ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการไทยรัฐข่าวเช้าเสาร์อาทิตย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 โดยเปิดเผยว่า การส่งออกไทยขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี โตขึ้นกว่า 13.09 % ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 วางแผนเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2564 หนุนสินค้าอาหารและเกษตรส่งออก พร้อมเร่งสร้างทัพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Gen Z ที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
โดยปัจจัยที่ทำให้การส่งออกประเทศไทยมีการขยายตัวมากขึ้นมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังได้รับวัคซีน การบริหารจัดการเชิงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ (คณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนกระทรวงพาณิชย์) ที่ทำงานร่วมมือกับเอกชนเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทำให้ตัวเลขการส่งออกไทยดีขึ้น ในเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งออกโตขึ้นถึง 13.09 % ซึ่งเป็นตัวเลขบวกที่สูงสุดในรอบ 3 ปี
สำหรับแผนงานกระตุ้นการส่งออกในปี 2564 นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีแผนการส่งเสริมการส่งออก อาหารและสินค้าเกษตร ตามแผนยุทธศาสตร์ ทำให้อาหารไทยเป็นอาหารโลก การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ใช้ตลาดนำการผลิต และมีแผนที่จะบุกตลาดใหม่ คือ ‘สินค้าฮาลาล’ ในตลาดตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังได้มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรในประเทศ ผนึกกำลังผ่านทีมเซลส์แมนจังหวัด หรือพาณิชย์จังหวัดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเกษตรกร เอสเอ็มอี ไมโครเอสเอ็มอี และภาคธุรกิจในจังหวัด ให้สามารถขายสินค้า และส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้ โดยมีทูตพาณิชย์ที่ประจำในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นกลไกหลักในการช่วยเจรจาขายสินค้าเพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกอีกทางหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน การปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal นั้น การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ กระทรวงพาณิชย์จึงมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างคนรุ่นใหม่ เป็นแม่ทัพบุกตลาดโลกในอนาคต จึงเป็นที่มาของโครงการ “From Gen Z to be CEO” ปั้นนักรบการค้ารุ่นใหม่จาก 93 สถาบันชั้นนำทั่วประเทศ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย และสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการค้า การทำธุรกิจส่งออก เตรียมความพร้อมสู่การเป็น CEO ในอนาคต
ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการ From Gen Z to be CEO ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปลายปี 2563 นำร่องจาก 7 มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 1,500 คน โดยในปีนี้ตั้งเป้าไว้จำนวน 12,000 คน ปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 8,600 คน หลักสูตรที่จัดอบรม ได้แก่ วิชาบริหารจัดการยุคใหม่ที่ต้องใช้ระบบดิจิทัลเป็นตัวนำหลัก วิชาการตลาดยุคใหม่ การบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกในโลกยุคใหม่ รวมทั้งภาษาอังกฤษเบื้องต้นเพื่อการเจรจาธุรกิจ เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญในการบุกตลาดโลกและทำรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โอกาสสุดท้ายโปรแรง! ให้เป็นเจ้าของ Galaxy S26 FE เรือธงตัวคุ้ม ทนทาน กันรอย 4 เท่า จัดเต็มความคุ้ม อัปความจุ 2 เท่า มูลค่า 4,000 บาทฟรี หรือดาวน์เริ่มต้น 0 บาทสูงสุดไม่เกิน 10% ถึง 27 ก.ย. นี้เท่านั้น
- True SkyBridge กับภารกิจส่งมอบ iPhone 18 Pro บทพิสูจน์ในการก้าวข้ามอุตสาหกรรมจากบริการสาธารณสุข สู่ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
- RAZER เปิดตัว RECLUSA X MINI 65% คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ให้อิสระในการปรับแต่งในแบบของคุณ
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน?