โบสถ์เก่าแก่ โบสถ์ St Tyfrydog’s ในแองเกิลซีย์ ประเทศเวลส์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 450 และส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของอาคารมีอายุถึงราวปี ค.ศ. 1400 ได้ปิดประตูลงเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2020 หลังจากการลดลงของจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาและปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง จนถูกทิ้งร้างและเสื่อมโทรมลงอย่างน่าใจหาย แต่ล่าสุดมีความหวังใหม่ผุดขึ้น เมื่อ Friends of Friendless Churches องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์ ได้เข้ามาดูแลและเตรียมฟื้นคืนชีพให้กับโบสถ์แห่งนี้
เมื่อศรัทธาลด บทบาทชุมชนคลาย
สาเหตุหลักของการปิดตัวลงของ โบสถ์ St Tyfrydog’s สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่โบสถ์หลายแห่งทั่วสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญ นั่นคือการลดลงของผู้ที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน บ่อยครั้งที่โบสถ์แห่งนี้มีผู้เข้าร่วมน้อยมาก เพียง 3-6 คนเท่านั้น ก่อนที่จะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ
สถานการณ์โบสถ์เก่าในอังกฤษและเวลส์
จากข้อมูลของ National Churches Trust พบว่า ในสหราชอาณาจักรมีโบสถ์และศาสนสถานประมาณ 38,500 แห่ง โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์ที่ขึ้นทะเบียน และจากการสำรวจในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีโบสถ์ 3,628 แห่งเข้าร่วม พบว่า 1 ใน 20 ของโบสถ์ที่สำรวจรู้สึกว่าอาจจะไม่ถูกใช้เป็นศาสนสถานภายใน 5 ปีข้างหน้า โบสถ์ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นพิเศษคือโบสถ์ในพื้นที่ที่ยากจนและในชนบท
- ในเมือง: เซอร์ฟิลิป รัตนัม ประธาน National Churches Trust ชี้ถึงแผนการของ Anglican Diocese of Liverpool ในปี 2023 ที่จะปิดโบสถ์มากถึง 19 แห่งในเมืองวิแกน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงในเมืองที่ยากจนทางตอนเหนือ
- ในชนบท: มีโบสถ์ในชนบทประมาณ 900 แห่งที่เสี่ยงต่อการปิดตัวลงภายในปี 2030 โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและยากจนกว่า เช่นเดียวกับ โบสถ์ St Tyfrydog’s
ปัญหาใหญ่ที่มักนำไปสู่การปิดตัวคือความจำเป็นในการซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดย 1 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าอาคารโบสถ์ของพวกเขาต้องการการซ่อมแซมเร่งด่วนภายในหนึ่งปี ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศในยุโรปที่รัฐเป็นเจ้าของหรือมีระบบภาษีสนับสนุนการบำรุงรักษา โบสถ์ในสหราชอาณาจักรต้องพึ่งพางบประมาณและการดูแลจากคณะผู้ศรัทธาท้องถิ่นเป็นหลัก ทำให้เป็นเรื่องยากเมื่อจำนวนผู้ศรัทธาลดลงหรือไม่ร่ำรวย
โบสถ์ St Tyfrydog’s: จากความทรงจำสู่ซากปรักหักพัง
เมื่อครั้งที่ Tom Bown อดีตผู้ดูแลโบสถ์วัย 87 ปี พร้อมกับ Jane ภรรยาวัย 78 ปี และ Peggy Thomas น้องสาววัย 85 ปี ได้กลับมาเยือน โบสถ์ St Tyfrydog’s อีกครั้งด้วยกุญแจที่ได้รับคืนมา สภาพที่เห็นเป็นที่น่าใจหาย เถาไอวีกำลังเลื้อยปกคลุมไปทั่วทั้งหลุมศพและผนังอาคาร พยายามยึดคืนพื้นที่ ขณะที่ภายในโบสถ์ก็พบร่องรอยความเสียหายชัดเจน
