Skip to content
Home » Lifestyle » เส้นทาง RN7 กำลังกลับมาได้รับความนิยม ชวนสัมผัสเสน่ห์เก่าแก่ของฝรั่งเศสพร้อมอาหารเลิศรส

เส้นทาง RN7 กำลังกลับมาได้รับความนิยม ชวนสัมผัสเสน่ห์เก่าแก่ของฝรั่งเศสพร้อมอาหารเลิศรส

เส้นทาง RN7

ในยุคที่การเดินทางรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ เส้นทางสายประวัติศาสตร์อย่าง เส้นทาง RN7 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Route des Vacances’ ของฝรั่งเศส กำลังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดึงดูดนักเดินทางที่โหยหาการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น และลิ้มรสอาหารเลิศรสตลอดเส้นทาง 996 กิโลเมตร ตั้งแต่ปารีสจรดเมนตงริมชายฝั่งริเวียร่า

RN7: ตำนานแห่งการเดินทางสู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

เส้นทาง RN7 ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งวันหยุดพักผ่อนของชาวฝรั่งเศสอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1950s และ 1960s หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศใช้กฎหมายกำหนดวันหยุดพักผ่อนแบบได้รับค่าจ้างในปี 1936 เส้นทางนี้ก็กลายเป็นทางหลวงหลักที่ชาวเมืองทางตอนเหนือใช้เดินทางลงใต้สู่ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนในทุกเดือนสิงหาคม

ในยุคนั้น RN7 คึกคักไปด้วยสถานีน้ำมัน ร้านอาหารริมทาง ครอบครัวที่จอดปิกนิก และการจราจรที่หนาแน่น จนกระทั่งช่วงต้นทศวรรษ 1970s เมื่อทางด่วน Autoroute du Soleil ซึ่งเป็นถนนเก็บค่าผ่านทางที่ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางลงได้ถึงหนึ่งในสามสร้างเสร็จ เส้นทาง RN7 ก็เริ่มเงียบเหงาลง อย่างไรก็ตาม กระแสการท่องเที่ยวแบบ ‘Slow Travel’ ที่เน้นการดื่มด่ำกับประสบการณ์และค้นพบเส้นทางที่ยังไม่ถูกบุกเบิกมากนัก ได้ทำให้ RN7 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะ ‘Route des Vacances’ ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

สัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวของ เส้นทาง RN7

สิ่งที่ทำให้ เส้นทาง RN7 แตกต่างจากทางหลวงสายประวัติศาสตร์อื่นๆ เช่น Route 66 ของอเมริกา คือความละเมียดละไมและเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ คุณจะไม่ได้เห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ แต่เป็นป้าย ‘Ghost Signs’ ที่ซีดจางไปตามกาลเวลา รวมถึง ‘bornes’ หรือเสาคอนกรีตสีแดง-ขาวรูปทรงกลมที่บอกระยะทางทุกกิโลเมตร แทนที่จะเป็นป้ายขนาดใหญ่บ่งบอกหมายเลขเส้นทาง

นักเดินทางจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่นักดนตรีชื่อดังอย่าง Charles Trenet เคยขับร้องไว้ในบทเพลงอมตะ ‘Nationale 7’ เมื่อปี 1955 ตลอดเส้นทาง ผู้คนจะแวะพักผ่อนตามร้านอาหารสไตล์ ‘Relais Routiers’ และอาจจินตนาการถึงภาพครอบครัวในอดีตที่ออกเดินทางตั้งแต่ตี 3 ด้วยรถ Citroën 2CV คันเล็กๆ เหมือนที่ Thierry Doillon นักสะสมรถวินเทจ ผู้ช่วยฟื้นฟูสถานีน้ำมันยุค 1950s บนเส้นทางนี้ เคยเล่าถึงประสบการณ์ในวัยเด็ก

ตามรอยอาหารเลิศรสและสถานที่ประวัติศาสตร์

เส้นทาง RN7 ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางขับรถ แต่เป็นเหมือนเส้นทางสายอาหารที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของ Michelin Guide ซึ่งเคยเป็นคู่มือสำคัญสำหรับนักเดินทางมาหลายล้านคน ตลอดเส้นทาง คุณจะได้พบกับ

  • Barbizon: หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ปารีส ที่เคยเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปินในช่วงกลางศตวรรษที่ 18
  • สถานีน้ำมัน Ozo: สถานีน้ำมันเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะให้กลับมางดงามดังเดิม สะท้อนภาพอดีตที่เคยคึกคัก
  • Hôtel de Paris ใน Moulins: โรงแรมประวัติศาสตร์ที่เคยต้อนรับบุคคลสำคัญอย่าง Coco Chanel และ Edith Piaf
  • Le Petit Louvre ใน La Pacaudière: โรงแรมและจุดพักม้าเก่าแก่ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1500s
  • Roanne: เมืองที่มีชื่อเสียงด้านอาหาร เป็นที่ตั้งของเชฟระดับมิชลินสตาร์อย่าง Michel Troisgros และร้านอาหาร Le Central
  • Vallée de la Gastronomie: แหล่งรวมช่างฝีมือ เชฟ ผู้ผลิต และนักทำไวน์ รวมถึง Maison Mure ที่มีขนมเค้กรูปป้าย RN7
  • Tain-l’Hermitage: มีพิพิธภัณฑ์ Citè du Chocolat และไร่องุ่น Hermitage ที่มีชื่อเสียง
  • Montélimar: แหล่งขึ้นชื่อของตังเม (nougat) ริมทาง
  • Châteauneuf-du-Pape: แหล่งผลิตไวน์แห่งแรกของฝรั่งเศส
  • La Mère Germaine: ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในใจกลางหมู่บ้านผลิตไวน์

นอกจากนี้ยังมีเทศกาล ‘Embouteillage’ หรือปาร์ตี้รถติดที่จัดขึ้นทุกสองปีในหมู่บ้าน Lapalisse เพื่อรำลึกถึงความคึกคักและรถติดในยุค 60s ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของผู้คนกับเส้นทางสายนี้

มุมมองจากเรา: ทำไมเส้นทาง RN7 ถึงยังคงน่าหลงใหลไม่เสื่อมคลาย?

สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป การขับรถไปตาม เส้นทาง RN7 ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นการย้อนเวลากลับไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งการพักผ่อนของชาวฝรั่งเศส เรามองว่าเสน่ห์ของ RN7 อยู่ที่การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารอันเลิศรสอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ต้นไม้ใหญ่ในปารีสไปจนถึงต้นปาล์มริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เส้นทางนี้มอบทัศนียภาพที่หลากหลายและเรื่องราวที่ไม่รู้จบ เป็นการเดินทางที่ไม่เร่งรีบ ให้เราได้ดื่มด่ำกับแต่ละช่วงเวลา และค้นพบความงดงามที่ซ่อนอยู่ตามรายทาง ซึ่งในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ การได้หวนคืนสู่เส้นทางแห่งอดีตแบบนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →