Skip to content
Home » Tech » วัฒนธรรมออนไลน์ Gen Z: เมื่อ Goonbait ปะทะ RegencyCore และ CEO McDonald’s กลายเป็นไวรัล

วัฒนธรรมออนไลน์ Gen Z: เมื่อ Goonbait ปะทะ RegencyCore และ CEO McDonald’s กลายเป็นไวรัล

วัฒนธรรมออนไลน์

ในโลกที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ต วัฒนธรรมออนไลน์ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen A ที่มีภาษา เทรนด์แฟชั่น และพฤติกรรมเฉพาะตัวที่อาจทำให้คนต่างวัยถึงกับต้องเกาหัว ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์ใหม่ๆ อย่าง “Goonbait” ที่กลายเป็นประเด็นร้อน, เทรนด์แฟชั่นสุดวินเทจ “RegencyCore” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ดัง ไปจนถึงวิดีโอไวรัลของ CEO McDonald’s ที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะและมูลค่ามหาศาลให้กับแบรนด์ บทความนี้จะพาทุกท่านไปถอดรหัสปรากฏการณ์เหล่านี้ เพื่อทำความเข้าใจโลกของคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ต

“Goonbait”: เมื่อเหรียญทองโอลิมปิกกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์

คำว่า “Gooning” ในกลุ่มสแลงของ Gen Z และ Gen A หมายถึงการสำเร็จความใคร่โดยไม่ถึงจุดสุดยอดเป็นระยะเวลานาน ซึ่งบางครั้งอาจทำเพื่อเข้าสู่สภาวะจิตสำนึกที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วน “Goonbait” คือสื่อที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว และเมื่อไม่นานมานี้ ภาพของนักสเกตลีลาเหรียญทองโอลิมปิก Alysa Liu ที่กำลังจ้องมองและกัดเหรียญรางวัลของเธออย่างหิวกระหาย ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักบนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) โดยบางคนเรียกภาพนี้ว่าเป็น “Goonbait”

ประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่ายที่มองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและคุกคาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่นักกีฬาโอลิมปิกกัดเหรียญรางวัลนั้นเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานอย่างน้อยตั้งแต่ปี 1992 โดยมี Péter Farkas แชมป์มวยปล้ำชาวกรีก-โรมันเป็นผู้ริเริ่ม การกระทำของ Liu จึงน่าจะเป็นการล้อเลียนธรรมเนียมดังกล่าวมากกว่า

นอกจากนี้ Alysa Liu เองก็เคยโพสต์ข้อความบน Instagram เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เล่าถึงประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขณะลงจอดที่สนามบิน ที่มีฝูงชนพร้อมกล้องและปากการออยู่ที่ทางออก รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอ พร้อมขอร้องไม่ให้ทำเช่นนั้นอีก การปฏิสัมพันธ์ที่เกินขอบเขตกับคนดังบนโลกจริงและโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านการเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลที่ยังคงมีอยู่

“RegencyCore”: เทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากจอสู่ชีวิตจริง

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นคือ “RegencyCore” ซึ่งเป็นสุนทรียศาสตร์ด้านแฟชั่นและการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ยอดนิยมของ Netflix อย่าง Bridgerton โดยดึงเอาสไตล์อันหรูหราของยุค British Regency ในช่วงต้นทศวรรษ 1800 มาผสมผสานกับองค์ประกอบแฟนตาซีอย่างสีพาสเทลและเครื่องประดับสีทอง

RegencyCore ไม่ได้เป็นแค่เพียงเทรนด์การแต่งกายเท่านั้น แต่กำลังจะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม ผู้คนหันมาสวมใส่เสื้อคอร์เซ็ต ถุงมือโอเปร่า จัดปาร์ตี้น้ำชาตามแบบฉบับ และยังหวนคืนสู่กิจกรรมโบราณต่างๆ เช่น การจัดโต๊ะอาหาร (tablescaping) และการเขียนจดหมายด้วยปากกาขนนกและครั่ง

ปรากฏการณ์ไวรัล CEO McDonald’s กับเบอร์เกอร์คำจิ๋ว

ปิดท้ายด้วยปรากฏการณ์วัฒนธรรมออนไลน์ที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อ Chris Kempczinski CEO ของ McDonald’s ได้โพสต์วิดีโอโปรโมทเบอร์เกอร์ใหม่ “Big Arch” ในวิดีโอดังกล่าว Kempczinski แสดงความรักในผลิตภัณฑ์และพยายามกัดเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ แต่กลับทำได้เพียงกัดคำเล็กจิ๋วอย่างน่าอึดอัด ก่อนจะสรุปว่า “เป็นผลิตภัณฑ์ที่อร่อยมาก” ท่ามกลางสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม

วิดีโอไวรัลนี้กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ด้วยยอดกดไลก์บน Instagram สูงถึง 225.3K และคอมเมนต์กว่า 30,000 ข้อความ ผู้คนต่างพากันแชร์วิดีโอเพื่อล้อเลียนและตั้งคำถามถึงท่าทีที่แปลกประหลาดของ CEO จนถึงขนาดที่ CEO ของเชนเบอร์เกอร์คู่แข่งรายอื่นๆ เช่น Burger King, Wendy’s, Jack in the Box และ A&W Canada ต้องออกมาร่วมวงด้วยการทำวิดีโอเลียนแบบหรือแสดงให้เห็นถึงการกินเบอร์เกอร์แบบ “คนธรรมดา” เพื่อตอกย้ำความแตกต่าง

แม้ว่าวิดีโอนี้จะสร้างความขบขันและทำให้ Kempczinski ถูกเรียกว่า “McNibbles” แต่ตามข้อมูลจาก Marketwatch ระบุว่า วิดีโอต้นฉบับและวิดีโอที่เกี่ยวข้องมียอดรับชมรวมกันแล้วกว่า 70 ล้านครั้ง และสร้างมูลค่าแบรนด์ให้กับ McDonald’s ประมาณ 18.4 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดคำถามว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นการตลาดที่จงใจหรือไม่? อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมการโพสต์วิดีโอชิมอาหารอื่นๆ ของ Kempczinski ที่มักจะดูเงอะงะคล้ายกัน ผู้เขียนมองว่าการที่วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจมากกว่าจะเป็นการวางแผน

มุมมองจากบรรณาธิการ: วัฒนธรรมออนไลน์ที่ปรับเปลี่ยนและสร้างมูลค่า

ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของวัฒนธรรมออนไลน์ ที่ไม่เพียงแต่สร้างกระแสทางสังคม แต่ยังสามารถขับเคลื่อนเทรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และแม้กระทั่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับแบรนด์ได้ในพริบตา ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการทำความเข้าใจการตีความและการตอบสนองของคนรุ่นใหม่ ที่บางครั้งอาจแตกต่างจากที่ผู้ใหญ่คุ้นเคย

ในมุมมองของเรา การทำความเข้าใจภาษาและบริบทของ วัฒนธรรมออนไลน์ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งบุคคลทั่วไปและองค์กร เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจบานปลายได้ในยุคที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเสมอไป

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →