ลอสแอนเจลิส, 27 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — ในวันนี้ XPPen ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมศิลปะดิจิทัล เปิดตัว Magic Pro 13 อย่างเป็นทางการ โดยเป็นแท็บเล็ตวาดภาพระดับมืออาชีพที่รองรับการใช้งานทุกสถานการณ์ และยังทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลสำหรับวาดภาพระดับเดียวกับอุปกรณ์เดสก์ท็อปได้ด้วยโหมด Drawing Display Mode ซึ่งทำงานในระดับฮาร์ดแวร์และถือเป็นนวัตกรรมแรกของอุตสาหกรรม อุปกรณ์นี้ผสานปากกาสไตลัส X4 Smart Chip Stylus หน้าจอความละเอียด 3K อัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมพื้นผิวที่ให้สัมผัสคล้ายกระดาษ เข้ากับการผสานการทำงานอย่างลึกซึ้งระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อมอบประสบการณ์การวาดภาพดิจิทัลที่หลากหลายและตอบโจทย์การใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว
หลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน IFA 2026 ผลิตภัณฑ์ Magic Pro 13 ได้รับรางวัล “Best of IFA 2026” ถึง 4 รางวัลจาก Gadgety Awards, TechRadar, Yanko Design และ Android Headlines ซึ่งมอบให้เพื่อยกย่องนวัตกรรมและแนวทางในการผสานความสามารถในการวาดภาพแบบพกพาเข้ากับขั้นตอนการทำงานระดับมืออาชีพบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป
“ศิลปินต้องการเครื่องมือสร้างสรรค์ที่สามารถปรับให้เข้ากับวิธีการทำงานของตนได้ ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ผลงานจากที่ใดก็ตาม” Brian Huang ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ XPPen กล่าว “Magic Pro 13 เป็นอุปกรณ์แบบ 2-in-1 ที่ถือเป็นนวัตกรรมแรกของอุตสาหกรรม โดยสามารถใช้งานได้ทั้งในฐานะแท็บเล็ตวาดภาพแบบอิสระที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และในฐานะจอแสดงผลสำหรับวาดภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการพัฒนาแนวคิดของตน เราเชื่อว่าเครื่องมือสร้างสรรค์ควรพัฒนาไปพร้อมกับศิลปินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้พวกเขาสามารถถ่ายทอดแนวคิดออกมาเป็นผลงานได้ในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น”
โหมด Drawing Display Mode ทำงานในระดับฮาร์ดแวร์ที่เป็นนวัตกรรมแรกของอุตสาหกรรม
คุณสมบัติสำคัญของ Magic Pro 13 คือโหมด Drawing Display Mode ที่ทำงานในระดับฮาร์ดแวร์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมแรกของอุตสาหกรรมในกลุ่มแท็บเล็ตวาดภาพดิจิทัล อุปกรณ์นี้สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ PC ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยใช้เพียงสาย USB-C เส้นเดียวที่รองรับการทำงานได้อย่างครบถ้วน เพื่อใช้งานเป็นจอแสดงผลสำหรับวาดภาพระดับมืออาชีพ สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์เฉพาะของอุปกรณ์รองรับความละเอียดสูงสุด 3K ที่อัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมการแสดงสีตามต้นฉบับอย่างเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการตอบสนองต่อการป้อนข้อมูลจากปากกาที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ปากกาสไตลัสยังคงรองรับฟังก์ชันการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงแรงกด 16K ระดับ การตรวจจับมุมเอียง การแสดงตัวอย่างขณะปากกาลอยอยู่เหนือหน้าจอโดยยังไม่สัมผัสพื้นผิว และปุ่มด้านข้างของปากกาที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนจากการร่างภาพระหว่างเดินทางไปสู่การปรับแต่งผลงานอย่างละเอียดบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้อย่างราบรื่น
การออกแบบที่พกพาสะดวกและเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ผสานรวมในตัว