- โครงสร้างทรุดโทรม: ปูนปลาสเตอร์ร่วงหล่นจากเพดานเกลื่อนพื้นและม้านั่ง มีรอยรั่วบนหลังคาจนมองเห็นแสงด้านนอกได้ชัดเจน สีผนังพองหลุดลอก และพื้นบางส่วนผุพัง โดยเฉพาะห้องเก็บเครื่องพิธี (vestry) ที่พื้นยุบลงทั้งหมดใต้โต๊ะ
- ความทรงจำส่วนตัว: สำหรับ Peggy โบสถ์แห่งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของเธอเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 1962 ส่วน Jane เคยเป็นผู้เล่นออร์แกน และ Tom มีหน้าที่สั่นระฆังทุกวันอาทิตย์ ซึ่งตอนนี้ระฆังก็ใช้งานไม่ได้เนื่องจากตัวตีระฆังน่าจะผุพังไปแล้ว
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์: Friends of Friendless Churches เข้ามาช่วย
ท่ามกลางความสิ้นหวัง Friends of Friendless Churches ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยกอบกู้และปกป้องศาสนสถานเก่าแก่ในอังกฤษและเวลส์ ได้ตกลงที่จะเข้ามาดูแล โบสถ์ St Tyfrydog’s โดยโบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ระดับ Grade II* ซึ่งแสดงถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
Rachel Morley ผู้อำนวยการของ Friends of Friendless Churches ประมาณการว่า การบูรณะโบสถ์แห่งนี้จะต้องใช้งบประมาณประมาณ 350,000 ปอนด์ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากสมาชิกกว่า 3,500 คน การบริจาค เงินทุนจากผู้ให้ และเงินสนับสนุนบางส่วนจาก Cadw หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ของรัฐบาลเวลส์
แผนการบูรณะเบื้องต้นขององค์กรประกอบด้วย การสร้างหลังคาใหม่ ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และหยุดยั้งการรุกรานของเถาไอวี โดยทั้งหมดหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ หลังจากนั้นโบสถ์จะถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถาน และสามารถใช้สำหรับกิจกรรมคริสเตียนและกิจกรรมชุมชนต่อไปได้
คุณค่าที่มากกว่าแค่ศาสนสถาน
เรามองว่าเรื่องราวของ โบสถ์ St Tyfrydog’s ไม่ได้เป็นเพียงการกอบกู้ศาสนสถาน แต่เป็นการรักษาหัวใจของชุมชนและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศชาติ โบสถ์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่คุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางสังคมที่สำคัญ เช่น เป็นที่ตั้งของธนาคารอาหารถึง 85% และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของกลุ่มช่วยเหลือต่างๆ หรือแม้แต่เป็นศูนย์พักพิงยามเกิดภัยพิบัติ การที่โบสถ์แห่งนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จะเป็นการมอบพื้นที่แห่งความหวังและความผูกพันให้กับคนในชุมชน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าคุณค่าของอาคารเหล่านี้มีมากกว่าแค่บทบาททางศาสนาเพียงอย่างเดียว เราหวังว่า Tom Bown จะได้กลับไปสั่นระฆังของโบสถ์ได้อีกครั้งก่อนที่เขาจะจากไป
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สร้างสรรค์ สวนสัตว์ป่า ให้บ้านเป็นสวรรค์ของธรรมชาติง่ายๆ
- เมนูกะหล่ำดอก: 12 สูตรสร้างสรรค์ เปลี่ยนกะหล่ำดอกธรรมดาให้เป็นจานอร่อยไม่น่าเบื่อ
- ไขความลับ: สมองควบคุม “ความอยากอาหาร” มากกว่าแค่ “ความหิว” อย่างไร?
- เปิดประสบการณ์จริง: เมื่อครอบครัวหนึ่งตัดสินใจลด “อาหารแปรรูปสูง” พร้อมบทเรียนทั้งด้านสุขภาพและค่าใช้จ่าย