Spotify เอาใจสายฟังเพลงต่อเนื่องด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “Smart Reorder” ที่จะช่วยจัดเรียงเพลงในเพลย์ลิสต์ของคุณให้เข้ากับจังหวะและคีย์เพลงได้แบบอัตโนมัติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงออกกำลังกาย หรือต้องการค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของเพลงที่ฟังไปเรื่อยๆ ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่สมัครสมาชิก Spotify Premium เท่านั้น
Spotify Smart Reorder คืออะไร?
Smart Reorder เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยจัดเรียงเพลงในเพลย์ลิสต์ของคุณโดยอัตโนมัติ โดยจะเรียงตาม BPM (Beats Per Minute – จำนวนจังหวะต่อนาที) และคีย์เพลง ทำให้คุณสามารถสร้างเพลย์ลิสต์ที่ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของเพลงไปเรื่อยๆ ได้อย่างง่ายดาย
วิธีใช้ Smart Reorder
ถ้าคุณเป็นสมาชิก Spotify Premium สามารถใช้ฟีเจอร์ Smart Reorder ได้ง่ายๆ ดังนี้:
- เปิดเพลย์ลิสต์ที่คุณสร้างเอง หรือเพลย์ลิสต์ที่ใช้ฟีเจอร์ Spotify Mix
- แตะปุ่ม “แก้ไข” (Edit) ที่อยู่เหนือเพลงแรก
- เลื่อนลงไปด้านล่างสุด แล้วเลือก “Smart Reorder”
- Spotify จะจัดเรียงเพลงใหม่ตาม BPM โดยอัตโนมัติ
- แตะปุ่ม “บันทึก” (Save) เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
ข้อควรรู้ก่อนใช้ Smart Reorder
- ใช้ได้เฉพาะเพลย์ลิสต์ที่สร้างเอง หรือใช้ Spotify Mix: ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะกับเพลย์ลิสต์ที่คุณสร้างเอง หรือเพลย์ลิสต์ที่ใช้ฟีเจอร์ Spotify Mix เท่านั้น
- ต้องมี Spotify Mix: Smart Reorder เป็นส่วนขยายของ Spotify Mix ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถใช้ Smart Reorder ได้หากไม่มี Spotify Mix
- Spotify Mix ยังไม่เปิดให้บริการในทุกประเทศ: หาก Spotify Mix ยังไม่เปิดให้บริการในประเทศของคุณ คุณจะไม่สามารถใช้ Smart Reorder ได้
- สำรองเพลย์ลิสต์ก่อนใช้: ผู้ใช้ Reddit บางคนแนะนำให้สำรองเพลย์ลิสต์ก่อนใช้ Smart Reorder เผื่อว่าคุณไม่ชอบการจัดเรียงใหม่และต้องการกลับไปใช้เพลย์ลิสต์เดิม
Spotify เจ๋งกว่า Apple Music อีกแล้ว?
หลายคนมองว่า Smart Reorder เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ Spotify ทำได้ดีกว่า Apple Music โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ AutoMix AI DJ ของ Apple Music ที่เน้นแค่การเปลี่ยนเพลงเท่านั้น แต่ยังไม่มีฟีเจอร์จัดเรียงเพลงที่ปรับแต่งได้เหมือน Smart Reorder
สรุปส่งท้าย
Smart Reorder เป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงบน Spotify และต้องการปรับแต่งเพลย์ลิสต์ให้เข้ากับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ฟีเจอร์นี้อาจจะไม่เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงออกกำลังกาย หรือต้องการค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของเพลงที่ฟังไปเรื่อยๆ Smart Reorder ถือเป็นตัวเลือกที่น่าลอง
ที่มา: lifehacker.com