หลังจากปิดปรับปรุงไปนานสองปี โรงแรม Royal George อดีตโรงเตี๊ยมเก่าแก่ที่ทินเทิร์น (Tintern) หมู่บ้านอันงดงามริมแม่น้ำ Wye ในเวลส์ ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานของท้องถิ่นเข้ากับงานฝีมือชั้นเลิศและมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติ แต่ยังเป็นศูนย์รวมของผู้คนในชุมชนอีกด้วย
เปิดตำนาน โรงแรม Royal George: มรดกแห่งทินเทิร์น
หมู่บ้านทินเทิร์นในมอนมัทเชอร์ (Monmouthshire) มีชื่อเสียงระดับโลกจากซากปรักหักพังของ Tintern Abbey ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและกวีชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น JMW Turner, Gainsborough, Wordsworth หรือ Tennyson ความงามอันขรุขระตามแบบฉบับ “picturesque” ของภูมิประเทศแห่งนี้ ได้ดึงดูดนักเดินทางมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนเกิดเป็นทัวร์ “Wye Tour” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแพ็คเกจทัวร์แรกๆ ในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของอังกฤษ
ณ จุดที่ โรงแรม Royal George ตั้งอยู่นั้น เคยมีสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เดิมเป็นบ้านของช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้าน ก่อนจะกลายมาเป็นโรงเตี๊ยมที่เปิดในปี 1829 และได้ชื่อว่า Royal George ตามที่คนท้องถิ่นเรียกขานกันมาตลอด ชื่อนี้มีที่มาจากเรือรบ HMS Royal George ที่อับปางในปี 1782 ว่ากันว่าไม้บางส่วนจากเรือที่กู้มาได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างโรงเตี๊ยมแห่งนี้ นับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและลึกซึ้งที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถานที่
การออกแบบที่เคารพกาลเวลา ผสานงานฝีมือท้องถิ่น
ภายใต้การออกแบบของ Camilla Kelly ผู้ดูแลการปรับปรุง โรงแรม Royal George ตลอดสองปีที่ผ่านมา โรงแรมแห่งนี้ได้รับการเนรมิตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยยังคงรักษาโครงสร้างดั้งเดิมหลายส่วนไว้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหินปูพื้นและคานไม้ที่ย้อนไปถึงปี 1600s รวมถึงผนังที่ดูเหมือนจะเอียงและคานเพดานที่ต่ำ ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยาก
โรงแรมประกอบด้วยห้องพัก 20 ห้อง ที่ผสานความเก่าแก่เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจบางชิ้นที่มาจากประสบการณ์ของ Kelly ที่เติบโตมาในครอบครัวนักค้าของเก่า แต่สิ่งที่โดดเด่นอย่างแท้จริงคือ:
- ผ้าห่มและผ้าทอ ที่ผลิตจากโรงทอ Melin Tregwynt ใน Pembrokeshire ซึ่งมีชื่อเสียง
- งานโลหะศิลปะ โดย Mark Lumley ช่างตีเหล็กและประติมากรท้องถิ่น
- ของประดับตกแต่ง จาก Baileys Home ร้านจำหน่ายของแต่งบ้านชื่อดังที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม
ทั้งหมดนี้ทำให้ Royal George เป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแต่หรูหรา แต่ยังคงความอบอุ่นและเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างลึกซึ้ง ค่าห้องพักในโซน Garden Room เริ่มต้นที่ 135 ปอนด์ต่อคืน
ประสบการณ์อาหารท้องถิ่นและการต้อนรับอันอบอุ่น
ห้องอาหารของโรงแรม Royal George ได้รับการตั้งชื่อตามธีมการเดินเรือ โดย Upper Deck เป็นห้องอาหารหลัก และ Lower Deck เป็นผับที่มีห้องอาหารรองรับลูกค้าท้องถิ่น บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มารวมตัวฉลองโอกาสพิเศษ หรือชาวบ้านที่แวะมาสังสรรค์กันอย่างเป็นกันเอง
หัวหน้าเชฟ Gareth Hope ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรและผู้ผลิตท้องถิ่นเป็นหลัก ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกจานมีคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเมนูมังสวิรัติที่สร้างสรรค์และน่าสนใจอีกด้วย เมนูแนะนำที่เคยมีคือพาย Brie parcel ที่ใช้ชีสจากผู้ผลิตท้องถิ่น และอย่าพลาดที่จะลิ้มลองไวน์เวลส์ เช่น sparkling Velfrey และ White Castle pinot noir ราคาอาหารจานหลักใน Lower Deck เริ่มต้นที่ 14 ปอนด์เท่านั้น
เรื่องราวที่น่าประทับใจคือเมื่อเชฟ Hope ได้รับพัสดุคาเวียร์มูลค่า 450 ปอนด์สำหรับเมนูคริสต์มาสที่ถูกส่งผิด เขาเล่าเรื่องนี้ให้ลูกค้าประจำในบาร์ฟัง และหนึ่งในนั้นก็อาสาออกไปตามหาจนเจอและนำกลับมาให้ภายใน 20 นาที สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างโรงแรมและชุมชน
Royal George: มากกว่าแค่การพักผ่อน
ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่า โรงแรม Royal George ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเรื่องราวและวัฒนธรรมอันน่าทึ่งของเวลส์ การผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดและหัวใจของการบริการ ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าแค่โรงแรม แต่เป็นศูนย์รวมของเรื่องเล่าและประสบการณ์ที่แท้จริง
สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าตามเส้นทาง Angidy Trail (5 ไมล์) ที่เผยให้เห็นประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเก่าแก่ของทินเทิร์น หรือการเยี่ยมชม Baileys Home ร้านขายของแต่งบ้านขนาดใหญ่ที่รวบรวมของเก่าและงานฝีมือท้องถิ่นไว้ Royal George คือฐานทัพที่สมบูรณ์แบบที่จะทำให้คุณดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์ของเวลส์ได้อย่างเต็มที่
ที่มา: theguardian.com