Magic Pro 13 มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8MP และกล้องหลังความละเอียด 13MP ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบันทึกภาพอ้างอิงและแนวคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ด้วยความหนาเพียง 6.65 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 655 กรัม อุปกรณ์นี้จึงผสานความสะดวกในการพกพาเข้ากับแบตเตอรี่ความจุ 10,200 mAh และการชาร์จเร็วแบบ PD กำลังไฟ 45W เพื่อช่วยให้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน พอร์ต USB-C ทั้งสองพอร์ตรองรับการชาร์จแบบ PD กำลังไฟ 45W ขณะที่พอร์ตด้านบนทางฝั่งขวาของอุปกรณ์รองรับโหมด Drawing Display Mode สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ PC โดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้ในระหว่างชาร์จแบตเตอรี่
Magic Pro 13 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 16 และยังมอบระบบนิเวศซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย แอป Shelf ซึ่งพัฒนาโดย XPPen ช่วยให้ผู้ใช้จัดระเบียบภาพอ้างอิงได้ด้วยการติดแท็กภาพ การใส่คำอธิบายประกอบ และฟังก์ชันค้นหาอัจฉริยะ ขณะที่แอป Canvas มอบพื้นที่เฉพาะสำหรับการร่างภาพและบันทึกแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ คุณสมบัติอื่น ๆ เช่น Quick Draw with Screen Off, Freeform Windowing และ Screenshot Doodle ยังช่วยให้ทำงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นในสถานการณ์การใช้งานที่หลากหลายกว่าเดิม
ปากกาสไตลัส X4 Smart Chip Stylus และหน้าจอความละเอียด 3K อัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมผิวสัมผัสคล้ายกระดาษ
Magic Pro 13 มาพร้อมปากกาสไตลัส X4 Smart Chip Stylus ซึ่งผสานชิปที่ประหยัดพลังงาน เซ็นเซอร์ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม และหัวปากกาทรงหัวกระสุน เพื่อให้การลากเส้นรวดเร็ว มีเสถียรภาพ และแม่นยำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระดับแรงกด 16K ระดับ แรงกดเริ่มต้นในการทำงานเพียง 2 กรัม และรองรับการเอียงได้ถึง 60° จึงสามารถตรวจจับความแตกต่างของแรงกดได้อย่างละเอียด เพื่อให้การวาดภาพมีรายละเอียดสูงและการลงน้ำหนักแรเงาทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หน้าจอมีความละเอียด 3K และสามารถปรับอัตรารีเฟรชได้ที่ 60Hz, 90Hz หรือ 120Hz กระจกที่ผ่านกระบวนการกัดลวดลายระดับนาโนแบบ AG+AF ช่วยมอบสัมผัสที่คล้ายกระดาษ ขณะที่ความสว่างสูงสุด 650 นิต และการรับรองมาตรฐาน TÜV SÜD Low Blue Light ช่วยให้การรับชมหน้าจอสบายตามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยขอบเขตการแสดงสีที่ครอบคลุม 100% ของ sRGB และ 96% ของ DCI-P3 อุปกรณ์นี้ยังรองรับการสลับเปลี่ยนขอบเขตสีในระดับระบบระหว่าง sRGB, Adobe RGB และ DCI-P3 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสีที่แตกต่างกันในงานระดับมืออาชีพ
ราคาและการวางจำหน่าย
Magic Pro 13 วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีราคาโปรโมชันสำหรับผู้ซื้อกลุ่มแรกอยู่ที่ 899 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาและการวางจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.xp-pen.com/product/magic-pro-13.html
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- XPPen Brings Magic Pro 13 to Market: A Professional All-Scenario Drawing Pad Connecting Mobile Inspiration with Professional Creation
- Hohem Expands into Sam’s Club with iSteady V3 Ultra AI Tracking Gimbal
- Fios Genomics bioinformatics team and services move to Excelra
- ทีมงานและบริการชีวสารสนเทศศาสตร์ของ Fios Genomics ได้ย้ายไปรวมกับ Excelra เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


