Skip to content
Home » Tech » OpenAI หั่นราคา ChatGPT Pro ลงครึ่งหนึ่งเหลือ $100/เดือน เน้นดึงนักพัฒนาในสมรภูมิ AI

OpenAI หั่นราคา ChatGPT Pro ลงครึ่งหนึ่งเหลือ $100/เดือน เน้นดึงนักพัฒนาในสมรภูมิ AI

ChatGPT Pro

ในโลกของปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ที่มีการแข่งขันดุเดือดในปัจจุบัน OpenAI ได้ออกมาประกาศปรับลดราคาแผนสมาชิก ChatGPT Pro ลงครึ่งหนึ่ง จากเดิม $200 ต่อเดือน เหลือเพียง $100 ต่อเดือน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดกลุ่มนักพัฒนาและผู้ใช้งานระดับสูงที่ต้องการเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานขั้นกว่าของ AI อย่างเต็มที่ การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการส่งสัญญาณถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาด AI ซึ่งมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Google, Anthropic และ Microsoft ต่างก็ชิงส่วนแบ่งผู้ใช้งาน

ราคาใหม่ของ ChatGPT Pro และทางเลือกสำหรับผู้ใช้งาน

ตามรายงานของ TechCrunch รูปแบบการกำหนดราคาใหม่ของ OpenAI ทำให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น:

  • แผน Free: ใช้งานได้ฟรี แต่มาพร้อมโฆษณา
  • แผน Go: ราคา $8 ต่อเดือน เพิ่มขีดจำกัดการใช้งานมากขึ้น แต่ยังคงมีโฆษณา
  • แผน Plus: ราคา $20 ต่อเดือน มาพร้อมโมเดลพิเศษและฟีเจอร์เฉพาะ
  • แผน Pro: ราคา $100 ต่อเดือน (ลดจาก $200) ให้ขีดจำกัดการใช้งานสูงสุดในทุกโมเดลและฟีเจอร์ของบริษัท โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องมือเขียนโค้ดอย่าง Codex ที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับแผน Plus

แม้ว่า OpenAI จะไม่ระบุแผน $200 ต่อเดือนบนเว็บไซต์แล้ว แต่ได้ยืนยันกับ TechCrunch ว่าตัวเลือกนี้ยังคงมีอยู่ โดยแผนนี้จะให้ขีดจำกัดการใช้งานที่สูงกว่าแผน Plus ถึง 20 เท่า หรือมากกว่าแผน Pro ($100) ถึง 4 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า OpenAI มีทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานระดับองค์กรหรือผู้ที่ต้องการการประมวลผลปริมาณมหาศาลอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้ ChatGPT เพื่อตอบคำถามประจำวัน การจ่าย $100 หรือแม้แต่ $200 ต่อเดือนอาจดูสูงเกินไป แต่แผน Pro ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานทั่วไป หากแต่มุ่งเน้นไปที่นักพัฒนาและโปรแกรมเมอร์ที่ต้องพึ่งพา AI ในการเขียนโค้ดผ่าน Codex ซึ่งเป็นเครื่องมือเขียนโค้ดของ OpenAI

ศึก AI ระอุ: OpenAI ปะทะ Anthropic อย่างดุเดือด

การปรับลดราคา ChatGPT Pro ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic ที่มีเครื่องมือ Claude Code ซึ่งเสนอแผนบริการในราคา $100 ต่อเดือนเช่นกัน โฆษกของ OpenAI ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าพวกเขาเชื่อว่า Codex ของตนเองนั้นให้ความสามารถในการเขียนโค้ดที่คุ้มค่ากว่า Claude Code อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการทำงานที่ต้องใช้ความสามารถสูง

ในด้านส่วนแบ่งการตลาด OpenAI ยังคงเป็นผู้นำ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทประกาศว่ามีผู้ใช้งานรายสัปดาห์กว่า 900 ล้านคน และมีสมาชิกแบบเสียเงินมากกว่า 50 ล้านราย ในขณะที่ Anthropic ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด แต่มีการประมาณการว่ามีผู้ใช้งานทั่วไปประมาณ 18-30 ล้านคน และจำนวนสมาชิกแบบเสียเงินเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของรายได้ Anthropic ดูเหมือนจะทำเงินได้มากกว่า โดยได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่ามีรายรับต่อปี (run-rate revenue) เกิน 30,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 9,000 ล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นปี 2025 (เป็นตัวเลขที่ระบุในข่าวต้นฉบับ) ส่วน OpenAI ระบุว่าพวกเขาสร้างรายได้ 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี การที่ OpenAI ออกมาพูดถึง Anthropic โดยตรงในการปรับลดราคาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาถือว่า Anthropic เป็นคู่แข่งโดยตรงที่น่าจับตาอย่างยิ่งในสงคราม AI ที่ยังคงดำเนินไปอย่างร้อนแรง

มุมมองจากเรา: การแข่งขันเพื่อครองใจนักพัฒนา

การที่ OpenAI ตัดสินใจลดราคาแผน ChatGPT Pro และเน้นย้ำถึงขีดความสามารถของ Codex ชัดเจนว่าเป็นการตอบโต้คู่แข่งโดยตรงอย่าง Anthropic และเป็นการช่วงชิงกลุ่มนักพัฒนา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์และผลักดันนวัตกรรม AI การลดราคาครั้งนี้ทำให้ ChatGPT Pro เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักพัฒนาอิสระหรือสตาร์ทอัพที่ต้องการเครื่องมือ AI คุณภาพสูงในงบประมาณที่เหมาะสม เรามองว่านี่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการ AI ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการใหม่ๆ มากมาย ด้วยราคาที่น่าดึงดูดและฟีเจอร์ที่แข็งแกร่ง การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นตัวเร่งให้การแข่งขันยิ่งเข้มข้นขึ้น และผู้ใช้งานอย่างเราก็จะได้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →