใจจ่ายเพิ่มขึ้น
มุมมองจากบรรณาธิการ: สิ่งที่ผู้กู้ควรรู้และเตรียมรับมือ
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดการเงินโลกมีความเปราะบางและอ่อนไหวต่อปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าที่คิด แม้ว่าข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขต่างๆ ที่กล่าวมาจะเป็นบริบทของสหราชอาณาจักร แต่กลไกของ ‘Swap Rates’ และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ผู้กู้ในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย ควรทำความเข้าใจและเฝ้าระวังเช่นกัน การปรับขึ้นของ อัตราดอกเบี้ยจำนอง เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ที่มีสินเชื่อบ้าน หากสถานการณ์โลกยังคงผันผวน ผู้กู้ควรพิจารณาทางเลือกในการจัดการสินเชื่ออย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร การเลือกประเภทอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือการเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นในอนาคต เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว.
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เฟย์ชัวดาโปรตุเกส: เคล็ดลับสู่สตูว์ถั่วหมูรสลึกสไตล์โปรตุเกสแท้ๆ ที่คุณต้องลอง
- ร้าน Burro ลอนดอน: เมื่อเชฟดัง “Conor Gadd” นำเสน่ห์อิตาเลียนแท้สู่ Covent Garden
- Orgasmic Meditation (OM): จากเทรนด์สุขภาพสู่คดีอาญา ผู้ก่อตั้งถูกจำคุก
- เส้นทาง RN7 กำลังกลับมาได้รับความนิยม ชวนสัมผัสเสน่ห์เก่าแก่ของฝรั่งเศสพร้อมอาหารเลิศรส